MGR Online - กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์กัมพูชาได้ยื่นประท้วงอีกครั้งต่อประเทศไทยสำหรับการจัดกิจกรรมสาธารณะ พิธีกรรมทางศาสนา และการเปิดปราสาทคนาให้เข้าเยี่ยมชมบนดินแดนของกัมพูชา และปฏิเสธความพยายามใดๆ ของทางการไทยที่จะทำให้กิจกรรมเหล่านี้เป็นเรื่องปกติเหมือนกับเป็นดินแดนของตนเอง
กระทรวงวัฒนธรรมฯ ระบุว่าปราสาทคนา ปราสาทตาเมือนธม และปราสาทตาควาย เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์และทางวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ภายในดินแดนอธิปไตยของกัมพูชา ตามสนธิสัญญาฝรั่งเศส-สยาม ค.ศ.1904 และ ค.ศ.1907 และเครื่องมือการกำหนดเขตแดนที่เกี่ยวข้องที่ได้รับการยอมรับภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ
กระทรวงวัฒนธรรมฯ อ้างว่ากิจกรรมเหล่านี้ถือเป็นการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชาอย่างร้ายแรง
“การกระทำดังกล่าวเป็นการพยายามอย่างจงใจที่จะสร้างข้อเท็จจริงขึ้นในพื้นที่ เพื่อเสริมการยึดครองโดยใช้กำลัง และเพื่อสร้างข้อเท็จจริงและข้ออ้างทางกฎหมายที่เป็นเท็จอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายเพื่อผนวกดินแดนกัมพูชาเข้ากับกรอบการปกครองของไทยอย่างผิดกฎหมายทั้งโดยพฤตินัยและนิตินัย” คำแถลงของกระทรวงวัฒนธรรมฯ ระบุ
กัมพูชาถือว่าการกระทำเหล่านี้เป็นการยกระดับความขัดแย้งกับไทยอย่างร้ายแรง และขอบันทึกไว้ว่ากัมพูชาไม่ยอมรับและไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าวทั้งหมด และขอย้ำการปฏิเสธความพยายามใดๆ ก็ตามที่จะทำให้การยึดครองที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ถูกต้องตามกฎหมาย เป็นปกติหรือชอบธรรม ผ่านกิจกรรมทางสาธารณะ ทางศาสนา การบริหาร หรือทางวัฒนธรรมเพียงฝ่ายเดียว คำแถลงระบุ
กระทรวงวัฒนธรรมฯ อ้างถึงกฎหมายระหว่างประเทศ มาตรา 2(4) ของกฎบัตรสหประชาชาติ รวมถึงหลักการที่ควบคุมการไม่สามารถเข้ายึดครองดินแดนโดยใช้กำลัง โดยเน้นย้ำว่าการกระทำหรือกิจกรรมใดๆ ภายในประเทศฝ่ายเดียวที่ดำเนินการภายใต้การยึดครองนั้น ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอธิปไตยที่ชอบด้วยกฎหมายของกัมพูชาเหนือสถานที่เหล่านั้นได้
“กิจกรรมเหล่านี้เป็นโมฆะ ไม่มีผลทางกฎหมาย และไม่สามารถสร้างหรือมอบสิทธิ กรรมสิทธิ์ หรือการเรียกร้องใดๆ ให้กับประเทศไทยได้” กระทรวงวัฒนธรรมฯ ระบุ
กัมพูชาได้ย้ำข้อเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยุติกิจกรรมทั้งหมดในสถานที่ทางวัฒนธรรมของกัมพูชาที่ถูกยึดครองโดยทันที และเรียกร้องให้ถอนมาตรการที่ผิดกฎหมายทั้งหมด และงดเว้นจากการกระทำใดๆ เพิ่มเติม
กระทรวงวัฒนธรรมฯ ยังเสริมว่าการกระทำดังกล่าวอาจทำให้ความตึงเครียดรุนแรงขึ้น หรือเป็นอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาอย่างสันติ และยืนยันถึงความมุ่งมั่นของกัมพูชาในการปกป้องอธิปไตย อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และดำเนินมาตรการทางกฎหมายและทางการทูตที่เหมาะสมเพื่อปกป้องบูรณภาพดินแดนของตน.


