MGR Online - นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ได้ยืนยันความมุ่งมั่นของรัฐบาลกัมพูชาในการแสวงหาทางออกอย่างสันติสำหรับข้อพิพาทพรมแดนทางบกและทางทะเลผ่านการเจรจาและกฎหมายระหว่างประเทศ ในการกล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันทหารผ่านศึกษาและผู้เกษียณชาวกัมพูชาที่จัดขึ้นยังศูนย์การประชุมเกาะพิช ในกรุงพนมเปญ วันนี้ (15)
ผู้นำกัมพูชากล่าวว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการทูตและกลไกการยุติข้อพิพาทอย่างสันติ ในขณะเดียวกันก็ปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชาอย่างมั่นคง
“ไม่มีใครยอมคุกเข่าและยกดินแดนให้ผู้อื่น เราต้องปกป้องดินแดนและประชาชนของเรา ในขณะเดียวกันก็แสวงหาทางออกอย่างสันติผ่านการเจรจาและกลไกทางการทูตอย่างจริงใจ” ฮุน มาเนต กล่าวย้ำ
นายกฯ ฮุน มาเนต ยังย้ำถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของกัมพูชาในการเจรจาเกี่ยวกับประเด็นพรมแดน
“แม้จะมีเพียงความหวัง 1% สำหรับการยุติข้อพิพาทอย่างสันติ แต่เราก็จะยังคงพยายามอย่างเต็มที่ต่อไป ผมหมายถึงความเป็นไปได้ 1% ที่การเจรจาจะดำเนินต่อไป ไม่ใช่ความเป็นไปได้ 1% ที่จะเอาชนะอีกฝ่าย” ฮุน มาเนต ย้ำ
ผู้นำกัมพูชายังระบุถึงจุดยืนของประเทศเกี่ยวกับการระงับข้อพิพาททางทะเลกับไทย หลังจากไทยยกเลิกบันทึกความเข้าใจปี 2544
เขาอธิบายว่า MOU44 เป็นกรอบการเจรจาทวิภาคีเพียงอย่างเดียวเกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างสองประเทศ
“หากกลไกนั้นยังคงอยู่ การเจรจาก็สามารถดำเนินต่อไปได้ แต่ในเมื่อประตูถูกปิดลงฝ่ายเดียว กัมพูชาจึงต้องหันไปใช้กลไกการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อยุติข้อพิพาทอย่ามีศักดิ์ศรีและเป็นธรรม” ฮุน มาเนต กล่าว
สำหรับประเด็นพรมแดนทางบก ฮุน มาเนต กล่าวว่ากรอบความร่วมมือทวิภาคีที่มีอยู่รวมถึงบันทึกความเข้าใจปี 43 และข้อตกลงและสนธิสัญญาอื่นๆ ยังคงมีผลบังคับใช้ และกัมพูชาจะยังทำงานผ่านกลไกเหล่านั้นเพื่อแสวงหาทางออกอย่างสันติ.


