เอเอฟพี - การเพิ่มปราสาทโบราณหลายแห่งที่ไทยเข้าควบคุมระหว่างการปะทะกันอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนกับกัมพูชาเข้าในบัญชีรายชื่อโบราณสถานของชาติ ได้สร้างความไม่พอใจให้กับประเทศเพื่อนบ้านในวันนี้ (13)
สองประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พิพาทกันเรื่องการกำหนดเขตแดนยาว 800 กิโลเมตร ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากยุคอาณานิคมของฝรั่งเศส ที่ส่งผลให้เกิดการปะทะกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานานได้ปะทุขึ้นเป็นการต่อสู้ในเดือนก.ค. และเดือนธ.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน และทำให้ปราสาทบางหลังที่ทั้งสองฝ่ายอ้างสิทธิตกอยู่ภายใต้การควบคุมของไทย
ในวันพุธ (13) กระทรวงวัฒนธรรมของกัมพูชาได้เรียกร้องให้ไทยถอนการขึ้นทะเบียนอย่างผิดกฎหมายต่อปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย และปราสาทคนา รวมถึงโบราณสถานอื่นๆ ที่ตั้งอยู่บนพรมแดนพิพาทของทั้งสองประเทศ
ในไทย ปราสาททั้ง 3 แห่ง เป็นส่วนหนึ่งของ 9 สถานที่ที่ไทยได้เพิ่มเข้าไปในทะเบียนอย่างเป็นทางการเพื่อความชัดเจนในการคุ้มครองโบราณสถานของชาติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันจันทร์ (11)
คำแถลงของกระทรวงวัฒนธรรมของกัมพูชาระบุว่า กัมพูชาถือว่าการขึ้นทะเบียนนี้เป็นการพยายามสร้างสถานะทางกฎหมายเทียมขึ้นมาอย่างผิดกฎหมายต่อสถานที่ทางวัฒนธรรมที่ตั้งอยู่ภายในอธิปไตยของราชอาณาจักรกัมพูชา
ก่อนการปะทะกันตามแนวชายแดนเป็นเวลา 5 วันในเดือนก.ค. ปราสาทตาควายและปราสาทตาเมือนที่เป็นข้อพิพาทนั้นเป็นที่ตั้งของทั้งทหารกัมพูชาและไทย ส่วนปราสาทคนาอยู่ภายใต้การควบคุมของทหารกัมพูชาจนถึงเดือนธ.ค. เมื่อกองกำลังของไทยเข้าควบคุมสถานที่ทั้ง 3 แห่ง
เมื่อเดือนที่แล้ว เจ้าหน้าที่ ทหาร และพระสงฆ์ของไทย ได้ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาที่ปราสาทตาควาย ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้กัมพูชาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงเกี่ยวกับ “การคงอยู่โดยผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง” ของประเทศเพื่อนบ้านที่บริเวณปราสาท
ทหารไทยยึดครองพื้นที่หลายแห่งในจังหวัดชายแดนเมื่อปีที่แล้ว ที่ทั้งสองฝ่ายอ้างสิทธิ กัมพูชาเรียกร้องให้ไทยถอนกำลังทหารออกไปหลายครั้ง และประณามไทยเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นกับปราสาทโบราณหลายแห่งระหว่างการต่อสู้
ทั้งสองประเทศลงนามในข้อตกลงหยุดยิงที่เปราะบางเมื่อปลายเดือนธ.ค. แต่ความตึงเครียดยังคงอยู่ โดยทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหากันและกันว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง.


