MGR Online - โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าของจีนในเขตเศรษฐกิจพิเศษโอเนียงของเมืองปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ได้ปิดตัวลงกะทันหันทำให้คนงานเกือบ 700 คน ตกงานในชั่วข้ามคืน
งวน สิวรธา หัวหน้าฝ่ายบริหารของบริษัท ML Intimate Apparel (Cambodia) กล่าวกับสื่อกัมพูชาว่าพวกเขาปิดกิจการเมื่อวันที่ 27 เม.ย. เนื่องจากแรงกดดันทางการเงิน หลังจากคำสั่งซื้อลดลงและการปิดด่าน
“ปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์และการปิดด่านพรมแดนทำให้การส่งออกและนำเข้าสินค้าเป็นไปได้ยากมาก มันเป็นต้นทุนสูงที่นายจ้างต้องแบกรับ ทำให้พวกเขาไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้” งวน สิวรธา กล่าว
เขายังระบุว่าก่อนเกิดความขัดแย้งชายแดนระหว่างกัมพูชาและไทย การส่งออกสินค้าจะผ่านด่านชายแดนปอยเปตไปยังท่าเรือแหลมฉบังของไทย เพื่อส่งต่อไปยังตลาดตะวันตก รวมถึงสหรัฐฯ
โรงงานแห่งนี้เป็นบริษัทในเครือของบริษัท Magic Link Garment Ltd ที่ตั้งอยู่ในฮ่องกง ผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ระดับโลก เช่น RougeGorge ของฝรั่งเศส Hunkemöller ของเนเธอร์แลนด์ และ Damart ของอังกฤษ ตามข้อมูลจาก Centre for Alliance of Labour (CENTRAL) ที่เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนในท้องถิ่น
คนงานเกือบ 700 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่ได้รับค่าจ้างขั้นพื้นฐานเดือนละ 210 ดอลลาร์สหรัฐ ต่างตกใจกับข่าวนี้ และกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนเรื่องงาน บริษัทได้จ่ายเงินเดือนเดือนเม.ย. และสัญญาว่าจะจ่ายสวัสดิการอื่นๆ ให้ครบภายในวันที่ 28 พ.ค. ตามการระบุของงวน สิวรธา
“เจ้าของไม่อยากปิดกิจการแต่ไม่มีทางเลือกอื่น” เขากล่าว และเสริมว่าเจ้าของถูกบังคับให้ต้องปิดกิจการแม้จะมีความหวังเล็กน้อยว่าชายแดนจะเปิดอีกครั้ง แต่เขายอมรับว่าบริษัทเคยประสบปัญหาทางการเงินและจ่ายเงินเดือนล่าช้าให้กับคนงานซึ่งนำไปสู่การชุมนุมประท้วง
กิม โสนิช อดีตตัวแทนคนงานของโรงงาน ระบุว่าเขายังหางานไม่ได้ตั้งแต่โรงงานปิดตัว แม้ว่าคนงานประมาณ 50% จะได้รับข้อเสนอในโรงงานแห่งหนึ่งในจ.กำปงสะปือ เขากล่าวว่าเขาไม่ได้ย้ายไปอีกโรงงานหนึ่งแม้ว่าเศรษกิจของปอยเปตจะแย่ลงหลังจากปิดด่าน เนื่องจากว่าเขาต้องรับผิดชอบครอบครัว
“การปิดโรงงานทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง หลังจากปิดด่าน งานก็หายากขึ้น” กิม โสนิช กล่าว
นอกจากบริษัท ML Intimate Apparel แล้ว บริษัท Hi-Tech Apparel ที่อยู่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งเดียวกันนี้ก็ออกจดหมายระงับการทำงานล่วงเวลาชั่วคราว เนื่องจากคำสั่งซื้อลดลงจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก
คุน ธาโร ผู้จัดการโครงการของ CENTRAL เตือนว่าโรงงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดน โดยเฉพาะในจ.เกาะกง และจ.บันเตียเมียนเจย ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา
“การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานทำให้ต้นทุนการผลิต พลังงาน และโลจิสติกส์เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานโดยรวม โรงงานบางแห่ง โดยเฉพาะโรงงานที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าของ ได้เริ่มเลิกจ้างพนักงานในบางส่วนของการผลิต ปรับโครงสร้างการทำงาน และระงับการทำงานล่วงเวลาเนื่องจากคำสั่งซื้อลดลง” คุน ธาโร กล่าว
“คนงานที่โรงงาน ML ตกอยู่ในสถานการณ์ที่เปราะบาง” ธาโร กล่าว เนื่องจากปอยเปตตั้งอยู่ติดกับชายแดนไทย และเมื่อต้นปี โรงงานปิดทำการหลายสัปดาห์เนื่องจากความขัดแย้ง เพราะคนงานส่วนใหญ่จำเป็นต้องหลบหนีออกจากบ้านในเวลานั้น
นอกจากนี้ ภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่สูงขึ้นทำให้คำสั่งซื้อผันผวนอย่างมาก และเกิดความไม่แน่นอนในภาคอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มในกัมพูชา เนื่องจากประมาณ 25% ของการส่งออกส่งไปยังสหรัฐฯ
CENTRAL ระบุว่ามีความกังวลว่าการปิดด่านเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อโรงงาน และมีผลกระทบต่อคนงานด้วย
ปอยเปตเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 แห่ง ที่มีโรงงานรวมทั้งหมด 17 แห่ง และจ้างงานคนงานประมาณ 7,500 คน
สำนักงานวิจัยเศรษฐกิจมหภาคอาเซียน+3 (AMRO) เตือนว่าความขัดแย้งและการปิดพรมแดนอาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของกัมพูชาในปี 2569 อ่อนแอลงอย่างมาก โดยกระทบต่อภาคส่วนสำคัญเช่น การค้า การท่องเที่ยว เกษตรกรรม และความเชื่อมั่นของนักลงทุน
บริษัทต่างๆ ได้เปลี่ยนเส้นทางการขนส่งบางส่วนไปทางอากาศ ซึ่งทำให้ต้นทุนสูงขึ้น และไม่สามารถสร้างรายได้ได้ ขณะที่บางส่วนขนส่งผ่านท่าเรือสีหนุวิลล์
“ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่พุ่งสูงอย่างไม่คาดคิดเมื่อไม่นานนี้ ทำให้ต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า” สิวรธา จากบริษัท ML Intimate Apparel กล่าว
ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์ของกัมพูชาเพิ่มขึ้น 20-25% ตั้งแต่ต้นเดือนมี.ค.


