MGR Online - ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชาได้แสดงการสนับสนุนการตัดสินใจของรัฐบาลในการผลักดันการระงับข้อพิพาททางทะเลอย่างสันติกับไทยผ่านกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างประเทศภาคบังคับ
อดีตผู้นำกัมพูชากล่าวว่าไม่มีข้อตกลงอื่นใดควรมาแทนที่บันทึกความเข้าในปี 2544 (MOU44)
ความเคลื่อนไหวของฮุนเซนเกิดขึ้นหลังจากไทยยกเลิกบันทึกความเข้าในปี 2544 ที่เป็นกลไกทวิภาคีเดียวสำหรับเขตแดนทางน้ำที่มีมานาน 25 ปี
กัมพูชาตอบโต้ความเคลื่อนไหวดังกล่าวด้วยการเลือกที่จะดำเนินการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (UNCLOS) เพื่อแก้ไขข้อพิพาท
ฮุนเซนได้แสดงการสนับสนุนจุดยืนของกัมพูชาเกี่ยวกับการไกล่เกลี่ยภาคบังคับภายใต้ UNCLOS ที่เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมโดยการมีส่วนร่วมของบุคคลที่สาม
“ไม่ควรสร้างกลไกทวิภาคีใหม่ขึ้นมาแทนที่บันทึกความเข้าใจปี 2544” ฮุนเซนระบุในหน้าเฟซบุ๊ก
ฮุนเซน กล่าวถึงกระบวนการจัดทำบันทึกความเข้าใจปี 2544 ในช่วงปี 2532-2533 ในสมัยของอดีตนายกรัฐมนตรีชาติชาย ชุณหะวัณ
“ผมเสียใจอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจฝ่ายเดียวของประเทศไทยในการยกเลิกข้อตกลงดังกล่าวโดยอ้างเหตุผลว่าไม่มีความคืบหน้า” ฮุนเซน กล่าว
เขากล่าวว่าสาเหตุมาจากสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่มั่นคงของไทย ซึ่งแตกต่างไปจากความต่อเนื่องของกัมพูชา
“อะไรเป็นสาเหตุของการขาดความคืบหน้า? ประเทศไทยรู้ดีกว่าใคร ไทยมีนายกรัฐมนตรีมาแล้วกี่คนนับตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 ที่โค่นล้มอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร? ไทยเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาแล้วประมาณสิบครั้ง นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุของการขาดความคืบหน้าหรือไม่?” ฮุนเซน ระบุ
ฮุนเซนยังกล่าวอ้างถึงความสัมพันธ์ทางการทูตที่ใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแลกเปลี่ยนการเยือนระหว่างผู้นำระดับสูงของไทย และตัวเขาเองในปี 2544 ซึ่งเขากล่าวว่าแสดงให้เห็นถึงความเต็มใจที่จะเจรจาต่อไปแม้จะมีการเปลี่ยนแปลงผู้นำของไทย
สำหรับการแก้ไขข้อพิพาททางทะเลอย่างสันติ ฮุนเซนยืนยันว่ากัมพูชากำลังดำเนินการตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยหวังว่าทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันเพื่อสร้างกลไกระหว่างประเทศที่เหมาะสมที่มีขอบเขตทางกฎหมายเหนือประเด็นทางทะเล
“โปรดอย่ากล่าวโทษกัมพูชาว่าทำให้ประเด็นทวิภาคีกลายเป็นเรื่องระดับนานาชาติ หรืออ้างว่ากัมพูชากำลังวางกับดักโดยการเชิญบุคคลที่ 3 หรือการที่นานาชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง” ฮุนเซนระบุ.


