xs
xsm
sm
md
lg

รมว.พลังงานกัมพูชายันนำเข้าน้ำมัน-ก๊าซต่อเนื่อง แต่ขอปชช.-ธุรกิจใช้อย่างประหยัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online - แก้ว รัตนัค รัฐมนตรีกระทรวงเหมืองแร่และพลังงานของกัมพูชากล่าวว่าประเทศยังคงนำเข้าเชื้อเพลิงและก๊าซอย่างต่อเนื่อง แม้ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะเพิ่มสูงขึ้น โดยรัฐบาลกำลังดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าอุปทานภายในประเทศจะมีเสถียรภาพ

ในระหว่างการตรวจเยี่ยมคลังเก็บเชื้อเพลิงของบริษัท Tela ในจ.พระสีหนุ รัฐมนตรีกล่าวว่าความขัดแย้งทั่วโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ได้ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงาน โดยภูมิภาคเอเชียได้รับผลกระทบอย่างหนักเนื่องจาการพึ่งพาอุปทานที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

เขายืนยันการมาถึงของก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG) ล็อตใหม่ โดยเรือบรรทุกก๊าซ 3,400 ตันได้เทียบท่าในกัมพูชา ที่ช่วยสนับสนุนอุปทานภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม แก้ว รัตนัค ได้กล่าวยอมรับว่าการนำเข้าในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 4-5 เที่ยวต่อเดือนนั้น ยังคงต่ำกว่าระดับปกติที่ 7-8 เที่ยวต่อเดือน เนื่องจากสภาวะตลาดโลกที่ตึงตัวและความท้าทายในการจัดหา

เขาเรียกร้องให้ประชาชนและภาคธุรกิจใช้เชื้อเพลิงอย่างรับผิดชอบและประหยัดพลังงาน พร้อมทั้งรับรองว่ารัฐบาลกำลังทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อรักษาระดับปริมาณเชื้อเพลิงให้เพียงพอ

แก้ว รัตนัค กล่าวว่าแม้ว่าสถานการณ์ยังคงไม่แน่นอนท่ามกลางความขัดแย้งที่ดำเนินอยู่ แต่รัฐบาลยังคงพยายามอย่างต่อเนื่องในการจัดหาเชื้อเพลิงและก๊าซให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ

เขากล่าวเสริมว่า ขณะเดียวกันรัฐบาลยังออกมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อลดขั้นตอนการนำเข้าเชื้อเพลิงและก๊าซ และบรรเทาภาระทางการเงินของประชาชน

มาตรการเหล่านี้ยังรวมถึงการอุดหนุนราคาน้ำมันอย่างต่อเนื่อง และกำหนดภาษีศุลกากรสำหรับการนำเข้าเชื้อเพลิงที่ศูนย์ดอลลาร์

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ยังได้อนุมัติมาตรการบรรเทาภาระภาษีเพิ่มเติม รวมถึงการลดภาษีเพิ่มเติมสำหรับน้ำมันเบนซินและดีเซลเหลือศูนย์ ภาษีพิเศษสำหรับน้ำมันดีเซลถูกลดลงจาก 4% เหลือศูนย์ ขณะท่ีภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซลลดลงจาก 10% เหลือ 4% โดยรัฐบาลรับภาระส่วนที่เหลืออีก 6% เพื่อช่วยควบคุมการเพิ่มขึ้นของราคา

นายกฯ ฮุน มาเนต ยังสั่งการให้กระทรวงแรงงานและการฝึกอาชีพหารือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่งผลให้มีการตกลงที่จะให้เงินอุดหนุนรายเดือนแก่แรงงานจำนวน 2.50 ดอลลาร์ เพื่อช่วยค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

รัฐบาลยังออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าที่มากเกินไป ซึ่งรวมถึงการลดภาษีศุลกากรและภาษีนำเข้า-ส่งออกสำหรับสินค้าบางรายการ เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ รถยนต์ไฟฟ้า และสินค้าอื่นๆ โดยมาตรการเหล่านี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 2569.