xs
xsm
sm
md
lg

อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรองรับไม้ต่อ “มินอ่องหล่าย” เป็นผบ.สส.คนใหม่ของกองทัพพม่า

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเอฟพี - พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำคณะรัฐบาลทหารของพม่าได้รับการเสนอชื่อเป็นผู้สมัครรองประธานาธิบดี และถูกแทนที่ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารในวันจันทร์ (30) ที่เป็นการปูทางให้ผู้นำการรัฐประหารขึ้นเป็นประธานาธิบดี และปกครองประเทศต่อในฐานะพลเรือน

มิน อ่อง หล่าย ปกครองพม่ามาตั้งแต่ปี 2564 เมื่อเขาสั่งรัฐประหารโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของอองซานซูจี โดยจับกุมผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ยุบพรรคของเธอ และจุดชนวนสงครามกลางเมือง

หลังจากปกครองประเทศด้วยนโยบายแข็งกร้าวเป็นเวลา 5 ปี เขาได้ดูแลการเลือกตั้งที่ถูกจำกัดอย่างเข้มงวด ที่กำหนดให้การประท้วงหรือวิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งเป็นความผิดทางอาญา และส่งผลให้พรรคที่สนับสนุนกองทัพได้รับชัยชนะอย่างง่ายดายในปลายเดือนม.ค.

องค์กรเฝ้าระวังประชาธิปไตยได้เตือนมานานแล้วว่ารัฐบาลนี้จะเป็นตัวแทนของกองทัพ ที่ปกครองพม่ามาเป็นส่วนใหญ่ของประวัติศาสตร์หลังได้รับเอกราช

“ผมขอเสนอชื่อพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย เป็นรองประธานาธิบดี” ส.ส.จอ จอ เต กล่าว ตามที่สื่อของรัฐรายงานระหว่างการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ทั้งนี้ จะมีการเลือกตั้งรองประธานาธิบดี 3 คน โดยหนึ่งในนั้นจะได้รับการเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีโดยการลงคะแนนเสียงทั้งรัฐสภา

รายงานยังระบุว่า รัฐบาลทหารยังแต่งตั้งผู้บัญชาการทหารสูงสุดคนใหม่ โดย พล.อ.เย วิน อู อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวกรอง เข้าทำหน้าที่แทนมิน อ่อง หล่าย

สื่อพม่าหลายสำนักรายงานว่า พล.อ.เย วิน อู ได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของกองทัพในพิธีที่จัดขึ้นในกรุงเนปีดอ เมืองหลวงของพม่า

กองทัพพม่าได้แสดงตนมานานแล้วว่าเป็นเพียงกองกำลังเดียวที่ปกป้องประเทศที่กำลังวุ่นวายจากการแตกแยกและพังทลาย

บรรดานายพลได้ลดอำนาจการควบคุมลงในช่วงที่ประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยนาน 1 ทศวรรษ เริ่มตั้งแต่ปี 2554 ทำให้ซูจีขึ้นมาเป็นผู้นำพลเรือนและนำพาประเทศไปสู่การปฏิรูป

หลังจากซูจีเอาชนะพรรคสหสามัคคีและการพัฒนาที่สนับสนุนกองทัพได้อย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งปี 2563 พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ก็ดึงอำนาจกลับคืน เนื่องจากเขากังวลเกี่ยวกับอิทธิพลของกองทัพที่ลดลง นักวิเคราะห์กล่าว

ขณะนี้ พรรค USDP ที่เต็มไปด้วยนายทหารเกษียณอายุจำนวนมาก ได้เข้ามามีบทบาทในรัฐสภาอย่างมั่นคงหลังจากได้ที่นั่งจากการเลือกตั้งถึง 80% และคาดว่ารัฐบาลใหม่จะดำเนินนโยบายไปในทิศทางเดียวกับกองทัพ

อย่างไรก็ตาม พล.อ.อาวุโสมิน อ่อง หล่าย จะต้องจัดการการเปลี่ยนผ่านอย่างรอบคอบ ในขณะที่เขาส่งมอบอำนาจการบังคับบัญชากองทัพที่ทรงอำนาจให้กับ พล.อ.เย วิน อู ขณะที่ตนเองก้าวสู่บทบาทพลเรือน.