รอยเตอร์ - เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหภาพยุโรปกล่าวว่าการที่ผู้ขายจากจีนเข้ามามีส่วนร่วมในการวางเครือข่าย 5G ของเวียดนาม อาจทำให้บริษัทต่างชาติลังเลที่จะลงทุนในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้
บริษัทโทรคมนาคมของยุโรปอย่าง Ericsson และ Nokia กำลังพัฒนาเครือข่าย 5G หลักของเวียดนาม แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ผู้ให้บริการโทรคมนาคมของรัฐบาลเวียดนามได้มอบสัญญา 5G ให้กับคู่แข่งจากจีนอย่าง Huawei และ ZTE
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลังจากหลายปีที่ระมัดระวังต่อจีน และการเปลี่ยนแปลงนี้ได้จุดชนวนให้เกิดความวิตกกังวลในหมู่เจ้าหน้าที่ตะวันตก
“ต้องระมัดระวังเรื่องการพึ่งพาในด้านยุทธศาสตร์” โจเซฟ ซิเคลา กรรมาธิการสหภาพยุโรปฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ กล่าว เมื่อถูกถามเกี่ยวกับสัญญากับจีน
“5G คือสนามรบใหม่ คุณสามารถเข้าถึงและควบคุมสิ่งต่างๆ ได้มากมายผ่านทางเครือข่าย และคุณต้องระมัดระวังเสมอว่าใครคือผู้ให้บริการที่คุณไว้วางใจได้ ” โจเซฟ ซิเคลา กล่าวกับรอยเตอร์นอกรอบการประชุมการลงทุนสหภาพยุโรป-เวียดนามในกรุงฮานอย
“หากนักลงทุนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูล พวกเขาอาจตัดสินใจที่จะไม่เสี่ยงและไม่ลงทุน” โจเซฟ ซิเคลา กล่าวย้ำ
กระทรวงการต่างประเทศของเวียดนามและสถานทูตจีนในกรุงฮานอยไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอความคิดเห็นในทันที
เวียดนามเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสำคัญและเป็นที่ตั้งของโรงงานผลิตขนาดใหญ่ของบริษัทข้ามชาติตะวันตก รวมถึงบริษัทจากยุโรปอย่าง Adidas และ Lego การเติบโตทางเศรษกิจที่ยาวนานาหลายทศวรรษของเวียดนามขึ้นอยู่กับการลงทุนจากต่างประเทศ
สหภาพยุโรปและประเทศในยุโรปได้ประกาศแพ็คเกจการลงทุนใหม่ในภาคการขนส่งและพลังงานของเวียดนามเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
ซิเคลากล่าวว่าความเสี่ยงต่อการลงทุนในอนาคตจากเครือข่ายที่ไม่ปลอดภัยยังอยู่ในขั้นทฤษฎี และว่ามีหลายประเทศในยุโรปเคยอนุญาตให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมของจีนเข้ามาดำเนินธุรกิจในอดีต
แต่อย่างไรก็ตาม Huawei และ ZTE ถูกห้ามใช้งานจากเครือข่ายโทรคมนาคมของหลายประเทศในยุโรปและสหรัฐฯ เนื่องจากถูกมองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ
ทั้งสองบริษัทได้วิพากษ์วิจารณ์ข้อจำกัดดังกล่าวว่าไม่ยุติธรรม และปฏิเสธข้อกังวลเหล่านั้นว่าไม่มีมูลความจริง
ด้านเจ้าหน้าที่เวียดนามกล่าวว่าอุปกรณ์โทรคมนาคมของจีนมีความน่าเชื่อถือและราคาถูกกว่า ขณะเดียวกันก็ลดทอนเรื่องความเสี่ยงด้านความปลอดภัย และรอยเตอร์ได้รายงานเมื่อต้นเดือนว่าเวียดนามกำลังเจรจาสัญญาเพิ่มเติมกับบริษัทจีน.


