xs
xsm
sm
md
lg

กัมพูชาอนุมัติร่างกฎหมายกำจัดแก๊งสแกมเมอร์

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เอเอฟพี - รัฐบาลกัมพูชาได้อนุมัติร่างกฎหมายที่จะกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงต่อผู้ฉ้อโกงที่ดำเนินการหลอกลวงทางไซเบอร์ในประเทศ


กัมพูชาได้กลายเป็นแหล่งรวมของแก๊งอาชญากรที่ดำเนินธุรกิจฉ้อโกงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่บรรดามิจฉาชีพล่อลวงผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกให้ตกอยู่ในความสัมพันธ์โรแมนติกปลอมและการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล

อุตสาหกรรมการหลอกลวงทางไซเบอร์ทั่วโลก ที่ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เติบโตจนถึงระดับอุตสาหกรรม โดยประมาณการรายได้ต่อปีสูงถึง 64,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ

ผู้คนหลายแสนคนที่ทำการหลอกหลวงในภูมิภาคนี้ บางส่วนถูกค้ามนุษย์และถูกกักขังอย่างไม่เต็มใจ ขณะที่บางส่วนทำงานด้วยความสมัครใจ

เนธ เพียกตรา รัฐมนตรีกระทรวงสารสนเทศกล่าวกับเอเอฟพีว่า ร่างกฎหมายดังกล่าวที่มีเป้าหมายเพื่อกำจัดปฏิบัติการหลอกลวงทางไซเบอร์ข้ามชาติ ได้รับการอนุมัติในการประชุมคณะรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต เป็นประธาน

เขากล่าวว่าร่างกฎหมายที่จะส่งให้รัฐสภาอนุมัติในเร็วๆ นี้ จะกำจัดการหลอกหลวงทางออนไลน์ออกจากดินแดนของกัมพูชา

ด้วยสมาชิกสภาจากพรรครัฐบาลครองเสียงข้างมากในทั้งสองสภา คาดว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะผ่านอย่างง่ายดาย

“กัมพูชาไม่ใช่สวรรค์หรือที่หลบภัยสำหรับอาชญากร” เนธ เพียกตรา กล่าว พร้อมเสริมว่ารัฐบาลจะยังคงดำเนินการปราบปรามพวกมิจฉาชีพต่อไป

ภายใต้กฎหมายใหม่ หัวหน้าศูนย์หลอกลวงทางไซเบอร์จะเผชิญกับโทษจำคุกระหว่าง 5-10 ปี และปรับไม่เกิน 1,000 ล้านเรียล (ประมาณ 245,996 ดอลลาร์สหรัฐ) และหากพบว่าการดำเนินงานของพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับความรุนแรง การทรมาน การกักขัง การค้ามนุษย์ หรือการบังคับใช้แรงงาน พวกเขาจะต้องโทษจำคุก 10-20 ปี และปรับไม่เกิน 2,000 ล้านเรียล

ร่างกฎหมายยังระบุว่าหัวหน้าแก๊งฉ้อโกงทางไซเบอร์จะต้องโทษจำคุก 15-30 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต หากการกระทำของพวกเขานำไปสู่การเสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย

สำหรับผู้ฉ้อโกงระดับล่าง การฉ้อโกงทางไซเบอร์มีโทษจำคุก 5-10 ปี และปรับไม่เกิน 1,000 ล้านเรียล หากกระทำโดยกลุ่มองค์กรและมีเหยื่อจำนวนมาก

เมื่อเดือนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพีในโอกาสที่หาได้ยากว่า ศูนย์สแกมกำลังทำลายเศรษฐกิจของประเทศและทำให้ประเทศเสียชื่อเสียง พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะกำจัดสิ่งนี้ให้หมดไป

รายงานปี 2567 โดยสถาบันสันติภาพแห่งสหรัฐฯ ประเมินว่าผลตอบแทนจากการฉ้อโกงทางไซเบอร์ในกัมพูชามีมูลค่าเกิน 12,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็นครึ่งหนึ่งของ GDP อย่างเป็นทางการของประเทศ แต่ฮุน มาเนต ปฏิเสธว่าประเทศพึ่งพาการฉ้อโกงเหล่านี้

ชาย สินาริธ รัฐมนตรีอาวุโสในคณะกรรมการต่อต้านการฉ้อโกงทางไซเบอร์ของรัฐบาล กล่าวกับเอเอฟพีในสัปดาห์นี้ว่าประเทศของเขาหวังที่จะปิดศูนย์หลอกลวงออนไลน์ทั้งหมดภายในสิ้นเดือนเม.ย. และเขากล่าวว่านับตั้งแต่รัฐบาลเริ่มปราบปรามในเดือนก.ค. ทางการได้ปิดสถานที่หลอกลวงทางออนไลน์ไปแล้วประมาณ 200 แห่ง และกาสิโน 91 แห่ง

เขากล่าวเสริมว่ามีผู้คนมากกว่า 200,000 คน หลบหนีออกจากศูนย์หลอกลวงออนไลน์และออกจากกัมพูชาไปแล้ว และประเทศได้เนรเทศชาวต่างชาติประมาณ 10,000 คน

การผลักดันการบังคับใช้กฎหมายที่นักวิเคราะห์วิจารณ์ว่าเป็นเพียงแค่การสร้างภาพนี้ ได้นำไปสู่การจับกุมตัว เฉิน จื้อ มหาเศรษฐีชาวจีนที่เป็นตัวการใหญ่ในเดือนม.ค. และถูกส่งตัวกลับไปจีนแล้ว.