xs
xsm
sm
md
lg

พม่าขับทูตติมอร์พ้นประเทศภายใน 7 วัน หลังรับเรื่องกลุ่มสิทธิยื่นฟ้องกองทัพ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



รอยเตอร์ - พม่ามีคำสั่งให้ผู้นำคณะผู้แทนทางการทูตของประเทศติมอร์-เลสเต เดินทางออกจากประเทศภายใน 7 วัน ตามการรายงานของสื่อของรัฐที่อ้างคำกล่าวของกระทรวงการต่างประเทศ ในความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากกรณีคำร้องเรียนทางอาญาที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนยื่นฟ้องกองทัพพม่า

พม่าตกอยู่ในความโกลาหลวุ่นวายมาตั้งแต่ปี 2564 เมื่อกองทัพโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของอองซานซูจี ที่จุดชนวนให้เกิดการประท้วงต่อต้านรัฐบาลทหารเป็นวงกว้างและกลายเป็นสงครามกลางเมืองทั่วประเทศ

เมื่อเดือนที่ผ่านมา องค์กรสิทธิมนุษยชนแห่งรัฐชินของพม่า (CHRO) ได้ยื่นร้องเรียนต่อกระทรวงยุติธรรมของติมอร์-เลสเต โดยกล่าวหาว่ารัฐบาลทหารพม่าได้ก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2564

ในเดือนม.ค. เจ้าหน้าที่ของ CHRO ได้พบหารือกับประธานาธิบดีโฮเซ รามอส-ฮอร์ตา ของติมอร์-เลสเต ที่เมื่อปีที่ผ่านมาได้นำประเทศเล็กๆ ที่นับถือศาสนาคริสต์แห่งนี้เข้าร่วมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ที่พม่าก็เป็นสมาชิกอยู่ด้วย

ซาไล ซา อุค ผู้อำนวยการบริหารของกลุ่ม CHRO กล่าวว่า CHRO ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนในติมอร์-เลสเต เพราะต้องการประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีระบบตุลาการที่เป็นอิสระ รวมถึงประเทศที่เห็นอกเห็นใจต่อความทุกข์ยากของประชากรที่ส่วนใหญ่เป็นคริสเตียนในรัฐชิน

“การมีส่วนร่วมที่ไม่สร้างสรรค์เช่นนี้โดยผู้นำรัฐที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของอาเซียน กับองค์กรที่ผิดกฎหมายซึ่งต่อต้านประเทศสมาชิกอาเซียนอีกประเทศหนึ่งนั้น เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้โดยสิ้นเชิง” หนังสือพิมพ์โกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมา ของรัฐบาลทหารพม่ารายงานอ้างคำกล่าวของกระทรวงการต่างประเทศ

เมื่อต้นเดือนก.พ. CHRO ระบุว่าหน่วยงานตุลาการของติมอร์-เลสเต ได้เริ่มดำเนินการทางกฎหมายต่อรัฐบาลทหารพม่า รวมถึงพล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่า หลังจากที่กลุ่มสิทธิมนุษยชนยื่นเรื่องร้องเรียน

กระทรวงการต่างประเทศของพม่าระบุว่า การรับเรื่องร้องเรียนของติมอร์-เลสเต และแต่งตั้งอัยการเพื่อตรวจสอบคดีนั้นเป็นผลให้ “เกิดแนวทางปฏิบัติที่ไม่เคยมีมาก่อน การตีความในแง่ลบ และการเพิ่มขึ้นของความไม่พอใจของประชาชน”

สถานทูตติมอร์ในพม่าไม่ได้ตอบคำร้องขอความคิดเห็นในเรื่องนี้

ความขัดแย้งทางการทูตนี้เกิดขึ้นในขณะที่กองทัพพม่าเผชิญกับกาารตรวจสอบจากนานาชาติเกี่ยวกับบทบาทของตนในการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮิงญาในคดีที่กำลังพิจารณาอยู่ในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งพม่าปฏิเสธข้อกล่าวหานี้.