MGR Online - ประชาชนในจังหวัดมะริดไม่พอใจ ทหารกะเหรี่ยง KNLA 4 จับชาวบ้านไปอย่างไร้เหตุผล แค่วิจารณ์ ตั้งข้อสังเกตุว่าอยู่เบื้องหลังเหตุไฟไหม้วอดทั้งหมู่บ้าน แต่ต่อมาบอกถูกยิงตายแล้วขณะกำลังหลบหนี แถมไม่ยอมส่งศพคืนให้ญาตินำไปทำพิธีทางศาสนา
วานนี้ (11 ก.พ.) สำนักข่าว Dawei Watch รายงานว่า ได้เกิดเหตุทหารจากกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNLA) สังหารชาวบ้านผู้บริสุทธิ์อย่างไม่เป็นธรรมขึ้นในพื้นที่อำเภอปะลอ จังหวัดมะริด ภาคตะนาวศรี
ชาวบ้านผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกสังหาร มีชื่อว่า อู ซิดซิด หรืออีกชื่อหนึ่งคือ อู ซิดทูน อายุ 52 ปีชาวหมู่บ้านตะแยตตะปิ่น ตำบลเจ้าก์โลงจี ซึ่งตามรายงานจากสื่อออนไลน์ในท้องถิ่นระบุว่า อู ซิดทูน เป็นคนทวาย
เหตุสังหารอย่างไม่เป็นธรรมครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ได้เกิดเพลิงไหม้ขึ้นที่หมู่บ้านสิ่นโทจี ซึ่งอยู่ติดกับหมู่บ้านตะแยตตะปิ่น เพลิงได้เผาผลาญบ้านเรือนในหมู่บ้านสิ่นโทจีจนวอดไปหมดทุกหลัง
อู ซิดซิด ซึ่งถูกระบุว่าเป็นผู้เห็นการณ์ครั้งนี้ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงในทำนองที่ว่าทหารกะเหรี่ยงอยู่เบื้องหลังเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าว
ต่อมาได้มีทหารจากกองร้อยที่ 3 กองพันที่ 12 กองพลน้อยที่ 4 กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติกะเหรี่ยง(KNLA 4) ซึ่งเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่จังหวัดทวายและมะริดในภาคตะนาวศรี ได้มาที่บ้านของ อู ซิดซิด ในหมู่บ้านตะแยตตะปิ่น เมื่อไปถึงได้รุมทำร้าย อู ซิดซิด ก่อนจะจับตัวไปคุมขังในค่ายทหาร
ตามรายงานข่าวจากสื่อออนไลน์ในท้องถิ่น ระบุว่า เพื่อนบ้านของ อู ซิดซิด ได้พยายามร้องขอให้ทหารหยุดทำร้าย อู ซิดซิด แต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อญาติพี่น้องของ อู ซิดซิด พากันไปยังค่ายทหารกะเหรี่ยงเพื่อขอเยี่ยม อู ซิดซิด ทหารกะเหรี่ยงที่ประจำการอยู่ในค่ายก็ไม่อนุญาตให้ได้พบกับ อู ซิดซิด
อีก 3 วันถัดมา มีตัวแทนทหารกะเหรี่ยงมายังหมู่บ้านตะแยตตะปิ่น แล้วแจ้งกับญาติพี่น้องของ อู ซิดซิด ว่า อู ซิดซิด ได้เสียชีวิตแล้ว เนื่องจากถูกยิงขณะพยายามหลบหนีออกจากที่คุมขัง และปรากฏว่าเมื่อญาติพี่น้องขอศพของ อู ซิดซิด เพื่อจะได้นำกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา แต่ทหารกะเหรี่ยงไม่ยอมคืนศพให้
เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ชาวบ้านได้ทำหนังสือสอบถามข้อเท็จจริงไปยัง ปะโด ซอ แอนา ผู้บังคับกองพันที่ 12 KNLA 4 แต่ว่าจนถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ก็ยังไม่ได้รับคำตอบกลับมาแต่อย่างใด
ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2567 เป็นต้นมา บริเวณไม่ห่างจากหมู่บ้านสิ่นโทจี เป็นพื้นที่ซึ่งมีการสู้รบกันอย่างหนัก ระหว่างกองทัพพม่า กับทหารกะเหรี่ยงและกองกำลังติดอาวุธของรัฐบาลเงา(PDF) ทำให้ชาวบ้านต่างพากันหนีภัยมาอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านสิ่นโทจี
ต่อมาในปี 2568 ทหารกะเหรี่ยงจากกองร้อยที่ 3 กองพันที่ 12 KNLA 4 ได้เข้าไปเคลื่อนไหวและวางกับระเบิดไว้ในบริเวณโดยรอบหมู่บ้านสิ่นโทจี ทำให้มีชาวบ้านสิ่นโทจีถึง 17 คน ได้รับบาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดที่ทหารกะเหรี่ยงวางเอาไว้ ในเดือนมกราคม 2569 ชาวบ้านสิ่นโทจีจึงพากันอพยพออกจากหมู่บ้านไปอาศัยในพื้นที่อื่นจนกลายเป็นหมู่บ้านร้าง
ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2569 บ้านหลายหลังในหมู่บ้านสิ่นโทจีเริ่มทยอยเกิดเพลิงไหม้ จนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ บ้านทุกหลังในหมู่บ้านได้ถูกไฟเผาจนวอดไปทั้งหมด


