xs
xsm
sm
md
lg

“ฮุน มาเนต” ร้องประชาชนเปลี่ยนความเจ็บปวดข้อพิพาทดินแดนเป็นพลัง ย้ำไม่มีใครช่วยประเทศได้ดีเท่าคนในชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR ออนไลน์ - นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชา ได้เรียกร้องให้ชาวเขมรเปลี่ยนความเจ็บปวดที่เกิดจากข้อพิพาทดินแดนกับไทยให้เป็นพลังของชาติ โดยเน้นย้ำว่าความยากลำบากต้องไม่ทำให้ประเทศอ่อนแอลง แต่ควรเป็นตัวเร่งให้เกิดความสามัคคีและความก้าวหน้า และย้ำว่าการปกป้องดินแดนของชาติและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนยังคงเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดของรัฐบาล

“ดินแดนและประชาชนเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกของรัฐบาลเสมอมาและจะยังเป็นเช่นนั้นต่อไป ตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และในอนาคต” ผู้นำกัมพูชาได้แสดงความคิดเห็นดังกล่าวระหว่างพบปะนักเรียน 3,020 คน ที่ได้เกรดเอจากการสอบมัธยมปลาย และผู้ที่ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพระดับ 3 ในกรุงพนมเปญ

ผู้นำกัมพูชาเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาทุกคนไว้วางใจในรัฐบาล

เขากล่าวว่าการตัดสินใจของรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหาพรมแดนกัมพูชา-ไทย เป็นไปอย่างรอบคอบ มีความรับผิดชอบ และหนักแน่น โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน พร้อมกับย้ำว่าชาวกัมพูชาต้องพึ่งพาความสามัคคีและความมุ่งมั่นของตนเอง เพราะไม่มีใครช่วยเหลือกัมพูชาได้ดีไปกว่าชาวกัมพูชาด้วยกันเอง

“ด้วยจิตวิญญาณแห่งชาติเขมรที่เป็นหนึ่งเดียว เป็นเรื่องจริงที่เรารู้สึกเจ็บปวด และอาจทำให้เราเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจ แต่เราต้องไม่ยอมให้ความเจ็บปวดนี้เอาชนะเรา ยิ่งสถานการณ์ยากลำบากและเจ็บปวดมากเท่าไร เรายิ่งต้องเข้มแข็งให้มากขึ้นเท่านั้น เพื่อนำพาประเทศชาติมุ่งไปข้างหน้า เพราะไม่มีใครทำให้กัมพูชาเข้มแข็งได้มากกว่าตัวเราเอง” ฮุน มาเนต กล่าว

ผู้นำกัมพูชายังเน้นย้ำว่าในช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ ความพยายามของชาติจะตัองมุ่งไปที่การเสริมสร้างศักยภาพในสังคม โดยเฉพาะในหมู่เยาวชนนักเรียนนักศึกษา ที่ต้องตั้งใจเรียนเพื่ออนาคตของชาติ เขาเสริมว่าความแข็งแกร่งของกัมพูชาขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของประชาชน

เขาระบุว่ากระทรวงศึกษาธิการ เยาวชน และกีฬา ยังคงเร่งเสริมศักยภาพครูและปรับปรุงคุณภาพการศึกษาในทุกภาคส่วน ที่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาประเทศในระยะยาว

นอกจากนี้ เขายังระบุว่าเขารับทราบถึงความตึงเครียดทางอารมณ์ที่เจ้าหน้าที่ในกระทรวงและสถาบันต่างๆ กำลังเผชิญอยู่ โดยระบุว่าความรู้สึกดังกล่าวเป็นเรื่องปกติในช่วงเวลาของความขัดแย้ง และกำชับว่าแม้สถานการณ์ตามแนวชายแดนอาจทำให้รู้สึกท้อแท้ แต่เขาเตือนว่าสิ่งนี้ต้องไม่นำไปสู่ความหยุดนิ่ง กระทรวงและสถาบันทุกแห่งต้องทำงานอย่างแข็งขัน มุ่งมั่นเสริมศักยภาพในการดูแลประชาชน

ฮุน มาเนต ยังเรียกร้องให้หน่วยงานท้องถิ่นเร่งดำเนินการดูแลรับใช้ประชาชน ปรับปรุงประสิทธิภาพของหน่วยงาน และลดความไร้ประสิทธิภาพ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศแม้จะมีอุปสรรคและความหวาดกลัว

ในส่วนของปัญหาพรมแดนที่กำลังดำเนินอยู่ ฮุน มาเนต กล่าวเน้นย้ำอีกครั้งว่า พรมแดนกัมพูชา-ไทย เป็นพรมแดนระหว่างประเทศระหว่างสองรัฐอธิปไตย และได้รับการคุ้มครองโดยกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎบัตรสหประชาชาติ ดังนั้นกัมพูชาจึงยืนหยัดอย่างมั่นคงและไม่เปลี่ยนแปลงในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของชาติ และไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงเส้นเขตแดนที่เกิดจากการใช้กำลัง

เขายืนยันถึงจุดยืนของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติและสอดคล้องตามกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อรับประกันการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ แต่ในขณะเดียวกัน เขายอมรับว่ากระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลาและมีความท้าทาย แต่เขาเรียกร้องให้มีการร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา ป้องกันการเกิดซ้ำ และฟื้นฟูสันติภาพ โดยเปลี่ยนพื้นที่ขัดแย้งเดิมให้เป็นพื้นที่พัฒนาและความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน.

กำลังโหลดความคิดเห็น