MGR Online - กำลังพล BGF กะเหรี่ยง ที่เคยเปลี่ยนอาร์มเป็น KNA หลังปีใหม่ ตัดสินใจเปลี่ยนกลับมาใช้อาร์ม BGF เหมือนเดิมอีกครั้ง หลัง ผบ.พล 22 กองทัพพม่า ประกาศเด็ดขาด ตั้งแต่ 25 มกราคม ห้ามมีทหาร KNA อยู่ในเมียวดี
วานนี้ (30 ม.ค.) Karen information Center รายงานว่า กำลังพลกะเหรี่ยงหลายนายที่เคยสังกัด BGF หรือกองกำลังพิทักษ์ชายแดน(Border Guard Force) และได้เปลี่ยนอาร์มบนเครื่องแบบจาก BGF ไปเป็นอาร์ม KNA หรือกองทัพแห่งชาติกะเหรี่ยง(Karen National Army) เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2569 ได้เปลี่ยนอาร์มกลับมาเป็น BGF อีกครั้ง โดยเฉพาะกำลังพลที่ประจำการอยู่ภายในตัวเมืองเมียวดี ตรงข้ามกับอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก
การเปลี่ยนอาร์มจาก KNA กลับมาเป็น BGF ของกำลังพลกะเหรี่ยงเหล่านี้ เป็นไปตามคำสั่งของผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 22 กองทัพพม่า ซึ่งได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 19 มกราคมที่ผ่านมาว่า ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม 2569 เป็นต้นไป จะต้องไม่มีกำลังพล KNA อยู่ในตัวเมืองเมียวดี โดยกำลังพลกะเหรี่ยงทุกนายที่ตัดสินใจย้ายไปสังกัด KNA ต้องออกไปจากตัวเมืองเมียวดีทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นมา กำลังพล BGF ส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะกำลังพลในสังกัดกรมทหารที่ 2 และ 3 ได้ตัดสินใจย้ายไปสังกัด KNA เพื่อต้องการเป็นกองกำลังติดอาวุธอิสระ ไม่ขึ้นกับกองทัพพม่า ขณะที่กำลังพล BGF ที่เหลือ ในสังกัดกรมทหารที่ 1 และ 4 ยังคงสถานภาพเป็น BGF เหมือนเดิม
กรมทหารที่ 2 และ 3 เป็นหน่วยทหารของ BGF ที่ใกล้ชิดกับประเทศไทยมากที่สุด เพราะพื้นที่ซึ่งทั้ง 2 กรมดูแลอยู่นั้น ถูกใช้เป็นที่ตั้งฐานแก๊งสแกมเมอร์ของพวกจีนเทาหลายแห่ง
กรมทหารที่ 2 มี พล.ต.ซอ โมะโต่ง เป็นผู้บังคับการ มีพื้นที่เคลื่อนไหวอยู่ในเขตเมียวดีทางตอนใต้ ส่วนกรมทหารที่ 3 มี พ.อ.ซอ ชิดตู่ เป็นผู้บังคับการ มีพื้นที่เคลื่อนไหวอยู่ในเขตเมียวดีทางตอนเหนือ ซึ่งมีฐานสำคัญของแก๊งสแกมเมอร์อยู่ในเมืองใหม่ฉ่วยก๊กโก ซึ่งคนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี
เหตุผลที่ BGF ทั้ง 2 กรม ตัดสินใจเปลี่ยนเป็นกองกำลังติดอาวุธอิสระภายใต้ชื่อ KNA เนื่องจากเห็นว่า รายได้ที่ได้รับจากแก๊งสแกมเมอร์นั้น มีมากเพียงพอที่จะนำมาใช้จ่ายสร้างความมั่งคั่งให้กับกองทัพของตน ไม่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากกองทัพพม่าอีกต่อไป
อย่างไรก็ตาม การประกาศตัวเป็นกองกำลังติดอาวุธอิสระของ KNA ทำให้มีความตึงเครียดและเกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างกองทัพพม่า กับ KNA โดยเฉพาะในตัวเมืองเมียวดี เนื่องจากกองทัพพม่าถูกทางการจีนกดดันลงมาอย่างหนัก ให้เดินหน้ากวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ที่ตั้งอยู่ตามแนวชายแดนอย่างจริงจัง
วันที่ 19 มกราคม ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 22 กองทัพพม่า ได้มีประกาศให้กำลังพลทั้งหมดของ KNA ต้องออกไปจากตัวเมืองเมียวดี ตั้งแต่วันที่ 25 มกราคมเป็นต้นไป พร้อมกันนี้ ก็ได้เคลื่อนกำลังทหารจำนวนมากจากฐานบัญชาการใหญ่ที่เมืองเมาะละแหม่ง มาตามทางหลวงเอเซียหมายเลข 1 เข้าสู่ตัวเมืองเมียวดี
มีรายงานว่า ตั้งแต่เย็นวันที่ 28 มกราคม รถลำเลียงพลของกองทัพพม่า 35 คัน ได้เคลื่อนขบวนเข้าไปในกองพันทหารราบที่ 275 ใกล้กับสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ขณะที่ภายในตัวเมืองเมียวดี มีทหารพม่าถูกส่งไปประจำการอยู่ตามจุดต่างๆเต็มไปหมด นอกจากนี้ ยังมีผู้พบเห็นรถหุ้มเกราะของกองทัพพม่าอย่างน้อย 4 คัน วิ่งอยู่ตามท้องถนนในตัวเมืองเมียวดี


