รอยเตอร์ - รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชากล่าวว่ากองทัพไทยยังคงยึดครองพื้นที่พลเรือนในกัมพูชา ด้วยการกั้นพื้นที่บางส่วนด้วยลวดหนามและตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งกัมพูชาระบุว่าเป็นความเสี่ยงต่อข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสองประเทศที่ปะทะกันสองครั้งเมื่อปีที่แล้ว
ปรัก สุคน รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา กล่าวกับรอยเตอร์ว่า ครอบครัวชาวกัมพูชามากถึง 4,000 ครอบครัว ไม่สามารถกลับบ้านตามแนวชายแดนที่มีข้อพิพาทเนื่องจากการรุกรานของไทย แม้จะมีข้อตกลงเมื่อเดือนธ.ค. ที่ยุติการปะทะกันอย่างรุนแรงตามแนวชายแดนแล้วก็ตาม
“กองทัพไทยยังคงยึดครองดินแดนที่อยู่ภายในกัมพูชา” ปรัก สุคน กล่าวในการให้สัมภาษณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักจากกรุงพนมเปญ โดยระบุสถานที่อย่างน้อย 4 แห่งตามแนวชายแดนว่าเป็นจุดที่มีการรุกราน
“สถานการณ์ยังคงสงบ แต่ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้าง ดังนั้นเราหวังว่าไทยจะยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเต็มที่” ปรัก สุคน กล่าว
ในการตอบคำถามจากรอยเตอร์ เจ้าหน้าที่รัฐและเจ้าหน้าที่ทหารของไทยได้อ้างถึงคำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศเมื่อวันที่ 12 ม.ค. ที่ปฏิเสธข้อกล่าวหาของกัมพูชาว่าเป็นข้อกล่าวหาที่ “ไม่มีมูลความจริง”
กระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุว่าการคงกำลังทหารไว้ตามตำแหน่งต่างๆ ในปัจจุบันหลังจากการหยุดยิง ถือเป็นการปฏิบัติตามมาตรการลดความตึงเครียดที่ตกลงกันไว้โดยตรง
“สิ่งนี้ไม่สามารถตีความผิดว่าเป็นการยึดครองดินแดนได้” กระทรวงการต่างประเทศของไทย ระบุ
ด้วยการโจมตีของเครื่องบินรบ การยิงจรวด และการระดมยิงปืนใหญ่ สองประเทศเพื่อนบ้านได้สู้รบกันเป็นเวลา 20 วัน ในเดือนธ.ค. หลังจากการปะทะกันในเดือนก.ค. ที่ยุติลงหลังการเรียกร้องของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
การสู้รบในเดือนธ.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิต 101 คน และมีผู้พลัดถิ่นมากกว่าครึ่งล้านคนทั้งสองฝ่าย ที่เป็นการปะทะขึ้นครั้งล่าสุดของข้อพิพาทที่ยืดเยื้อมานานกว่าศตวรรษระหว่างสองประเทศ ที่บางครั้งกลายเป็นความขัดแย้ง
ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กัมพูชาได้ร้องขอให้ไทยจัดการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ที่เป็นความพยายามร่วมกันของทั้งสองฝ่ายในการกำหนดเขตแดน แต่กรุงเทพฯ ยังไม่ได้ยืนยันการเข้าร่วม ปรัก สุคน ระบุ
“ประเด็นหมู่บ้านที่ถูกยึดครองจะเป็นเรื่องสำคัญลำดับต้นสำหรับเรา เพราะเราจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาเหล่านั้นเพื่อให้ประชาชนของเราสามารถกลับบ้านได้” รัฐมนตรีกัมพูชา กล่าว
กระทรวงการต่างประเทศของไทยกล่าวว่ากำลังดำเนินการขั้นตอนภายในสำหรับการเจรจา ที่จะเกิดขึ้นหลังจากรัฐบาลใหม่เข้าทำหน้าที่หลังการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.
“ฝ่ายไทยยืนยันความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการแก้ไขข้อขัดแย้งผ่านกลไกทวิภาคี และตั้งใจที่จะกลับมาดำเนินกิจกรรมของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมโดยเร็วที่สุด” กระทรวงการต่างประเทศของไทยระบุ
นอกเหนือจากการไม่เพิ่มกำลังทหารทั้งสองฝั่งชายแดน ข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ยังตกลงกันเกี่ยวกับการกลับถิ่นฐานของพลเรือนพลัดถิ่นด้วย
“การสู้รบ 2 ระลอกได้ก่อให้เกิดความเสียหายมากมาย ต่อทั้งชีวิตพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน” ปรัก สุคน กล่าวเสริม
แม้ว่าทรัมป์จะมีบทบาทสำคัญในการยุติการปะทะกันในเดือนก.ค. และดูแลการลงนามข้อตกลงหยุดยิงในเดือนต.ค. แต่คำเรียกร้องของเขากลับไม่ประสบความสำเร็จในการยุติการสู้รบระลอกสองในทันที
นอกเหนือจากความพยายามของทรัมป์และนายกรัฐมนตรีอันวาร์ อิบราฮิม ของมาเลเซียแล้ว ปรัก สุคน ยังได้กล่าวถึงการมีส่วนร่วมของจีนในการหยุดยิงครั้งล่าสุด เช่น การเยือนของผู้แทนพิเศษที่กรุงเทพฯ และกรุงพนมเปญ ในปลายเดือนธ.ค.
“เขาได้พบกับนายกรัฐมนตรีของเรา รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมของเรา และตัวผม” ปรัก สุคน ระบุ และยังกล่าวถึงการประชุมที่คล้ายกันในฝั่งไทย
“นั่นถือเป็นการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันจากจีน” ปรัก สุคน ระบุ
สองวันหลังจากข้อตกลงหยุดยิงครั้งล่าสุด นักการทูตระดับสูงของจีน ไทย และกัมพูชา ได้พบกันที่มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ที่พวกเขาเห็นพ้องที่จะฟื้นฟูความไว้วางใจซึ่งกันและกัน.


