รอยเตอร์ - บริษัทโทรคมนาคมชั้นนำของจีนอย่าง Huawei และ ZTE ได้บรรลุสัญญาหลายฉบับในการจัดหาอุปกรณ์ 5G ในเวียดนาม ในอีกหนึ่งสัญญาณที่ชี้ถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างฮานอยกับปักกิ่ง ที่สร้างความกังวลให้กับเจ้าหน้าที่ฝั่งตะวันตก บุคคลที่ทราบเรื่องดังกล่าวเปิดเผยกับรอยเตอร์
หลายปีที่ผ่านมา เวียดนามถูกมองว่าลังเลที่จะใช้เทคโนโลยีของจีนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีความอ่อนไหว แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ เวียดนามได้ยอมรับบริษัทเทคโนโลยีจีน เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้านทางเหนือเริ่มดีขึ้น ขณะที่ความสัมพันธ์กับวอชิงตันย่ำแย่ลงจากภาษีนำเข้าสินค้าของเวียดนาม
ขณะที่บริษัท Ericsson ของสวีเดน และ Nokia ของฟินแลนด์ ได้บรรลุสัญญาสำหรับโครงสร้างพื้นฐานหลัก 5G ของเวียดนาม โดยมีบริษัท Qualcomm ผู้ผลิตชิปของสหรัฐฯ เป็นผู้จัดหาอุปกรณ์เครือข่าย แต่บริษัทจีนเริ่มชนะการประมูลขนาดเล็กกับผู้ให้บริการของรัฐแล้ว ตามข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างสาธารณะที่ยังไม่มีการรายงานจนถึงตอนนี้
กลุ่มบริษัทที่รวมถึง Huawei ได้สัญญามูลค่า 23 ล้านดอลลาร์สำหรับอุปกรณ์ 5G ในเดือนเม.ย. ไม่กี่สัปดาห์หลังจากทำเนียบขาวประกาศเรียกเก็บภาษีกับสินค้าของเวียดนาม บริษัท ZTE ได้รับสัญญาอย่างน้อย 2 ฉบับ โดยหนึ่งฉบับบรรลุกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่มีมูลค่ารวมกว่า 20 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับเสาอากาศ 5G โดยข้อตกลงแรกที่เปิดเผยต่อสาธารณะเกิดขึ้นในเดือนก.ย. หนึ่งเดือนหลังจากภาษีสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้
ทั้งนี้ รอยเตอร์ไม่สามารถระบุได้ว่าช่วงเวลาของการชนะประมูลเหล่านี้เชื่อมโยงกับภาษีของสหรัฐฯ หรือไม่ แต่ข้อตกลงเหล่านี้สร้างความกังวลให้กับเจ้าหน้าที่ตะวันตก
การกีดกันผู้รับเหมาจีนออกจากโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของเวียดนาม รวมถึงสายเคเบิลใยแก้วนำแสงใต้น้ำ ถือเป็นเงื่อนไขสำคัญของสหรัฐฯ สำหรับการสนับสนุนเทคโนโลยีขั้นสูงมานานแล้ว
Huawei และ ZTE ถูกห้ามจากเครือข่ายโทรคมนาคมของสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นความเสี่ยงที่ยอมรับไม่ได้ต่อความมั่นคงของชาติ ขณะที่สวีเดนและประเทศอื่นๆ ในยุโรป ก็มีข้อจำกัดที่คล้ายกัน
Ericsson ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นเกี่ยวกับบริษัทของจีน แต่กล่าวว่าบริษัทมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ที่จะสนับสนุนลูกค้าในเวียดนาม
ทั้ง Huawei ZTE Nokia Qualcomm สถานทูตสหรัฐฯ ในเวียดนาม สถานทูตจีน กระทรวงการต่างประเทศของสวีเดน และกระทรวงเทคโนโลยีของเวียดนาม ต่างไม่ตอบสนองต่อคำร้องขอความคิดเห็นจากรอยเตอร์
ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้เป็นสมรภูมิสำคัญในการแข่งขันเพื่อชิงอิทธิพล ความใกล้ชิดกับจีนทำให้เวียดนามกลายเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมสำคัญของบริษัทข้ามชาติ เช่น Apple Samsung และ Nike ที่ต้องพึ่งพาส่วนประกอบจากจีนและผู้บริโภคตะวันตก
เหวียน หุ่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านห่วงโซ่อุปทานของมหาวิทยาลัย RMIT เวียดนาม กล่าวว่า ภายใต้แรงกดดันจากตะวันตก เวียดนามใช้แนวทาง “รอดูสถานการณ์” กับเทคโนโลยีจีน แต่เวียดนามก็มีลำดับความสำคัญของตนเองเช่นกัน โดยข้อตกลงใหม่เหล่านี้อาจกระตุ้นให้เกิดการบูรณาการทางเศรษฐกิจกับจีนที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
เมื่อเร็วๆ นี้ ฮานอยและปักกิ่งมีความคืบหน้าในโครงการที่มีความละเอียดอ่อน รวมถึงโครงการเชื่อมโยงทางรถไฟข้ามพรมแดน และเขตเศรษฐกิจพิเศษใกล้ชายแดนจีน ซึ่งก่อนหน้านี้เวียดนามเคยมองข้าม ด้วยถือว่าเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคง
ตามข้อมูลการประมูล Huawei แพ้การประมูลอุปกรณ์ 5G หลายรายการในเวียดนามในปีนี้ แต่บริษัทได้ให้ความร่วมมือในด้านบริการทางเทคนิค และได้ลงนามข้อตกลงในเดือนมิ.ย. เกี่ยวกับการถ่ายโอนเทคโนโลยี 5G กับ Viettel ผู้ให้บริการโทรคมนาคมหลักของเวียดนามที่กองทัพเป็นเจ้าของ ตามการรายงานของกระทรวงกลาโหมเวียดนาม
ทั้งนี้ Viettel ไม่ได้ตอบสนองต่อคำร้องขอความคิดเห็น ขณะที่บุคคลในบริษัทรายหนึ่งกล่าวว่าเทคโนโลยีของจีนมีราคาถูกกว่า แต่แหล่งข่าวปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อเนื่องจากข้อมูลที่พวกเขาแบ่งปันยังไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ
แหล่งข่าวการทูตระบุว่าสัญญากับจีนถูกหยิบยกขึ้นหารืออย่างน้อย 2 ครั้งในการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสของตะวันตกที่กรุงฮานอยในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยในการประชุมครั้งหนึ่ง เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เตือนว่าสัญญาเหล่านั้นอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นในเครือข่ายของเวียดนาม และอาจส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงของสหรัฐฯ
ในการประชุมเดือนนี้ เจ้าหน้าที่ยังได้หารือกันว่าพื้นที่ที่ใช้เทคโนโลยีจีนอาจถูกปิดกั้นจากเครือข่ายส่วนที่เหลือเพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลหรือไม่ หนึ่งในแหล่งข่าวระบุ
ทนายความด้านโทรคมนาคมรายหนึ่งตั้งข้อสังเกตว่าผู้จัดหาเสาอากาศและอุปกรณ์ยังคงสามารถเข้าถึงข้อมูลเครือข่ายได้ แต่ผู้รับเหมาจากตะวันตกอาจเผชิญกับความลำบากใจในการทำงานร่วมกับบริษัทที่พวกเขาไม่ไว้วางใจ.


