MGR ออนไลน์ - กระทรวงพาณิชย์กัมพูชาระบุว่า มูลค่าตลาดอี-คอมเมิร์ซของประเทศเพิ่มขึ้นเป็น 970 ล้านดอลลาร์ในช่วงปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 19% จาก 813 ล้านดอลลาร์ในปี 2563
รายได้ของอี-คอมเมิร์ซส่วนใหญ่มาจากแฟชั่น ที่คิดเป็นมูลค่า 263.3 ล้านดอลลาร์ รองลงมาคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (254.4 ล้านดอลลาร์) ความงาม สุขภาพ และของใช้ในครัวเรือน (230.5 ล้านดอลลาร์) อาหารและเครื่องดื่ม (101.5 ล้านดอลลาร์) เฟอร์นิเจอร์ (46.3 ล้านดอลลาร์) และสื่อ (11 ล้านดอลลาร์)
ทั้งนี้ คำสั่งซื้ออี-คอมเมิร์ซราว 55% ดำเนินการผ่านทางอินเทอร์เน็ตบนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และที่เหลือเป็นคำสั่งซื้อที่ดไเนินการบนแท็บเล็ต หรือสมาร์ทโฟน
“ภายในปี 2568 รายได้จากอี-คอมเมิร์ซในกัมพูชาคาดว่าจะสูงถึง 1,780 ล้านดอลลาร์” รายงานระบุ
ปลัดกระทรวงพาณิชย์กัมพูชาระบุว่า ภาคส่วนอี-คอมเมิร์ซของประเทศเฟื่องฟูขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเนื่องจากการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี การเติบโตอย่างรวดเร็วของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต และการระบาดของโควิด-19
“เรามองว่าอี-คอมเมิร์ซเป็นภาคส่วนที่มีศักยภาพที่จะช่วยกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของเราในยุคหลังโรคระบาด ในช่วงโควิดระบาด อี-คอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็ว และแน่นอนว่าการเติบโตนี้จะยังคงดำเนินต่อไปในปีต่อๆ ไป” ปลัดกระทรวงพาณิชย์กัมพูชา กล่าว
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ยังกล่าวอีกว่าเพื่อสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืนของอี-คอมเมิร์ซ กัมพูชาได้รับรองกฎหมายอี-คอมเมิร์ซ และกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคในปี 2562 และกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันในปี 2564
ปัจจุบัน กัมพูชามีผู้ลงทะเบียนใช้งานอินเทอร์เน็ตราว 17.7 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เข้าถึงแพลตฟอร์มออนไลน์ผ่านทางสมาร์ทโฟน ตามรายงานของหน่วยงานกำกับดูแลโทรคมนาคมของกัมพูชา
นักวิจัยด้านเศรษฐกิจของราชบัญฑิตยสถานแห่งกัมพูชา ระบุว่า อี-คอมเมิร์ซเป็นสิ่งที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค เนื่องจากการใช้งานอินเทอร์เน็ตและการชำระเงินผ่านมือถือเพิ่มสูงขึ้น
“อี-คอมเมิร์ซในกัมพูชาเริ่มเติบโตอย่างทวีคูณตั้งแต่ปี 2561 โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงการระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 และปี 2564 คนรุ่นใหม่มีความรู้ด้านเทคโนโลยีดีขึ้น และพวกเขากระตือรือร้นที่จะใช้วิธีการที่ทันสมัยมากขึ้นในการจับจ่ายสินค้าทางออนไลน์และชำระเงินทางออนไลน์” นักวิจัย กล่าว
รายงานของธนาคารแห่งชาติกัมพูชาระบุว่า ในปี 2564 มีผู้ใช้งานการชำระเงินผ่านมือถือ 13.6 ล้านคน เพิ่มขึ้น 42% จาก 9.56 ล้านคนในปี 2563
นักวิจัยคาดการณ์ว่าภาคส่วนอี-คอมเมิร์ซจะเติบโตมากขึ้นเรื่อยๆ ในปีต่อๆ ไป เมื่อคนในพื้นที่ชนบทเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีได้ดียิ่งขึ้น และโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ขยายตัวดีขึ้น
กรรมการผู้จัดการของบริษัท Mayura แพลตฟอร์มตลาดออนไลน์สำหรับผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพ กล่าวว่า ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นโชคที่แฝงมาในช่วงเวลาเลวร้ายสำหรับการพัฒนาอี-คอมเมิร์ซในกัมพูชา
“เนื่องจากการระบาดของโรคในปี 2563 และปี 2564 ผู้บริโภคถูกจำกัดอยู่แต่ในบ้านของพวกเขาเพื่อความปลอดภัย อุตสาหกรรมอี-คอมเมิร์ซเริ่มได้รับความสนใจอย่างมาก และจากที่ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และการแพทย์บอกกับเราว่าเราจะต้องอยู่กับโควิด-19 ต่อไปในอนาคต การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภคเหล่านี้ก็จะอยู่กับเราเช่นกัน ภายในปีนี้หรือ 2-3 ปีข้างหน้า คาดว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมอี-คอมเมิร์ซในกัมพูชาจะยิ่งใหญ่ขึ้นกว่านี้” ผู้บริหารแพลตฟอร์มตลาดออนไลน์ กล่าว.


