เอเอฟพี - สหภาพยุโรปกำหนดมาตรการคว่ำบาตรในวันนี้ (19) กับเจ้าหน้าที่ในคณะรัฐบาลทหารพม่า 10 ราย และกลุ่มบริษัท 2 แห่งที่เชื่อมโยงกับทหารจากการรัฐประหารและการปราบปรามนองเลือดต่อผู้ชุมนุมประท้วง ตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ยุโรป
“รัฐบาลทหารยังคงใช้ความรุนแรงและนำพาประเทศไปสู่ทางตัน นั่นคือเหตุผลที่เราเพิ่มแรงกดดันเพื่อให้ทหารเข้าสู่โต๊ะเจรจา” ไฮโก มาส รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนีกล่าวหลังเจรจาแบบเสมือนจริงกับรัฐมนตรีของชาติอื่นๆ ในสหภาพยุโรป
“นอกเหนือจากรายชื่อบุคคลแล้ว กลุ่มบริษัท 2 แห่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทหารก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน” ไฮโก มาส กล่าว
นักการทูตในยุโรปกล่าวว่า สองบริษัทที่ถูกอายัดทรัพย์และระงับวีซ่าคือ บริษัทเมียนมาร์ อีโคโนมิก คอร์ปอเรชั่น (MEC) และบริษัทเมียนมาร์ อีโคโนมิก โฮลดิ้งส์ ลิมิเต็ด (MEHL) ที่ดำเนินกิจการครอบคลุมภาคส่วนต่างๆ ทั้งการค้า แอลกอฮอล์ บุหรี่ และสินค้าอุปโภคบริโภค เป็นต้น
เจ้าหน้าที่ที่ตกเป็นเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นสมาชิกของสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ที่ถูกมองว่ามีหน้าที่รับผิดชอบในการบ่อนทำลายประชาธิปไตยในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งนี้ นักการทูตระบุ
มาตรการต่างๆ ที่จะมีผลบังคับใช้เมื่อพวกเขาเผยแพร่ลงในวารสารอย่างเป็นทางการของสหภาพยุโรป มีขึ้นหลังจากกลุ่มกำหนดมาตรการคว่ำบาตรกับ พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร และเจ้าหน้าที่อาวุโสคนอื่นๆ อีก 10 คน เมื่อเดือนที่ผ่านมาจากการยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 ก.พ. และการปราบปรามนองเลือดต่อการชุมนุมประท้วง
มหาอำนาจตะวันตกกำลังพยายามที่จะเพิ่มแรงกดดันต่อผู้นำคนใหม่ของพม่าด้วยการโจมตีไปที่แหล่งทำงานสำคัญของพวกเขา
สหรัฐฯ และอังกฤษ ได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตรกับ MEC และ MEHL ไปแล้ว และวอชิงตันยังโจมตีบริษัทอัญมณีของรัฐบาลพม่าด้วยเช่นกัน
พม่าตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายนับตั้งแต่ทหารยึดอำนาจจากอองซานซูจี ผู้นำพลเรือน ที่ทำให้เกิดการลุกฮือครั้งใหญ่ที่รัฐบาลทหารพยายามปราบปรามด้วยการใช้กำลังรุนแรงถึงตาย
ทหารทวีความพยายามที่จะบดขยี้ผู้เห็นต่างหลังการชุมนุมประท้วงขนาดใหญ่ ที่ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 737 คน และสื่อมวลชนก็ถูกโจมตีมากขึ้นเรื่อยๆ.


