รอยเตอร์ - กองกำลังความมั่นคงพม่าสังหารประชาชนมากกว่า 114 คน ในการปราบปรามอย่างรุนแรงโหดร้ายต่อผู้ชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในวันเสาร์ (27) ซึ่งนับเป็นวันนองเลือดที่สุดนับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อเดือนที่ผ่านมา ตามการเปิดเผยของพยาน และการรายงานของสำนักข่าว
การปราบปรามอย่างรุนแรงนี้เกิดขึ้นในวันกองทัพพม่า ที่เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงครั้งใหม่จากประเทศตะวันตก เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำพม่ากล่าวว่ากองกำลังความมั่นคงทำตัวเองเสียเกียรติ ขณะที่เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ระบุว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นน่าสะพรึงกลัว
เครื่องบินรบของกองทัพได้เปิดฉากโจมตีทางอากาศเข้าใส่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกลุ่มติดอาวุธจากชนกลุ่มน้อยชาติพันธุ์กะเหรี่ยง ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 คน ตามการรายงานของกลุ่มประชาสังคม
ก่อนหน้านี้ สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (KNU) ระบุว่า กลุ่มได้โจมตีฐานทัพใกล้ชายแดนไทย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 10 คน รวมทั้งทหารยศพันโท 1 นาย ขณะที่ฝ่ายตนเสียชีวิตไป 1 คน ท่ากลางความตึงเครียดกับกองทัพที่เพิ่มสูงขึ้นหลังสงบอยู่หลายปี
พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร กล่าวระหว่างพิธีสวนสนามที่กรุงเนปีดอ เนื่องในวันกองทัพว่าจะปกป้องประชาชนและมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูประชาธิปไตย
ผู้ชุมนุมประท้วงออกมารวมตัวชุมนุมกันบนท้องถนนในวันเสาร์ (27) ทั้งในนครย่างกุ้ง เมืองมัณฑะเลย์ และเมืองอื่นๆ ซึ่งประชาชนจัดการชุมนุมประท้วงกันเกือบทุกวันนับตั้งแต่เกิดการรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ขับไล่อองซานซูจี ผู้นำที่มาจากการเลือกตั้ง
สำนักข่าวเมียนมาร์ นาว รายงานว่ามีประชาชน 114 คน ถูกสังหารในการปราบปรามการชุมนุมประท้วงทั่วประเทศ
เมียนมาร์ นาว รายงานว่า มีประชาชนอย่างน้อย 40 คน รวมถึงเด็กหญิงอายุ 13 ปี ถูกสังหารในเมืองมัณฑะเลย์ และมีประชาชนอีกอย่างน้อย 27 คน ถูกสังหารในนครย่างกุ้ง และก่อนหน้านี้มีรายงานว่ามีเด็กชายอายุเพียง 5 ขวบ เป็นหนึ่งในผู้เสียชีวิตในมัณฑะเลย์ แต่รายงานยังขัดแย้งกันในเวลาต่อมาว่าเด็กชายคนดังกล่าวอาจรอดชีวิต นอกจากนี้ยังมีเด็กอายุ 13 ปีอีกหนึ่งคน ที่อยู่ในกลุ่มผู้เสียชีวิตในเขตสะกาย ทางภาคกลางของประเทศ
“วันนี้เป็นวันแห่งความอัปยศของกองทัพพม่า” ดร.ซาซา โฆษกคณะกรรมการตัวแทนสภาแห่งสหภาพ (CRPH) ซึ่งเป็นกลุ่มนักการเมืองพม่าที่ถูกปลดหลังเกิดรัฐประหาร กล่าวผ่านสื่อออนไลน์
โฆษกกองทัพไม่ได้ตอบรับการติดต่อของรอยเตอร์เพื่อขอความคิดเห็นเกี่ยวกับการสังหารโดยกองกำลังความมั่นคงหรือเหตุการณ์การโจมตีทางอากาศหรือการโจมตีฐานทัพโดยกลุ่มติดอาวุธ
“พวกเขากำลังฆ่าพวกเราเหมือนนกเหมือนไก่ แม้แต่ตอนที่อยู่ในบ้านของเราเอง” ทู ยา ซอ จากเมืองมยินจาน ทางภาคกลาง ที่มีผู้ชุมนุมประท้วงอย่างน้อย 2 คน ถูกสังหาร กล่าว
“เราจะประท้วงต่อไป เราต้องสู้จนกว่ารัฐบาลทหารจะล่มสลาย” ทู ยา ซอ กล่าว
การเสียชีวิตในวันเสาร์ (27) จะทำให้จำนวนพลเรือนที่มีรายงานว่าถูกสังหารนับตั้งแต่การรัฐประหารสูงกว่า 440 คน
เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ กล่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า “เหตุนองเลือดนี้น่าสะพรึงกลัว ผู้คนของพม่าพูดอย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่ต้องการอยู่ภายใต้การปกครองของทหาร”
ด้านรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศอังกฤษกล่าวว่า การสังหารพลเรือนที่ปราศจากอาวุธและเด็กถือเป็นจุดต่ำสุดใหม่ ขณะที่คณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำพม่ากล่าวว่า เหตุการณ์ในวันเสาร์จะถูกจารึกไปตลอดกาลในฐานะวันแห่งความน่าสะพรึงกลัวและความอัปยศ
รายงานข่าวยังระบุว่า มีผู้เสียชีวิตในเขตสะกาย เมืองล่าเสี้ยวทางตะวันออก ในเขตพะโค พื้นที่ใกล้กับนครย่างกุ้ง และที่อื่นๆ และยังมีเด็กวัยเพียง 1 ขวบ ถูกกระสุนยางยิงเข้าที่ตา
พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย กล่าวในพิธีสวนสนามในกรุงเนปีดอ ย้ำคำมั่นสัญญาที่จะจัดการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาใดๆ
“กองทัพแสวงหาความร่วมมือกับประชาชนทั้งชาติเพื่อพิทักษ์ประชาธิปไตย การกระทำที่รุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงเพื่อเรียกร้องนั้นเป็นสิ่งไม่เหมาะสม” ผู้นำรัฐบาลทหารกล่าวในการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐ
กองทัพให้เหตุผลของการเข้ายึดอำนาจว่าเป็นเพราะการเลือกตั้งในเดือน พ.ย. ที่พรรคของซูจีชนะมีการโกงการเลือกตั้ง ข้อกล่าวหาที่ทางคณะกรรมการการเลือกตั้งปฏิเสธ ส่วนอองซานซูจียังคงถูกควบคุมตัวในสถานที่ที่ไม่เปิดเผยและบุคคลของพรรคอีกหลายคนยังคงถูกควบคุมตัวอยู่เช่นกัน
มาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ของสหรัฐฯ และสหภาพยุโรปในสัปดาห์นี้ได้เพิ่มแรงกดดันจากภายนอกต่อรัฐบาลทหาร แต่การประณามก็ไม่เป็นสากล
อเล็กซานเดอร์ โฟมิน รัฐมนตรีช่วยกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เข้าร่วมในพิธีสวนสนามในกรุงเนปีดอ และได้พบหารือกับผู้นำอาวุโสของรัฐบาลทหารเมื่อวันก่อน
“รัสเซียเป็นมิตรแท้” พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย กล่าว
นักการทูตกล่าวว่า มี 8 ประเทศ คือ รัสเซีย จีน อินเดีย ปากีสถาน บังกลาเทศ เวียดนาม ลาว และไทย ที่ส่งตัวแทนมาร่วมงาน แต่รัสเซียเป็นเพียงประเทศเดียวที่ส่งเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีร่วมในพิธีสวนสนามเนื่องในวันกองทัพ
การสนับสนุนจากรัสเซียและจีน ที่ยังละเว้นจากการวิจารณ์ นับว่ามีความสำคัญสำหรับรัฐบาลทหาร ด้วยทั้งสองประเทศเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และสามารถขัดขวางการดำเนินการของสหประชาชาติได้
ในคำเตือนของรัฐบาลทหารเมื่อเย็นวันศุกร์ (26) สถานีโทรทัศน์ของรัฐระบุว่า ผู้ชุมนุมประท้วงจะตกอยู่ในอันตรายจากการถูกยิงที่ศีรษะและหลัง แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุอย่างชัดเจนว่ากองกำลังความมั่นคงได้รับคำสั่งยิงทิ้งหรือไม่ และรัฐบาลทหารอ้างก่อนหน้านี้ว่าบางครั้งกระสุนสังหารมาจากกลุ่มฝูงชน
ทั้งนี้ โฆษกสถานทูตสหรัฐฯ ในพม่าเปิดเผยว่ามีการยิงปืนหลายนัดเข้าใส่ศูนย์วัฒนธรรมสหรัฐฯ ในนครย่างกุ้ง ในวันเสาร์ (27) แต่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.


