xs
xsm
sm
md
lg

รันทด! หยดน้ำตาบนใบหน้า "แม่เฒ่าคะฉิ่น" หนีภัยสู้รบในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนมิตโส่ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



MGR Online - ตลอดช่วงชีวิตของแม่เฒ่าคงต้องเผชิญกับภัยสงครามมานับครั้งไม่ถ้วน มีหลายกลุ่ม หลายชาติต้องการผลประโยชน์บนแดนดินบ้านเกิดของแม่เฒ่า แม้วัยย่างเข้าสู่เลข 3 หลัก สภาพร่างกายสู้แทบไม่ไหว แต่แม่เฒ่าก็ยังต้องคอยหนีกระสุนและลูกระเบิด

วันที่จันทร์ที่ 15 มีนาคม 2564 เวลาประมาณ 5 โมงเย็น ใกล้กับหมู่บ้านกวยถ่อ อำเภออินจานยาน จังหวัดมิตจีนา การสู้รบระหว่างทหารพม่ากับทหารคะฉิ่นได้ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง บริเวณที่ปะทะอยู่ในความรับผิดชอบของกองพันที่ 4 กองพลที่ 1 กองทัพคะฉิ่นอิสระ (KIA) ซึ่งดูแลพื้นที่ตั้งแต่เมืองหลวงมิตจีนา ขึ้นไปถึงเมืองปู่เฒ่า หรือปูตาโอ เมืองชายแดนที่เป็น 3 เหลี่ยมรอยต่อระหว่างเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน กับรัฐอรุณาจัลประเทศ ของอินเดีย

พื้นที่ซึ่งทหารพม่าและคะฉิ่นรบกัน อยู่บนเส้นทางระหว่างเขตมิตโส่งกับหมู่บ้านตานพะแย ตอนเหนือของเขตมิตโส่ง ที่อยู่ห่างจากเมืองมิตจีนาขึ้นไปประมาณ 28 ไมล์


มิตโส่งคือเขตต้นแม่น้ำอิรวดี เป็นจุดบรรจบของแม่น้ำเมลิ และแม่น้ำเมคะที่ไหลมารวมกัน และเป็นที่ตั้งของโครงการเขื่อนมิตโส่ง เขื่อนผลิตไฟฟ้าขนาด 6,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นการลงทุนของ Chinese Power Investment Corporation (CPI) จากจีน ในมูลค่าถึง 3.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

รัฐบาลทหารพม่าได้อนุมัติโครงการนี้ตั้งแต่ปี 2549 การก่อสร้างเริ่มในปี 2552 แต่รัฐบาลของประธานาธิบดีเตงเส่ง ได้สั่งระงับการก่อสร้างเมื่อปลายเดือนกันยายน 2554 หลังเพิ่งได้รับการเลือกตั้งมาไม่ถึง 1 ปี โดยให้เหตุผลว่าเป็นโครงการที่ถูกต่อต้านจากหลายภาคส่วน เพราะทำลายสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม ทางการจีนได้พยายามผลักดันให้รัฐบาลพม่าเดินหน้าโครงการนี้ต่อ เพราะไฟฟ้าที่ผลิตได้จากเขื่อนแห่งนี้ 90% ถูกส่งเข้าไปใช้ในจีน

การสู้รบในตอนเหนือของเขตมิตโส่ง เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจาก KIA แสดงท่าทีออกมาชัดเจนแล้วว่า ไม่เอาด้วยกับคณะรัฐประหารที่มาจากกองทัพพม่า และสนับสนุนความเคลื่อนไหวของประชาชน โดยเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ทหาร KIA กองพันที่ 26 สังกัดกองพล 9 นำกำลังเข้าโจมตีค่ายทหารของกองพันที่ 119 สังกัดกองพลทหารราบที่ 33 กองทัพพม่า ที่บ้านแซซิน ทางตะวันตกของอำเภอผากั้น จังหวัดโมญิน จนเสียหายและมีทหารพม่าเสียชีวิต


พ.อ.หน่อบู โฆษก KIA เปิดเผยเหตุผลที่ KIA เข้าโจมตีค่ายทหารพม่าว่า เพื่อตอบโต้ที่ตำรวจพม่ายิงชาวคะฉิ่นเสียชีวิต 2 ราย ขณะร่วมประท้วงต่อต้านการรัฐประหารอย่างสงบในเมืองมิตจีนา เมื่อวันที่ 8 มีนาคม จากนั้น KIA และทหารพม่าก็ได้เปิดศึกกันอีกในหลายพื้นที่

การสู้รบในเขตมิตโส่งเมื่อเย็นวันที่ 15 มีนาคม ส่งผลให้ประชาชนกว่า 200 คนจากหลายหมู่บ้าน เช่น บ้านกวยถ่อ บ้านตานบ่อง บ้านหย่าน บ้านสะนีตู่หย่าน บ้านอูชิดซุ ต้องพากันอพยพออกจากพื้นที่ เพื่อลงมาหลบยังที่ซึ่งปลอดภัย

สื่อของชาวคะฉิ่นหลายสำนักได้นำเสนอข่าวและภาพการอพยพของชาวบ้านจากการสู้รบครั้งนี้ แต่ภาพชุดที่ถูกเสนอโดยสำนักข่าว Myitkyina News Journal เมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) สร้างความรันทดแก่ผู้ที่ได้เข้าไปดูมากที่สุด

ในภาพชุดนี้ จะเห็นแม่เฒ่าผู้หนึ่งที่อยู่ในจำนวนผู้อพยพกว่า 200 คน ในเนื้อข่าวของ Myitkyina News Journal เขียนว่า แม่เฒ่าผู้นี้มีอายุประมาณ 100 ปีแล้ว สภาพร่างกายแทบเดินไม่ไหว ลูกหลานต้องให้ขี่หลังพาขึ้นเรือออกจากบ้านเพื่อหลบหนีลูกกระสุน

ภาพหยดน้ำตาบนใบหน้าของแม่เฒ่า อธิบายความรู้สึกของชาวบ้านทุกคนที่กำลังเผชิญกับภัยสงครามซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะสิ้นสุดในบริเวณนี้ได้เป็นอย่างดี

นอกจากภาพของแม่เฒ่าวัย 100 ปี ยังมีภาพแม่ลูกอ่อนที่มีอายุเพียง 1 เดือน ผู้เป็นแม่เพิ่งคลอดน้องออกมาได้ไม่นาน เด็กคนนี้ก็ได้รับสถานะเป็นผู้ลี้ภัยสงครามเสียแล้ว.