รอยเตอร์ - ตำรวจพม่าเปิดฉากยิงสลายกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงต้านรัฐประหารวันนี้ (2) ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศเพื่อนบ้านมีกำหนดที่จะจัดการเจรจาหารือกับฝ่ายทหาร ในความพยายามที่จะระงับเหตุความรุนแรงและหาทางออกจากวิกฤต
การเจรจาที่จะเกิดขึ้น มีขึ้น 2 วันหลังพม่าเผชิญกับวันที่นองเลือดที่สุดนับตั้งแต่ทหารเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของอองซานซูจีเมื่อเดือนก่อน ที่ก่อให้เกิดความโกรธแค้นและการชุมนุมประท้วงบนท้องถนนของผู้คนจำนวนมากทั่วประเทศ
ผู้ชุมนุมที่หลายคนสวมหมวกนิรภัยและถือโล่ป้องกันได้รวมตัวกันหลังสิ่งกีดขวางตามจุดต่างๆ ของย่างกุ้ง ร้องตะโกนคำประท้วงต่อต้านการปกครองของทหาร
“หากเราถูกกดขี่ เราจะตอบโต้กลับ หากเราถูกโจมตี เราจะโจมตีกลับ” ผู้ชุมนุมร้องตะโกน ก่อนตำรวจเคลื่อนกำลังเข้าสลายพวกเขาด้วยการยิงระเบิดแสงที่ทำให้ฝูงชนต่างวิ่งหนีกระจัดกระจายในพื้นที่อย่างน้อย 4 แห่งในเมือง
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บในนครย่างกุ้ง แต่มีหลายคนได้รับบาดเจ็บในเมืองกะเล่ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เมื่อตำรวจยิงกระสุนจริงเข้าสลายฝูงชน ตามการระบุของนักเคลื่อนไหวและนักข่าวในเมือง
“มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายคน และมี 2 คนที่อาการอยู่ในขั้นวิกฤต” วา วา ปโยน นักเคลื่อนไหว กล่าว
ทั้งนี้ รอยเตอร์ไม่สามารถติดต่อโรงพยาบาลและตำรวจในพื้นที่เพื่อขอความเห็นได้ ขณะที่โฆษกทหารก็ไม่ตอบรับการติดต่อเช่นกัน
มีผู้ชุมนุมอย่างน้อย 21 คนเสียชีวิตนับตั้งแต่เหตุความวุ่นวายเกิดขึ้น ขณะที่กองทัพกล่าวว่ามีตำรวจเสียชีวิต 1 นาย
การรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. ทำให้การก้าวสู่ประชาธิปไตยของประเทศหยุดชะงัก และได้เรียกเสียงประณามและการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ และชาติตะวันตกอื่นๆ และยังเพิ่มความวิตกในหมู่ประเทศเพื่อนบ้าน
วิเวียน บาลากริซนัน รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวว่า รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศต่างๆ ในอาเซียนจะพูดอย่างตรงไปตรงมาเมื่อพวกเขาพบหารือกันทางวิดีโอคอลในวันนี้ และจะบอกกับผู้แทนของทหารพม่า ว่าพวกเขารู้สึกตกใจกับความรุนแรงที่เกิดขึ้น
ในการสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ค่ำวันจันทร์ บาลากริซนัน กล่าวว่า อาเซียนจะสนับสนุนให้มีการเจรจาระหว่างซูจีและรัฐบาลทหาร
“พวกเขาจำเป็นต้องพูดคุยกัน และเราจำเป็นต้องช่วยเหลือนำพวกเขามาหารือกัน” บาลากริซนัน กล่าว
ทหารอ้างความชอบธรรมต่อการก่อรัฐประหารของตนเองว่าเป็นเพราะข้อร้องเรียนของพวกเขาเกี่ยวกับการโกงในการเลือกตั้งเดือน พ.ย. ถูกเพิกเฉย
ถ้อยแถลง พล.อ.อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหาร ที่ถูกอ่านออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของรัฐระบุว่า แกนนำและผู้สั่งการการชุมนุมประท้วงจะถูกลงโทษ และยังขู่ว่าจะดำเนินการกับข้าราชการที่ไม่ยอมกลับไปทำงาน
มิน อ่อง หล่าย ได้ให้คำมั่นว่าจะจัดการเลือกตั้งใหม่และมอบอำนาจให้แก่ผู้ชนะ แต่ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลา
ความพยายามของอาเซียนที่จะมีส่วนร่วมกับทหารพม่าถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้สนับสนุนประชาธิปไตย และคณะกรรมาธิการของสมาชิกรัฐสภาที่ถูกขับไล่ประกาศให้รัฐบาลทหารเป็นกลุ่มก่อการร้าย และระบุว่าการมีส่วนร่วมของอาเซียนจะเป็นการสร้างความชอบธรรมให้แก่ทหาร
ซา ซา ผู้แทนของคณะกรรมการธิการตัวแทนรัฐสภาพม่า (CRPH) ประจำสหประชาชาติ กล่าวว่า อาเซียนไม่ควรเจรจากับ ‘ระบอบการปกครองภายใต้การนำของทหารที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย’
ขณะเดียวกัน ศิษย์เก่าของโครงการเยาวชนอาเซียนในพม่ากล่าวว่า อาเซียนควรเจรจากับผู้แทนระหว่างประเทศของฝ่ายบริหารของซูจี ไม่ใช่รัฐบาลทหาร
“อาเซียนต้องเข้าใจว่าการรัฐประหารหรือการเลือกตั้งใหม่ที่รัฐบาลทหารให้คำมั่นนั้น เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อย่างที่สุดสำหรับประชาชนชาวพม่า” ศิษย์เก่าโครงการระบุในจดหมายถึงอาเซียน
ซูจี วัย 75 ปี ได้ปรากฏตัวในการไต่สวนของศาลผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เมื่อวันจันทร์ หนึ่งในทนายความของซูจีกล่าวว่า เธอดูมีสุขภาพดี และศาลได้ฟ้องข้อหาเพิ่มกับซูจีอีก 2 ข้อหา
เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะมาตั้งแต่รัฐบาลของเธอถูกโค่นล้มและถูกควบคุมตัวพร้อมกับผู้นำพรรคคนอื่นๆ
นับตั้งแต่ทหารเข้ายึดอำนาจ มีประชาชนหลายร้อยคนถูกจับกุมตัว ตามการระบุของนักเคลื่อนไหว และรายล่าสุดคือนักข่าวของ Democratic Voice of Burma (DVB) ที่ถ่ายทอดสดกองกำลังความมั่นคงนอกอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งในเมืองมะริดวานนี้ โดยสำนักข่าว DVB ยืนยันการจับกุม
สหรัฐฯ เตือนทหารพม่าว่าจะดำเนินการมากขึ้นหากกองกำลังความมั่นคงสังหารผู้ที่ไม่มีอาวุธ และโจมตีนักข่าวและนักเคลื่อนไหว ซึ่งโฆษกกระทรวงการต่างประเทศระบุว่าเป็น “ความรุนแรงที่น่ารังเกียจ” ขณะที่เจน ซากี โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า คณะบริหารของไบเดนกำลังเตรียมมาตรการลงโทษเพิ่มเติมกับผู้ที่รับผิดชอบการรัฐประหาร.


