xs
xsm
sm
md
lg

กลับไปดูนางสงกรานต์หลวงพระบาง ปีนี้กฎใหม่ สาว ม.ปลายล้วนๆ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

สุพะดา ปัดถาวง นางสังขารปี พ.ศ.2561 ขึ้นสวมเลิงเคิง หรือ มาลาผ้าไหม ให้แก่มิล่า ดวงมีไซ นางสังขารคนใหม่ปีนี้ -- ชื่อของเธอฟังดูราวกับจะเป็นลูกครึ่งลูกเสี้ยว แต่เปล่าเลย มิล่า เป็นสาวมัธยมปลาย มส.ป่องคำ เป็นชาวบ้านเวียงไซ เป็นลูกหลาน เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขชาวหลวงพระบางแท้ๆ.

MGR ออนไลน์ -- หลังดำเนินมาเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม นับตั้งแต่เริ่มประกาศรับสมัคร คืนวันศุกร์ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา นครหลวงพระบางก็ได้นางสังขาร หรือ นางสงกรานต์ประจำปี 2562 พร้อมรองอีก 6 คน เพื่อไปทำหน้าที่นำ "ชาวเมืองหลวง" กับทั้งสังคม เข้าสู่ปีใหม่ตามประเพณีนิยม ซึ่งจะมีทั้งพิธีการและกระบวนการต่างๆมากมายตลอดหลายวันข้างหน้า

เนื่องจากว่าปีนี้มีการออกกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้เข้าประกวด ที่จะต้องเป็นลูกหลานของชาวนครหลวงพระบางโดยเคร่งครัด จึงเป็นการปิดโอกาสสาวงามจากต่างถิ่น ทำให้ตำแหน่งนางสังขารนครหลวงพระบางประจำปี พ.ศ.2562 เป็นของมิล่า ดวงมีไซ สาววัย 17 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งที่เปิดการเรียนการสอนทั้งระดับ ม.ต้นและ ม.ปลาย ที่เรียกกันว่าโรงเรียนมัธยมสมบูรณ์นั่นเอง

รองนางสังขารอีก 6 คนก็เป็นสาวนักเรียนถึง 5 คน โดยเป็นตัวแทนจากโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย 3-4 แห่ง -- มีนักศึกษาระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยสุพานุวง สามารถฝ่าวงล้อมเข้าไปได้เพียงคนเดียวเท่านั้น

ผลการประกวดปีนี้จึงออกมาสอดคล้องกับจุดประสงค์ดั้งเดิมของการประกวดนางสังขารหลวงพระบางมากที่สุด นั่นคือมุ่งเปิดโอกาสให้ใครก็ได้ .. ไม่จำเป็นจะต้องสะสวยอะไรมากมายก็ได้ เพียงแต่เป็นลูกหลานของชาวเมืองแท้ๆ ได้เข้าไปทำหน้าที่สำคัญที่มีขึ้นเพียงปีละครั้ง

ประกาศฉบับหนึ่งของทางการนคร ที่เผยแพร่ในช่วงต้นเดือน มี.ค.ได้กำหนดอายุอานามของผู้เข้าประกวดไว้กว้างๆ ระหว่าง 15-23 ปีกับส่วนสูงตั้งแต่ 155 ซม.ขึ้นไป -- แต่ในขณะเดียวกันได้เจาะจงให้ผู้สมัครต้องเกิด เติบโตและอาศัยอยู่กับครอบครัวในนคร หรือแขวงหลวงพระบางต่อเนื่องมาอย่างน้อย 3 ปี และ ยังจะต้องพูดจาสำเนียงหลวงพระบางอย่างชัดเจนอีกด้วย
.



กฎกติกาดังกล่าวจึงเป็นการปิดกั้นสาวสวยจำนวนหนึ่ง ซึ่งแม้จะเกิดและเติบโตในท้องถิ่น โดยทั้งครอบครัว พ่อแม่ญาติพี่น้องยังอยู่ในแขวงหลวงพระบางก็ตาม แต่หากเจ้าตัวต้องไปอาศัยหรือศึกษาอยู่ในต่างแขวง หรือต่างประเทศเกิน 1 ปี ก็ไม่มีสิทธิ์เข้าประกวด -- ไม่ต้องพูดถึงขาจรจากต่างถิ่น กับ "สาวอิมปอร์ต"เช่นปีก่อนๆ

การสมัครมีขึ้นระหว่าง 12-22 มีค. ต่อมาวันที่ 26 กองประกวดได้จัดการคัดเลือกสาวสวยเอาไว้จำนวน 30 คน จากผู้สมัครนับร้อย และเข้าสู่ขั้นตอนการฝึกเนื้อหาต่างๆ อย่างเป็นระบบ -- ในนั้นเป็นสาวนักศึกษามหาวิทยาลัยสุพานุวง 5 คน นักศึกษาวิทยาลัยการเงินภาคเหนือ 2 คน กับนักศึกษาวิทยาลัยเทคนิควิชาชีพหลวงพระบางอีก 1 คน ที่เหลืออีก 22 คนเป็นสาวนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเกือบทั้งหมด โดยมีนักเรียน ม.ต้นผ่านเข้ารอบเพียง 1 คน
.



ปีนี้ยังมีการคัดเลือก "ชายแบบ" หรือ นายแบบจากสถาบันการศึกษาแห่งต่างๆ อีกจำนวน 10 นาย เพื่อทำหน้าที่ขับร้องหมู่ ชมโฉมผู้เข้าประกวดนางสังขารด้วยเพลง "บุปผาลาวัณย์" ในหลากหลายจังหวะและท่วงทำนอง -- อันเป็นเพลงที่มีเนื้อหาสละสลวยกินใจ ขับกล่อมเข้ากับบรรยากาศบนเวทีอย่างดียิ่ง

การประกวดนางสังขารนครหลวงพระบางรอบแรกจัดขึ้นคืนวันที่ 11 เม.ย. ณ เวทีลานพระธาตุหลวง (หลวงพระบาง) แห่งเดียวกันนี้ เป็นการประกวดในชุดราตรีกับชุดพื้นเมืองย้อนยุค ก่อนจะเข้าสู่การประกวดในชุดวัฒนธรรมประเพณีเก่าแก่ที่เรียกกันว่า "ชุดสาละบับ" ในคืนวันศุกร์ ซึ่งเป็นการประกวดรอบสุดท้าย
.
มิล่า ดวงมีไซ กับ อานิตา มะไลสาร ในนาทีสุดท้ายบนเวทีขณะรอฟังเสียงประกาศผลการตัดสิน ซึ่งคนใดคนหนึ่งจะได้สวมเลิงเคิงประจำปี 2562 กับอีกคนเป็นรองอันดับ 1 อานิตา เป็นสาว ม.ปลาย จาก มส.สันติภาพ เป็นลูกหลานชาวหลวงพระบางแท้ๆเช่นเดียวกันกับมิล่า.
ปีนี้ปีแรกนางสังขารพร้อมรองทั้ง 6 คน เป็นสาวนักเรียนเกือบทั้งหมด มีสาวนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสุพานุวง สามารถฝ่าวงล้อมเข้าไปได้เพียงคนเดียว.
การประกวดนางสังขารจัดขึ้นในอีกหลายแขวงที่มีเงื่อนไขเอื้ออำนวย แต่ไม่มีที่ใดเหมือนกับนครหลวงพระบาง -- รวมทั้งนครหลวงเวียงจันทน์ ซึ่งปีนี้จะเป็นปีแรกที่ไม่มีขบวนแห่นางสังขาร.
.
รองนางสังขารทั้ง 6 คน คือ (2) อานิตา มะไลสาน มส.สันติภาพ (3) เข็มมะนี สุกสะหวัด มส.ป่องคำ (4) เพ็ดสะดา สิดพิไซ มส.ประชาธิปไตย (5) มะนีพอน ดวงมะนี ม.วิทยาลัยสุพานุวง (6) นิหน่า บุนสะหวัด มัธยมศึกษาตอนต้น (มต.) ปากเซือง และ (7) จิดตะนา ไซยะสะหวัน มส.ป่องคำ

ผู้ชนะการประกวด "นางสงกรานต์ของนครหลวงพระบางกับรองทั้ง 6 ไม่ได้ได้รับรางวัลเป็นเงินจำนวนมากมายเหมือนกับรางวัลตามเวทีประกวดความสวยความงามทั่วไป และ รางวัลส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งของเครื้่องใช้ที่ได้จากบรรดาสปอนเซอร์ของงาน

นอกจากนั้นรางวัลล้ำค่าที่สุดก็มิใช่มงกุฎเพ็ชร หากเป็นมาลาทำจากผ้าไหมเนื้องดีที่สุดของท้องถิ่น ที่เรียกกันว่า "เลิงเคิง" กับสายสะพายไหมซึ่งถือเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศ
.
มิล่า ดวงมีไซ (ที่ 3 จากขวามือ-แถวหน้า) กับเพื่อนๆ สาว ม.ปลาย แห่ง มส.ป่องคำ ซึ่งในนี้ยังมีอีก 2 คนที่สามารถผ่านรอบสุดท้าย เข้าไปทำหน้าที่อันสำคัญในเทศกาลสงกรานต์ปีนี้.
อานิตา (แอนนิต้า) มะไลสาน (อันดับ 3 แถวหน้าจากขวามือ) กับเพื่อนๆ จาก มส.สันติภาพ แต่มีเธอเพียงคนเดียวที่ประสบความสำเร็จ ได้เป็นรองอันดับ 1.
ทีมสาวๆ จาก มส.ประชาธิปไตย ปีนี้พัดสะดา สิดพิไซ เข้ารองอันดับ 3 กฎระเบียบใหม่ทำให้ลูกหลานชาวนครหลวงพระบางมีโอกาสเท่าๆกันทุกคน.
สาวๆจากวิทยาลัยเทคนิควิชาชีพหลวงพระบาง ปีนี้ยังไม่มีใครประสบความสำเร็จเช่นกัน - มีเพียงคนเดียวที่ผ่านรอบคัดเลือก 30 คนเข้าไปได้.
มะนีพอน ดวงมะนี จาก ม.สุพานุวง (ซ้าย) กับ นิหน่า (นีน่า) บุนสะหวัด จาก มต.ปากเซือง - เป็นสาวงามระดับอุดมศึกษาเพียงคนเดียว กับ สาว ม.ต้น เพียงคนเดียว ที่ฝ่าเข้าไปคว้าตำแหน่งรองอันดับ 4 และ 5 ได้สำเร็จ.
เป็นพิเศษอย่างยิ่ง -- ปีนี้มีการคัดเลือก ชายแบบ จำนวน 10 คนขึ้นทำหน้าที่ เอสคอร์ท สาวๆ บนเวที รวมทั้งผลัดกันขับร้องเพลง บุปผาลาวัณย์ ชมโฉมและเป็นการขับกล่อมอีกด้วย.
.
กระนั้นก็ตาม การประกวดนางสังขารเป็นไฮไลท์สำคัญของเทศกาลขึ้นปีใหม่ประเพณีของเมืองมรดกโลกของลาว เป็นเหตุการณ์สำคัญที่จัดขึ้นในช่วงเทศกาลสำคัญที่สุดในรอบปี มีความหมายสำคัญทั้งในแง่มุมที่เป็นเทศกาลแห่งการท่องเที่ยว และในแง่มุมที่เป็นฮีกคองประเพณีที่เป็นมรดกตกทอดมานานนับศตวรรษ มีเอกลักษณ์เฉพาะของท้องถิ่น ต่างจากที่อื่นๆ และ แขวงอิ่นๆทั่วประเทศ ที่กำลังฉลองเทศกาลเดียวกันในสัปดาห์นี้

นางสังขารจึงเป็นตำแหน่งแห่งเกียรติประวัติของวงศ์ตระกูล และครอบครัวสำหรับชาวเมืองหลวงเก่า

สัปดาห์นี้ยังมีการประกวดนางสังขาร ในอีกหลายแขวงที่มีเงื่อนไขเอื้ออำนวยทั่วประเทศ ตั้งแต่เหนือจดใต้ คือ แขวงอุดมไซ ทางตอนเหนือสุด แขวงจำปาสัก (กับนครปากเซ) กับแขวงสาละวันในภาคใต้ แขวงสะหวันนะเขต (กับนครไกสอน พมวิหาน) แขวงคำม่วน บอลิคำไซ กับนครหลวงเวียงจันทน์ในภาคกลาง

สำหรับชาวนครหลวงปีนี้จะไม่มีขบวนแห่นางสังขาร โดยทางการประกาศเรื่องนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมาระบุว่าไม่ใช่ประเพณีหรือวิถีปฏิบัติของท้องถิ่น เนื่องจากว่าแต่ไหนแต่ไรมา ในประวัติศาสตร์ของนครจันทะบูลีสีสัดตะนาคะนะหุตนั้น ไม่เคยมีการแห่นางสงกรานต์ และ สิ่งนี้เพิ่งจะทำกันในช่วงหลัง เพียงไม่กี่ปีมานี้.