xs
xsm
sm
md
lg

ลาวปลดฟ้าแลบ รมว.มหาดไทย ส่ง "พล.ท.วิไล" บิ๊กกลาโหมข้ามห้วยคุมตำรวจ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

พล.ท.วิไล หล้าคำฟอง เบอร์ 3 ของกระทรวงป้องกันประเทศ ทำหน้าที่ในสภาแห่งชาติในฐานะ สส.คนหนึ่ง สัปดาห์นี้ข้ามห้วยไปเป็น เบอร์ 1 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงรักษาความสงบ ทำให้เส้นทางของหัวหน้ากรมใหญ่การเมืองกองทัพประชาชน สว่างไสวยิ่งขึ้น -- อาจถึงเวลาที่เจ้ากระทรวงสำคัญนี้จะเป็นระดับกรรมการกรมการเมืองพรรคอีกครั้ง ตามรอยนายสุบัน แสงอาพอน กับ พล.อ.สีสะหวาด แก้วบุนพัน.

MGR ออนไลน์ -- สัปดาห์นี้ทางการลาวได้เปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงรักษาความสงบ โดยไม่มีคำอธิบายอย่างเจาะจงใดๆ พร้อมกันนั้นก็ได้แต่งตั้ง รองรัฐมนตรีกระทรวงป้องกันประเทศ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 3 นายพลโทอาวุโสสูงสุด ที่ควบตำแหน่งหัวหน้าใหญ่การเมืองกองทัพประชาชน ไปเป็นเจ้ากระทรวงที่กำกับดูแลความมั่งคงของสาธารณะ โดยมีตำรวจนับแสนคนทั่วประเทศอยู่ในมือ

5 ธ.ค.ที่ผ่านมา สภาแห่งชาติได้ลงมติรับรองการแต่งตั้ง พล.ท.วิไล หล้าคำฟอง รองรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงป้องกันประเทศคนที่ 2 ไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันความสงบ โดยนายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ สมาชิกสภาฯ 126 คนที่เข้าร่วมการประชุม โหวตด้วยคะแนนเสียง 90% ให้การเห็นชอบ เรื่องนี้เป็นข่าวผ่านสื่อของทางการในช่วงข้ามวันมานี้

มีสมาชิกสภาแห่งชาติโหวตไม่เห็นชอบกับการแต่งตั้งจำนวน 9 คน หรือ 7% กับอีก 2% งดออกเสียง หนังสือพิมพ์เศรษฐกิจสังคมรายงาน

"ในนั้นมีการแสดงความคิดความเห็นต่อท่านพลโทวิไล หล้าคำฟอง เสียงส่วนใหญ่เห็นดีเป็นเอกภาพต่อการเสนอแต่งตั้ง สนับสนุนและไว้วางใจ เชื่อมั่นว่าจะมีสิ่งใหม่ๆ ที่ก้าวหน้าในกองกำลังป้องกันความสงบ หลังจากที่ท่านรัฐมนตรีคนใหม่ ได้เข้าปฏิบัติหน้าที่ตามภาระบทบท" สื่อของทางการรายงาน

ยังไม่มีข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับว่า การปลด พล.ต.สมแก้ว สีลาวง รัฐมนตรีว่าการที่กลายเป็นอดีตในช่วงเวลาข้ามวัน ยังไม่ทราบว่าถูกให้พ้นจากตำแหน่งสำคัญนี้ด้วยสาเหตุอันใด หรือ ได้รับแต่งตั้งไปดำรงตำแหน่งใหม่ในระดับรัฐบาล (ที่ไม่ต้องผ่านการลงมติรับรองโดยสมาชิกสภาแห่งชาติ) หรือ ไม่อย่างไร
.
สถานการณ์ผลักส่งให้นายพล 3 ดาวผู้นี้ เติบโตในหน้าที่การงานรวดเร็วแบบก้าวกระโดด -- ขึ้นเป็น หน.กรมใหญ่การเมืองในปี 2557 เป็น รมช.คนที่ 2 ในปี 2558 -- ติดยศนายพลโทและเป็นเบอร์ 3 ของกระทรวงปลายปี 2560 เป็นนายพลโท 1 ใน 3 คนของกระทรวงกับกองทัพ ไม่กี่วันมานี้ข้ามห้วยไปเป็น เบอร์ 1 ของกระทรวงใหญ่รักษาความสงบ.
.
อดีต รมว.ป้องกันความสงบ ปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งสุดท้าย โดยนำคณะการนำระดับสูงกระทรวง ไปวางพวงมาลาที่อนุสรณ์สถานนักรบนิรนามในนครเวียงจันทน์ เนื่องในวันชาติ สปป.ลาวในวันที่ 2 ธ.ค. ที่ผ่านมา -- นั่นคือก่อนสภาแห่งชาติโหวตลงมติรับรองการแต่งตั้ง พล.ท.วิไล เพียง 3 วันเท่านั้น

หลายเสียงบอกว่าการปลด พล.ต.สมแก้ว พ้นจากกระทรวงสำคัญนี้ อาจเนื่องมาจากปัญหายาเสพติดที่ ทะลักจากประเทศเพื่อนบ้านเข้าลาวอย่างไม่สามารถหยุดยั้งได้ตลอดหลายปีมานี้ กระทรวงรักษาความสงบเคยออกยอมรับว่า นี่เป็นปัญหาสำคัญที่การปราบปรามยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร

หลายเดือนมานี้่ทางการลาวจับกุมผู้ลักลอบขนยาเสพติดข้ามแดน รวมทั้งจับยึดครั้งใหญ่ๆ ได้หลายครั้ง ทั้งในบริเวณชายแดนติดกับภาคเหนือของไทย และชายแดนติดพม่า รวมเป็นจำนวนยาบ้าหลายสิบล้านเม็ด รวมทั้งเฮโรอีนและฝิ่นดิบอีกจำนวนมาก มีการจับกุมผู้ค้ารายย่อยจำนวนมากในแขวงต่างๆ ทั่วประเทศ รวมทั้งในเมืองหลวงด้วย

หลายปีมานี้ลาวได้กลายเป็นทางผ่านของยาเสพติด ที่ลักลอบขนข้ามแดนจากพม่า เพื่อส่งต่อไปยังประเทศที่สาม รวมทั้งเวียดนาม ไทยและกัมพูชา -- ทางการได้พบว่า ปัจจุบันมียาเสพติดยังคงตกค้างอยู่ในดินแดนลาวเป็นจำนวนมาก เป็นอันตรายต่อเยาวชน และ ความมั่นคงของทั้งสังคม

การนำบุคคลจากภายนอก ข้ามไปเป็นผู้นำกระทรวงที่ควบคุมตำรวจไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ หากเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ตลอด 40 ปีมานี้ นับตั้งแต่ พล.อ.สีสะหวาด แก้วบุนพัน อดีตเสนาธิการใหญ่กองทัพประชาชน เคยไปเป็นรัฐมนตรี "กระทรวงภายใน" เมื่อก่อน ติดต่อกันยาวนานนับสิบปี จนกระทั่งเข้าสู่ยุคนายทองบัน แสงอาพอน พลเรือนคนแรกที่ไปว่าการกระทรวงสำคัญนี้
.
พล.ต.สมแก้ว สีลาวง พาคณะนำกระทรวงรักษาความสงบไปวางพวงมาลา อนุสรณ์สถานนักรบนิรนามเนื่องในวันชาติ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา ดูจะไม่ทราบมาก่อนว่า บทบาทเจ้ากระทรวงจะสิ้นสุดลงในอีก 3 วันถัดมา.
.
นายทองบัน ถึงแก่กรรมในอุบัติเหตุเครื่องบินทหารตกในแขวงเชียงขวาง เดือน พ.ค.2557 ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 14 คน รวมทั้ง พล.ท.ดวงใจ พิจิต รมว.ป้องกันประเทศ นายสุกัน มะหาลาด ผู้ว่าราชการนครเวียงจันทน์ กับ นายเจือง สมบูนขัน หัวหน้าคณะกรรมการโฆษณาอบรมศูนย์กลางพรรค

รัฐบาลได้แต่งตั้ง "พล.จ.สมแก้ว" นายตำรวจใหญ่ซึ่งเป็น รมช.ในขณะนั้น ขึ้นรักษาการ รมว.กระทรวงรักษาความสงบ -- ต่อมาได้รับการรับรองจากสภาแห่งชาติ และ เวลาต่อมาได้รับเลือกเข้าเป็นกรรมการศูนย์กลางพรรค

ในขณะเดียวกันเส้นทางของ พล.ท.วิไล ก็มีความรุ่งโรจน์อย่างน่าจับตามาก เป็นการเติบโตในหน้าที่การงานแบบก้าวกระโดด ถือเป็นดาวรุ่งอีกคนหนึ่งในสายกลาโหมและความมั่นคงในรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ถึงแม้ว่าปัจจุบัน -- เนื่องจากมีตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ -- จะมีลำดับความอาวุโสในคณะกรรมการศูนย์กลางพรรคต่ำกว่า พล.จ.สมแก้วก็ตาม

เดือน ก.ย.2557 -- หลังการถึงแก่กรรมของ พล.ท.ดวงใจ รัฐบาลชุดนายทองสิง ทำมะวง ได้แต่งตั้ง พล.ต.แสงนวน ไซยะลาด รมช.คนที่ 1 ซึ่่งควบเก้าอี้หัวหน้ากรมใหญ่การเมืองกองทัพในขณะนั้น ขึ้นรักษาการรัฐมนตรีว่าการ โดยเลื่อนยศชั้นเป็น "นายพลโท" พร้อมกับ "พล.ท.จันสะหมอน จันยาลาด" รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ทำให้กระทรวงฯ กับกองทัพมีนายพลโท 2 คนพร้อมกันครั้งแรกในรอบ 20 ปี

ในขณะเดียวกัน การแต่งตั้ง พล.ท.แสงนวน ขึ้นรักษาการ รมว. ก็ได้ทำให้ “พล.จ.วิไล” ได้ขึ้นเป็นหัวหน้ากรมใหญ่การเมืองแทนที่
.
ขบวนแถวของกระทรวงรักษาความสงบในงานพิธีสำคัญต่างๆ กระทรวงนี้คุมตำรวจนับแสนคน อาสาสมัคร ตำรวจบ้าน อีกนับหมื่นๆคน ในแขวงต่างๆทั่วประเทศ.
.
เดือน มิ.ย.2558 ได้มีการแต่งตั้งโยกย้ายนอกฤดูกาล ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่มีความสำคัญยิ่ง กล่าวคือ มีการแต่งตั้ง รมช.ป้องกันประเทศ เพิ่มอีก 2 นาย ซึ่งได้แก่ พล.ต.ทองลอย สิหลิวง จากสถาบันป้องกันชาติไกสอน พมวิหาน กับ พล.ต.วิไล ที่ควบตำแหน่ง หัวหน้ากรมใหญ่การเมืองไปด้วยในขณะเดียวกัน -- ทำให้มี รมช.พร้อมกัน 4 คน รวมทั้ง พล.ท.จันสะหมอน รมช.คนที่ 1 กับ พล.ต.สุวอน เลืองบุนมี รมช.คนที่ 2 ที่ควบตำแหน่งหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการกองทัพ

การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในเดือน เม.ย.2559 เมื่อนายทองลุน "ผู้นำเบอร์ 2" ของกรมการเมืองพรรคประชาชนปฏิวัติลาวเข้าจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ -- มีการโยก พล.ท.แสงนวน ไปทำงานนิติบัญญัติ เป็นรองประธานสภาแห่งชาติคนที่ 2 (ปัจจุบันเป็นรองคนที่ 1 แทนที่นายไซสมพอน พมวิหาน ที่ไปเป็นประธานศูนย์กลางแนวลาวรักชาติ -- บก.) และ แต่งตั้ง พล.ท.จันสะหมอน ขึ้นว่าการกระทรวงป้องกันประเทศ มี รมช.อีก 2 คน ซึ่งได้แก่ พล.ต.สุวอน กับ พล.ต.วิไล -- ส่วน พล.ต.ดร.ทองลอย ถูกโยกไปเป็นเลขาพรรคแขวง/เจ้าแขวงไซสมบูน ซึ่งเป็นตำแหน่งเทียบเท่ารัฐมนตรีว่าการ

ต่อมาเดือน ก.ย. มีการแต่งตั้ง รมช.เพิ่มอีก 3 คน รวมเป็นทั้งหมด 5 คน ซึ่งได้แก่ พล.ต.อ่อนสี แสนสุก อดีตหัวหน้าห้องว่าการกระทรวงฯ พล.ต.พูวง วงพม หัวหน้ากรมใหญ่พลาธิการกองทัพ กับ พล.ต.แอสะไหม เลืองวันไซ หัวหน้ากรมใหญ่เทคนิค -- แต่มีเพียง 2 คน ที่เป็นกรรมการศูนย์กลางพรรค ซึ่งได้บ่งบอกอันดับอาวุโส คือ พล.ต.สุวอน กับ พล.ต.วิไล

เดือน ก.ย.ปีที่แล้วได้มีการประกาศเลื่อนยศชั้นแก่นายทหารระดับสูง 4 นาย รวมทั้ง พล.ต.สุวอน กับ พล.ต.วิไล ที่ได้เลื่อนยศพลโท -- ทำให้กองทัพประชาชนลาวมี "นายพลโท" พร้อมกัน 3 นาย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ทศวรรษ

สัปดาห์นี้นายพลโทจากกองทัพประชาชนอีกคน ได้ "ข้ามห้วย" ไปว่าการกระทรวงตำรวจอย่างเต็มภาคภูมิ รวมทั้งได้ควบตำแหน่ง "เลขาธิการศูนย์กลางพรรค" ซึ่งเป็นองค์คณะที่ดูแลงานประจำวันของพรรค และ ด้วยฐานะตำแหน่งเจ้ากระทรวงใหญ่ ทำให้มีโอกาสอย่างสูงที่จะขึ้นสู่กรมการเมืองอีกคนหนึ่ง เช่นเดียวกันกับ พล.ท.จันสะหมอน อดีตผู้บังคับบัญชาโดยตรง.
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...