xs
sm
md
lg

"เวอร์จิ้น โจลี" โยคะท่าสะพานหงาย เสน่หาหน้าประถม ฉีกขาท่านิยมเยี่ยมจริงๆ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

<br><FONT color=#00003>ความสวยสมส่วนของเรือนร่างกับความงดงามทางจิตใจจากภายใน ไม่สามารถจะมีได้จากการกินแล้วนอน หากต้องออกกำลังกาย ฝึกฝนตนเองอย่างอดทน เฟืองจีง โจลี เคยอ้วนพะโล้ และ เมื่อต้นปีนี้ใช้เวลา 2 สัปดาห์ รีดน้ำหนักออกไป 7 กก. ด้วยโยคะ -- วันนี้เป็นนักร้องยอดนิยม และเป็นดารานักแสดงชั้นแนวหน้าอีกคนหนึ่งของประเทศ.  </a>

MGR ออนไลน์ -- เสน่หาแห่งโยคะมีจริง การฝึกฝนเป็นมากกว่าการออกกำลังกาย ช่วยให้หายทุกข์โศก สร้างจิตใจให้งดงามผ่องใส่ งามจากภายใน ฉายให้เห็นจากภายนอก ชาวเวียดนามออนไลน์จำนวนมาก -- โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนุ่มๆ ทั้งโสดไม่โสด ต่างชม เฟือง จีง โจลี (Phương Trinh Jolie) ยกเธอให้เป็นข้อพิสูจน์สำหรับคำกล่าวข้างต้น หลายคนบอกว่าเธอดูเป็นธรรมชาติ ไม่ได้ฝืนทำเพื่อเซลฟี่อวดใครๆในเฟซบุ๊ก

จากนักร้องยอดนิยมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกังวานลึก ไม่กี่ปีมานี้ "จิ้นโจลี" ก้าวขึ้นเป็นดารานักแสดงชั้นนำของประเทศอีกคนหนึ่ง ซึ่งทำให้การดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย มีความจำเป็นมากกว่าครั้งไหนๆ

สาวสวยสาธยายให้นักข่าวซาวสตาร์ด็อทวีเอ็น (saostar.vn) ฟังเมื่อไม่นานมานี้ว่า เริ่มเรียนและฝึกโยคะจริงจังเมื่อสัก 4 ปีที่แล้ว เมื่อตระหนักดีว่าชีวิตวัยรุ่นได้ผ่านไป และล่วงเลยเข้าสู้วัยผู้ใหญ่ รวมทั้งป่วยอยู่บ่อยๆด้วยภูมิแพ ป่วยเป็นประจำ -- และ อ้วน -- ก็จึงตัดสินใจเรียนและฝึก ฝึกและเรียน จนกระทั่งพบว่ามันเป็นยาวิเศษ ที่ช่วยรักษาได้แทบจะทุกโรค นอกจากนั้นเคยพุงโย้หน้าท้องก็กลับแบนราบ เริ่มมีแพ็กท์และเฟิร์ม กล้ามเนื้อแน่น ต้นแขนกับต้นขาทั้งสองข้างกระชับ สะโพกกลมกลึง ทุกอย่างได้สัดส่วน รองรับการเคลื่อนไหวได้ทุกสถานการณ์

แต่เห็นหน้าท้องแบนราบใช่ว่าจะไม่กินอะไรนะ.. สาวสวยบอกว่า เธอเองกินวันละ 6 มื้อ เมื้อเยอะเพราะว่าทานทีละน้อย และ ซอยถี่ขึ้น -- ที่สำคัญมากๆ คือ ไม่กินเมนูที่มีแป้งหรือน้ำตาลมาก ทานผักผลไม้มาก ไม่รับประทานเนื้อสัตว์อื่น นอกจากเนื้อปลานึ่งหรือเนื้ออกไก่นึ่ง ถ้าเกิดหิวอีกก็ให้ทานผลไม้อีก มื่้อเช้าทานผลไม้กับโยเกิต ที่ไม่มีน้ำตาล -- นี่คือเมนูเพื่อชีวิต

เธอเล่าว่า เคยห่างโยคะไปพักหนึ่งเนื่องจากการงานล้นมือ จนกระทั่งตัวกลมดิกอ้วนฉุ เมื่อต้นปีนี้ได้พยายามอยู่ 2 สัปดาห์ รีดน้ำหนักออกไปได้ 7 กิโลกรัม

ความสุขจากภายในฉายแววออกให้เห็นผ่านบนใบหน้าที่เต่งตึง แก้มอิ่ม ริมฝีกปากเต็มรูปและดูอ่อนเยาว์ ไม่ต้องไปนวดไปฉีดอะไร ปล่อยให้เบบี้เฟซพัฒนาไปอย่างเป็นธรรมชาติ.. อะแฮ่ม.. หน้าอกแม้จะดูเล็กๆ แต่เนียนแน่นและกลมกลึง ดูดีไปด้วย ก็เพราะได้โยคะช่วยอย่างแท้จริง
.







"วันนี้แทบจะไม่ป่วยอะไรอีกแล้วค่ะ ไม่เป็นหวัดบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อน พวกไอ จาม น้ำมูกไหล ตอนนี้หายไปหมด" โจลีกล่าว

โจลีเป็นสาวไซ้ส์เล็กพิมพ์นิยม สูงเพียง 168 ซม -- เธอบอกเว็บไซต์ข่าวแห่งเดียวกันว่า วันนี้เล่นโยคะได้ในเกือบจะทุกๆ สถานที่ที่สภาพเอื้ออำนวย ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ตามโรงยิม ริมหาดทราย หรือ แม้แต่พิงกำแพงสูงของอาคารคอนกรีตในย่านใจกลางนครใหญ่ ตั้งแต่ท่าพื้นฐานง่ายๆ ไปจนถึงท่าใครก็บอกว่าเล่นยากๆ -- นั่ง ยืน สะพานโค้ง สะพานหงาย ฉีกขาออก 180 องศา ทำได้หมด โดยไม่รู้สึกฝืนอะไรเลย วันนี้โยคะได้ฝังอยู่ในร่างกายและจิตใจของเธอ

ปีนี้ 29 .. หรือจะ 30 แล้วก็ไม่แน่ใจ นี่คือ "น้องจิ้น" เวียดนามมีสเบบี๋อีกคนหนึ่ง -- ภาพชุด "โยคะตลอดเวลา" ยังคงแพร่สะพัดในโลกออนไลน์ แม้จะถ่ายทำมานานข้ามเดือนแล้วก็ตาม

เป็นสาวสกุลเหวียน ชื่อในสูติบัตรคือ เหวียน หง็อก เฟือง จีง (Nguyễn Ngọc Phương Trinh) หลายปีต่อมาเมื่อเริ่มมีชื่อเสียง เธอได้เติมคำว่า "โจลี" อีกคำหนึ่งเป็นชื่อเล่น ทำให้เพื่อนร่วมในวงการ เรียกเธอเป็น เวอร์จิ้น โจลี (Virgin Jolie) เป็น "น้องจิ้น" อีกคน ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ซ้ำกับ "จิ้น แอนเจลา" หรือ แอนเจลา เฟือง จีง (Angela Phương Trinh) ซึ่งเป็น "สาวจิ้น" โรลโมเดล ของสาวเวียดนามนิวเจนนับล้านทั่วประเทศ

ทั้งนี้และทั้งนั้น แอนเจลากับโจลี ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกัน หากเป็น "สองจิ้น" คนละคนกัน หากแต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ หน้าตาที่ดูอ่อนเยาว์ ผิวสวย ดูนุ่มเนียนราวกับแพรไหม และ สองจิ้นยังใช้ชีวิตเดินเข้าออกโรงยิมเหมือนกันอีกด้วย

ไม่ว่าจะเป็นอะไร เวอร์จิ้นทั้งสองเวอร์ชั่นต่างเป็นสาวเวียดนามที่ประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งคู่ ได้พิสูจน์ตัวตนมายาวนานนับสิบปี คู่วงการบันเทิงของชาวคอมมิวนิสต์
.













ประวัติในวงการเพลงระบุว่า จิ้นโจลีเป็นสาวเดือนตุลาฯ เกิดปี 1987 หรือ พ.ศ.2530 แต่เธอบอกว่า ปีไม่ถูกต้อง ลุงกำนันเขียนผิด ปีเกิดที่แท้จริงคือ 1988 -- เอาเหอะ อ่อนลงไปอีก 1 ปี เรื่องแบบนี้ยอมกันได้ไม่มีใครติดใจ แต่ทันทีที่มีเลข 3 นำหน้า สาวโสดจำนวนไม่น้อยจะพากันหวั่นไหวได้เสมอเกี่ยวกับอนาคต -- มันจะลงเอยอย่างไร จะกระโดดเกาะรถไฟด่วนขบวนสุดท้ายในยามดึกได้สำเร็จหรือไม่? หรือ จะได้สังกัดประชาคมใดของเหล่าสาวโสด

หลายคนหวาดหวั่นตัวเลข "หลัก 3" มาก สาวๆ รู้ดีว่ามันเป็นวัยที่พอเริ่มแก่แล้วจะแก่เลย อ้วนแล้วจะอ้วนเลย ห่วงยางรัดรอบเอวจะหนาขึ้นอีก แล้วก็เป็นสาวป๊อกเด้ง -- ยิ่งกินยิ่งอ้วน กินแล้วนอนก็ยิ่งไปกันใหญ่ -- ซึ่งเรื่องแบบนี้ไม่ใช่วิถีของจิ้นโจลี

เป็นชาวอำเภอลองซเวียน (Long Xuyên) จ.อานซยาง (An Giang) ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ -- ปี 2545 สาวน้อยไปชนะการประกวดร้องเพลง ที่จัดโดยสถานีโทรทัศน์ประจำจังหวัด -- ปี 2549 กลายเป็นแช้มป์ประกวดบนเวทีเพลงระดับชาติ ที่จัดโดยโทรทัศน์แห่งชาติ คืออายุเพียง 19 จิ้นโจลีจึงเป็นเสมือนข้าวพันธุ์ดีจากเขตที่ราบใหญ่ปากแม่น้ำโขง สามารถขึ้นงอกงามได้ไม่ว่าจะเป็นที่แห่งใด ของแผ่นดินเวียดนาม

น้องจิ้นมีอันต้องจากถิ่นฐานบ้านเกิดไกลปืนเที่ยงติดเขตแดนเขมร เดินทางเข้านครโฮจิมินห์ตามไปดูแลมารดาที่รักษาการป่วยด้วยโรคมะเร็งขึ้นสุดท้าย.. แต่มันเป็นการเดินทางที่ช่วยเปลี่ยนชีวิต นครใหญ่แห่งภาคใต้กลายเป็นจุดสตาร์ท ให้เดินทางมาจนถึงวันนี้่โดยไม่ต้องพูดเลยว่า มันยากลำบากสักเพียงใดสำหรับหญิงสาวตัวเล็กๆ ที่เติบโตขึ้นมาในวงการได้โดยลำพังตัวคนเดียว -- มันจึงเป็นทั้งพรสวรรค์กับความสามารถล้วนๆ

วันนั้นถึงวันนี้ จิ้นโจลีมีผลงานเพลงขายดิบขายดีออกมา 5 อัลบั้ม บัตรเข้าชมคอนเสิร์ตของเธอ ขายหมดเกลี้ยงทุกครั้งทุกรอบ มีแฟนเพลงกลุ่มผู้ใหญ่เป็นคนวัยทำงาน ซึ่งมั่นคงเป็นปึกแผ่น -- โจลีไม่ใช่ขาร็อคแอนด์โรลของเหล่าขาโจ๋ แต่เลือกเป็นสาวแจ็ส ด้วยน้ำเสียงกังวาน หนุ่มหนัก เปล่งออกมาได้ทุกระดับ ตั้งแต่คีย์ต่ำสุด กระทั่งคีย์สูงลิ่ว อันเป็นคุณสมบัติที่หาได้ยากในนักร้องทั่วไป

Em Đi Rồi (แอม ดี เหริ่ย หรือ I am Gone) ซึ่งเป็นอัลบั้มล่าสุด และ กำลังฮิตติดตลาดอยู่ในขณะนี้ หลายเพลงออกมาพร้อมกับเสียงแซ็กโซโฟน ในแนวฟิวชั่นแจ๊สชัดเจน.
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...