xs
xsm
sm
md
lg

ภาพชุดสุดอลังฯ .. กองทัพเรือพม่าซ้อมรบใหญ่ยิงจรวดจีนสนั่นอันดามัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

<br><FONT color=#00003>เรือมังระ หรือ สินบูชิน (F-14 Sinbyushin) ลำที่ 2 ของเรือชั้นเจียนสิตตา (Kyansittha-Class) รูปทรงล่องหนที่ต่อเอง กับเรือมหาติหะตุระ (F-23 Mahar Thiha Thura) เรือชั้นเจียงหู 2 (Jianghu II-Class) หรือ Type 053H1 ที่ซื้อจากจีน เรือฟริเกตติดอาวุธปล่อยนำวิถีทั้งสองชั้นรวม 5 ลำ กับเรือคอร์แว็ตชั้นอะนอว์รธา (Anawratha-Class) รูปทรงเสตลธ์อีก 3 ลำ ได้เป็นแกนหลักของกองทัพเรือในปัจจุบัน พม่ากำลังต่อเรือรบอีกจำนวนหนึ่ง ในแผนการจัดหาอีกนับสิบลำ ลำล่าสุดคือ เรือตะเบ็งชะเวตี้  (773 - UMS Tabinshwehti) เป็นคอร์แว็ต สเตลธ์ รุ่นใหม่ลำที่สาม เพิ่งบรรจุเข้าประจำการปลายเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว. -- ภาพโดยหนังสือพิมพ์เมียะวดี. </b>

MGRออนไลน์ -- กองทัพเรือพม่าระดมเรือขนาดต่างๆ เกือบ 30 ลำ รวมทั้งเรือฟริเกตกับเรือคอร์แว็ต ทำการซ้อมรับครั้งใหญ่ในเขตหมู่เกาะโคโค (Coco Islands) ทะเลอันดามัน ซึ่งทางการได้ประกาศล่วงหน้า แจ้งเตือนเรือประมง กับเรืออื่นๆ รวมทั้งอากาศยานมิให้แล่นหรือบินผ่าน ในอาณาบริเวณที่กำหนด การซ้อมรบของกองทัพเรือยังมีขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจาก มีการสวนสนามฉลองครับรอบปีที่ 72 การก่อตั้งกองทัพ ที่จัดขึ้นในเมืองหลวง

ภาพนิ่ง กับภาพเคลื่อนไหว ที่เผยแพร่ผ่านสื่อของกองทัพ แสดงให้เห็นนายพลเอกอาวุโสมินอองหล่าย เป็นประธานในพิธีการซ้อมรบทางน้ำครั้งใหญ่นี้ รวมทั้งพิธีเปิดใช้ท่าเทียบเรือแห่งใหม่บนเกาะใหญ่ ในหมู่เกาะที่เป็นหน้าด่านสำคัญของประเทศ ในทะเลอันดามัน หลังใช้เวลาดำเนินการมาเป็นเวลา 7 ปี ทำให้สามารถรองรับเรือ ขนาด 1,000 ตันได้ รวมทั้งเรือท่องเที่ยวและสินค้า

การซ้อมรบผสมผสาน "โล่ห์ทะเล" (Sea Shield 2017) เริ่มมาตั้งแต่ 25 มี.ค. และ สิ้นสุดลงในวันที่ 31 ซึ่งมีการฝึกซ้อมใหญ่ในหลายเนื้อหา และ กลายเป็นไฮไลท์สำคัญของปีนี้ ซึ่งรวมทั้งการบุกจู่โจมช่วยเหลือตัวประกันบนเรือลำหนึ่งของหน่วย "แมวน้ำ" ที่ใช้เรือเร็วติดปืน ประสานกับปฏิบัติการโจมตีทางอากาศโดยเฮลิคอปเตอร์ ก่อน ฮ. จะนำตัวประกัน พร้อมหน่วยปฏิบัติการออกไปจากที่เกิดเหตุ โดยนาวีซีลคนเกาะบันไดเชือกของเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งกลายเป็นฉากประทับใจสำหรับผู้ชม

นอกจากนั้นวิดีโอยังแสดงให้เห็น การแปรขบวนของกองเรือกว่า 10 ลำ เพื่อรับมือศัตรูใต้น้ำ แสดงการยิงทำลายเรือดำน้ำข้าศึกด้วยตอร์ปิโดและอาวุธปล่อยนำวิถี จากเรือรบ แสดงการแปรขบวนของเรือรบ เพื่อรับมือการโจมตีจากเรือรบของข้าศึก แสดงการยิงเรือผิวน้ำของข้าศึก ด้วยอาวุธปล่อยนำวิถี กับ การแปรขบวนเรือรบ และ การยิงอาวุธรับมือการโจมตีทางอากาศ

มีการแสดงการยิงพลุร้อนของเรือเจียนสิตตา (Kyansittha, F-12) อันเป็นหนึ่งเทคนิค ในการลวงอาวุธปล่อยนำวิถีที่ยิงจากเรือฝ่ายข้าศึก

วิดีโอที่เผยแพร่ผ่าน เว็บไซต์โทรทัศน์เมียะวดี แสดงให้เห็นแสดงการยิงอาวุธปล่อยนำวิถี C802 จากเรืออะนอว์รธา (Anawratha, 771) จรวดสามารถทำลายเรือเป้าหมายที่อยู่ไกลออกไป เรือเป้าหมายจมลงใต้ผืนน้ำ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ทุกคนรอคอย และกลายเป็นไฮไล้ท์สำคัญ ของการฝึก "โล่ห์ทะเล" ประจำปีนี้

คลิปยังแสดงให้เห็นการยิงปืนใหญ่ยิงเร็วจากเรือรบอีก 2 ลำ และ การยิงปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน รวมทั้งอาวุธปล่อยนำวิถีต่อสู้อากาศยาน
.

หนังสือพิมพ์ของกองทัพกล่าวว่า พล.อ.อาวุโสมินอองหล่าย ในเครื่องแบบกองทัพเรือ "เพื่อเป็นเกียรติแก่กองทัพเรือ" ได้อำนวยการฝึกครั้งนี้ จากเรืออองเซยา (Aung Zaya, F-11) ซึ่งเป็นลำที่สองของเรือฟริเกต ชั้นเจียนสิตตา (Kyansittha-class) และ เป็นเพียงลำเดียวจากทั้งหมด 3 ลำในชั้นนี้ ที่ติดระบบจรวดนำวิถียิงเรือแบบ Kh-35E ผลิตในรัสเซีย อีก 2 ลำ ใช้ระบบจรวด C802 "เอ็กโซเซจีน" รุ่นเดียวกับที่ใช้ในราชนาวี่ไทย และกองทัพเรืออินโดนีเซีย ซึ่งเป็นอาวุธทางเลือกสหรับจรวด "ปลาบิน" (Exocet) ฝรั่งเศส ที่ราคาแพงกว่า

เรือฟริเกตชั้นเดียวกันอีกลำ คือ เรือมังระ หรือ "สินบูชิน" (Sinbushin, F-14) ได้เข้าร่วมในการซ้อมรบครั้งนี้ด้วย

ตามรายงานของหนังสือพิมพ์เมียะวดี เข้าร่วมการฝึกซ้อม ยังรวมทั้งรองพลเอกอาวุโส รองผู่บัญชาการกองทัพ พล.อ.โซวิน ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.ร.อ.ทินอองซาน ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.อ.คินอองมี้น ผู้บัญชาการทหารเขตย่างกุ้ง ผู้บัญชาการกองทัพประจำหมู่เกาะโคโค กับ นายทหารระดับอาวุโสอีกจำนวนมาก

พล.อ.อาวุโสมินอองหล่าย "พึงพอใจและติดตามชมการซ้อมรบอย่างใกล้ชิด" และ พึงพอใจมาก สำหรับการฝึกซ้อมของหน่วยนาวีซีล ช่วยเหลือตัวประกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉากสุดท้าย ซึ่งทหารหน่วยรบพิเศษของกองทัพเรือนายหนึ่ง ทำการเก็บกู้ระเบิดที่คนร้ายวางบนเรือ และ สามารถกระโดดลงน้ำหลบหนีได้ทันท่วงที ก่อนระเบิดขึ้น และ ในเวลาไล่เรี่ยกัน ฮ.ลำหนึ่งก็เข้าช่วยเหลือทหารคนดังกล่าว โดยโรยบันไดเชือกให้เกาะ นำออกไปจากจุดเกิดเหตุ

"การฝึกซ้อมครั้งนี้จบลงด้วยเสียงปรบมือของทานพลเอกอาวุโส และ บรรดาผู้ที่ร่วมชมการฝึกบนเรืออองเซยา"

อีกฉากหนึ่งที่สร้างความประทับใจ ได้แก่การลงจอดบนเรือ F-11 ของเฮลิคอปเตอร์ลำหนึ่ง ซึ่งได้กลายเป็นว่า เป็นการนำนายทหารหัวหน้าหน่วยนาวีซีล ไปที่นั่นแบบ "เซอร์ไพร้ส์" เพื่อรายงานการฝึกซ้อมของหน่วย ต่อผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ ก่อน ฮ.ลำดังกล่าวได้บินขึ้นอีกครั้งหนึ่ง พร้อมเสียงปรบมือจากทุกคนบนเรือ หนังสือพิมพ์เมียะวดีกล่าว

หลังการซ้อมรบกับการฝึกซ้อมต่างๆ สิ้นสุดลง ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพ ได้ให้มอบโล่ห์กับของที่ระลึก แก่ผู้บัญชาการ กับหัวหน้าหน่วยที่เข้าร่วมการฝึกครั้งนี้ รวมทั้งมอบเงินสดแก่หน่วยทหารจำนวนหนึ่งด้วย

Courtesy of The Myawady
.


2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15

16

17

18

19

20

21

22

23

24

25

26

27

28

29
<br><FONT color=#00003>เรืออองเซยา (F11 Aung Zeya) เรือฟริเกตติดอาวุธปล่อยนำวิถี หนึ่งในสามลำในชั้นเจียนสิตตา (Kyansittha-Class) ที่ท่าเทียบเรือเนปีดอ ซึ่ง ผบ.สูงสุดของกองทัพ ทำพิธีเปิดใช้ตอนเช้าวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังดำเนินการมา 7 ปี ในแผนการพัฒนายกระดับ การคมนาคมขนส่งและการท่องเที่ยว ของหมู่เกาะโคโค หน้าด่านของประเทศ ซึ่งอยู่ห่างจากนครย่างกุ้งลงไปกว่า 400 กม. ในทะเลอันดามัน.  -- ภาพโดยหนังสือพิมพ์เมียะวดี. </b>
30
ระหว่างให้โอวาทแด่ผู้ที่เข้าร่วมการซ้อมรับ ผบ.สูงสุดของกองทัพได้เน้น ความสำคัญของการซ้อมรบ ให้มีความพร้อม และ ประสิทธิภาพ ในการป้องกันน่านน้ำ กับชายฝั่งทะเลของประเทศ ที่มีความยาวกว่า 1,300 ไมล์ (กว่า 2,000 กม.) เน้นความเร็วและอำนาจการยิงของกองทัพเรือ รวมทั้งนโยบายทั่วไปของกองทัพ กับกระทรวงกลาโหม ในการปรับปรุงกองทัพทางน้ำให้ทันสมัย คู่ขนานกับอีก 2 เหล่าทัพ

ก่อนหน้านี้ ในวันที่ 27 มี.ค. พล.อ.อาวุโสมินอองหล่าย ได้เป็นประธานในพิธีสวนสนาม เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 72 การก่อตั้งกองทัพ ที่เมืองเพียงมะนา (Pyinmana) ชานกรุงเนปีดอ มีการแสดงแสนยานุภาพของกองทัพบก กับกองทัพอากาศ โดยมีหน่วยนาวีซีลของกองทัพเรือ เข้าร่วมด้วย

พล.อ.อาวุโสมินอองหล่าย ออกเดินทางจากฐานทัพเรือแห่งหนึ่ง ในเขตตะนาวศรี ตอนเย็นวันที่ 30 มี.ค. ไปถึงเกาะโคโคตอนเช้าวันรุ่งขึ้น และ ได้เยี่ยมชมการพัฒนาของหมู่เกาะแห่งนี้ ก่อนเป็นประธานทำพิธีเปิดใช้ "ท่าเทียบเรือเนปีดอ" เมื่อเวลา 08.00 น. ท่าเทียบเรือมีความยาวตลอดบริเวณ 1,250 เมตร ระดับน้ำลึก 8.4 เมตร บริเวณโป๊ะสร้างขึ้นด้วยหินธรรมชาติ กับคนกรีตบล็อกอัดแรงแน่นหนา

ผบ.สูงสุดของกองทัพ เดินทางไปยังหมู่เกาะโคโคเมื่อปี 2555 ได้ร่วมสำรวจและกำหนดเขตก่อสร้างท่าเทียบเรือแห่งนี้ ซึ่งต่อมาออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาวด้านการท่า แห่งมหาวิทยาลัยการทะเลแห่งพม่า (Myanmar Maritime University) ด้วยความร่วมมือช่วยเหลือทางวิชาการ และ วิศวกรรม จากทหาวิทยาลัยเอฮิเมะ (Ehime University) แห่งประเทศญี่ปุ่น และ กรมทหารช่างกองทัพ ดำเนินการก่อสร้าง มีโครงสร้างที่แข็งแรง รับการกระแทกของคลื่นได้ดีเยี่ยม

หมู่เกาะโคโคอยู่ห่างจากนครย่างกุ้งลงไปทางใต้ 270 ไมล์ (434 กม.) ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อย 7 เกาะ มีเนิ้อที่รวมกันกว่า 20 ตารางกิโลเมตร มีประชากรประมาณ 1,000 คน ในยุค พล.อ.เนวิน เรืองอำนาจได้สร้างเรือนจำขนาดใหญ่ขึ้นที่นั่น ใช้เป็นที่คุมขังฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง มีผู้เสียชีวิตที่นั่นจำนวนมาก จนทำให้ถูกขนานนามเป็น "เกาะปิศาจ" (Devil Islands) ก่อนจำนวนที่เหลือจะถูกขนย้าย ไปคุมขังต่อในเรือนจำอิงเส่ง (Insein) นครย่างกุ้ง เวลาต่อมา

ปัจจุบันรัฐบาลมีนโยบายพัฒนาหมู่เกาะโคโคเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำอีกแห่งหนึ่ง ที่นั่่นมีหาดทรายสวยงาม มีแหล่งดำน้ำชมปะกางรัง สัตว์น้ำและพืชพันธุ์ใต้น้ำ มีระบบนิเวศน์ที่งดงามเป็นธรรมชาติ กำลังมีการก่อสร้างโรงแรม กับรีสอร์ตเพื่อรองรับ ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดของทางการ ท่าเทียบเรือ "เนปีดอ" ก็เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา เพื่อรองรับเรือท่องเที่ยวอีกด้วย.
Save on your hotel - www.hotelscombined.co.th
กำลังโหลดความคิดเห็น...