ผู้จัดการรายวัน -- บริษัทปิโตรเลียมแห่งชาติของจีน (China National Petroleum Corporation) เริ่มลงสำรวจความเป็นไปได้ที่จะใช้เกาะหยันบาย (Yanbyai) ที่ชายฝั่งรัฐยะไข่ (Rakine) ของพม่าเป็นสถานีต้นทางทางในการวางท่อส่งน้ำมันความยาว 1,440 กม. จากอ่าวเบงกอลถึงชายแดนมณฑลหยุนหนัน (Yunnan) ในภาคตะวันตกเฉียงใต้
"บริษัทปิโตรเลียมแห่งชาติของจีน กำลังอยู่ในขั้นตอนการกำหนดรายละเอียดกับวิสาหกิจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติของพม่า (Myanmar Oil and Gas Enterprise) สำหรับการจัดตั้งสถานีต้นทางในการวางท่อส่งน้ำมันที่เกาะหยันบายของพม่า ชายฝั่งรัฐยะไข่" หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ภาษาอังกฤษ เมียนมาร์ไทม์ กล่าว
ท่อความยาว 800 กม. จะเชื่อมต่อระหว่างเกาะดังกล่าวกับชายแดนจีน ขณะที่อีก 640 กม. จะต่อไปยังมณฑลหยุนหนัน เรื่อยไปจนถึงเมือง (Kunming) เมืองเอกของมณฑลซึ่งจีนมีแผนการก่อสร้างกลั่นที่นั่นด้วย
แผนการวางท่อส่งน้ำมันดังกล่าว ซึ่งยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น เป็นความมุ่งมั่นปรารถนาอย่างหนึ่งของจีนในการออกแบบท่อส่งน้ำมันปิโตรเลียมใหม่ เพื่อนำเข้าน้ำมันจากเขตตะวันออกกลางมาสู่จีน โดยไม่ต้องขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบมะละกา (Strait of Malacca) เมียนมาร์ไทมส์ นิตยสารข่าวรายสัปดาห์ภาษาอังกฤษ รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวทางการทูตในกรุงย่างกุ้ง
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ท่อส่งน้ำมันผ่านทางพม่าดังกล่าวอาจมีมูลค่าสูงถึง 2-3 พันล้านบาท และสามารถส่งน้ำมันได้ปริมาณ 40 ล้านตันต่อปี
มีการคาดเดาว่า จีนอาจใช้เมืองสิตต่วย (Sittwe) ซึ่งเป็นเมืองท่าเรือของพม่า ในรัฐยะไข่ใกล้กับบังกลาเทศ เจ้าอาณานิคมอังกฤษได้พัฒนาท่าเรือแห่งนี้ขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 19
"แต่มีอยู่ 2 เหตุผลที่จีนน่าจะต้องการใช้ท่าเรือจอกปีว (Kyauk Phyu) ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า อยู่ห่างไปทางตอนใต้ 112 กม. นั่นคือ เหตุผลด้านความปลอดภัยและความอยู่ห่างไกล โดยเกาะดังกล่าวอยู่ห่าง (จากฝั่ง) มากกว่า ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานการคมนาคมขนส่งที่เชื่อมต่อกับเกาะ วิธีที่จะไปถึงที่นั่นได้คือ ทางเรือหรือเครื่องบินโดยใช้ลานบินขนาดเล็ก" เมียนมาร์ ไทมส์ กล่าว
สื่อทางการพม่าได้รายงานความมุ่งมาดปรารถนาของทางการจีนในการหาทางออกสู่มหาสมุทรอินเดียมาตั้งแต่กลายปีก่อน การลงสู่พื้นที่ครั้งนี้นับเป็นรูปธรรมใหม่
ไม่เฉพาะการใช้ที่นั่นเป็นต้นทางวางท่อขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางเท่านั้น จีนยังมีแผนการก่อสร้างทางหลวงที่ทันสมัยจากมณฑลหยุนหนันเข้ารัฐชาน (Shan) ผ่านเขตมัณฑะเลย์ (Mandalay) ไปยังเมืองท่าสิตต่วย เพื่อใช้ท่าเรือที่นั่นอีกด้วย
นักการทหารมองว่าการขนน้ำมันดิบผ่านมหาสมุทรอินเดียไปยังเมืองท่าอ่าวเบงกอลในพม่า ก่อนจะส่งกลับบ้านโดยระบบท่อนั้นมีความมั่นคงปลอดภัยสูง ต่างกับการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบทะละกา ซึ่งอาจจะถูกปิดล้อมในยามสงคราม
เพิ่งจะมีการประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า สหรัฐฯ กำลังจะร่วมกับอินเดียกับอีกหลายประเทศ ทำการซ้อมรบใหญ่ในอ่างเบงกอลในสัปดาห์ข้างหน้านี้ แต่ฝ่ายสหรัฐฯ กล่าวว่าการซ้อมรบดังกล่าวไม่ได้เล็งไปที่การปิดล้อมการขยายอิทธิพลของจีนแต่อย่างใด
ไม่เพียงแต่จะก่อสร้างระบบท่อเพื่อขนส่งน้ำมันดิบเท่านั้น จีนยังจะต้องสร้างระบบท่อก๊าซ เพื่อส่งก๊าซมหาศาลที่ซื้อจากแปลง A-1 และ A-3 ในหลุมฉ่วย (Shwe) กับ ฉ่วยปีว (Shwe Pyu) ในอ่าวเบงกอลพม่าไปยังมณฑลหยุนหนันอีกด้วย
ความเคลื่อนไหวต่างๆ เหล่านี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับพม่าได้รับการพัฒนาขึ้นไปจนถึงขีดสูง จีนได้กลายเป็นหลังอิงของรัฐบาลทหารบนเวทีระหว่างประเทศ และยังเป็นแหล่งจัดหาอาวุธยุโธปกรณ์ ตลอดจนการฝึกอบรมบุคลากรทางทหารของกองทัพพม่าอีกด้วย.


