xs
xsm
sm
md
lg

นักลงทุนไทยเริ่มไต่อันดับในเวียดนาม

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

<CENTER><FONT color=#3366FF>  นายกรัฐมนตรีไทย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไปเยือนเวียดนามเดือน ต.ค.2549 ไทย-เวียดนามได้ตกลงจะส่งเสริมการลงทุนระหว่างกันและเพิ่มมูลค่าการค้าต่อกันเป็นปีละ 5,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงใกล้ๆ นี้</FONT></CENTER>

ผู้จัดการรายวัน— ถึงแม้จะไม่คึกคักเหมือนกับทุนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ หรือ กระทั่งมาเลเซียที่เข้าไปลงหลักปักฐานที่นั่นอย่างแน่นหนา แต่ในวันนี้การลงทุนจากไทยในเวียดนาม ก็เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่างเด่นชัด หลังจากค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นมาในช่วงปีใกล้ๆ นี้

แต่ชื่อใหญ่ๆ จากประเทศไทย ซึ่งรวมทั้งเครือซีเมนต์ไทย เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กับ กลุ่มอมตะ ก็ได้ไปปักหลักในเวียดนามมานานกว่า 10 ปี

จากตัวเลขของกระทรวงวางแผนและการลงทุน หรือ กระทรวง MPI (Ministry of Planning and Investment) ปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในอันดับ 12 จากทั้งหมด 79 ประเทศหรือดินแดนที่เข้าลงทุนในเวียดนาม โดยมีโครงการลงทุนทั้งสิ้น 153 โครงการ ด้วยเงินทุนจดทะเบียนรวมกัน 1,540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

เจ้าหน้าที่เวียดนามกล่าวว่า การลงทุนจากไทยยังนับว่าน้อย เมื่อเทียบกับศักยภาพของสองประเทศเพื่อนบ้าน

ในปัจจุบันมีโครงการลงทุนจากประเทศไทยกำลังดำเนินการอยู่จำนวน 83 โครงการ มีการจ้างแรงงานท้องถิ่น 12,000 คน และ ยังก่อให้เกิดการจ้างงานโดยตรงอีกจำนวนมากในแขนงการก่อสร้างและบริการ

โครงการลงทุนจากไทยเกือบทั้งหมดเน้นหนักไปที่การก่อสร้างโครงร่างพื้นฐาน ในเขตอุตสาหกรรมต่างๆ การก่อสร้างศูนย์กลางการค้าขายและที่อยู่อาศัยและบริการในย่านตัวเมืองรวมทั้งโรงแรมและศูนย์บริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวด้วย
<CENTER><FONT color=#3366FF> มีเลียฮานอย (Melia Hanoi) จากทุนไทยแท้ๆ เป็นโรงแรม 5 ดาวในจำนวนไม่กี่แห่งในเมืองหลวงของเวียดนาม  </FONT></CENTER>
ทุนจากไทยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ใน จ.ด่งนาย (Dong Nai) บิ่งซเวือง (Binh Duong) กับ นครโฮจิมินห์ ในภาคใต้ ส่วนทางภาคเหนือจะรวมศูนย์การลงทุนอยู่ในกรุงฮานอย

ตามตัวเลขของกระทรวง MPI ราว 67% ของโครงการลงทุนจากไทยทำในรูปแบบทุนต่างชาติ 100% คิดเป็น 56% ของเงินทุนจดทะเบียนทั้งหมด มีเพียง 27.6% ของโครงการทั้งหมดที่เป็นแบบร่วมทุนกับบริษัทในเวียดนาม ซึ่งคิดเป็นเพียง 43% ของเงินทุนจดทะเบียน

บริษัทของไทยที่มีผลกำไรอย่างคงเส้นคงวาในเวียดนามคือ กลุ่มซีพีที่มีโรงงานผลิตอาหารสัตว์ใน จ.ด่งนาย ด้วยเงินทุน 328 ล้านดอลลาร์ ผลิตอาหารสัตว์เกือบทุกประเภท รวมทั้งผลิตไก่แช่แข็งและไข่ไก่ออกวางจำหน่ายในตลาด

ทุกครั้งที่เกิดวิกฤตการไข้หวัดนกแพร่ลามในจังหวัดต่างๆ ชาวเวียดนามในเขตเมืองจะหันหน้าเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตในท้องถิ่น และพึ่งพาไก่สดแช่แข็งกับไข่ไก่ของซีพี

ในปี 2549 กลุ่มนี้มีผลประกอบการประมาณ 300 ล้านดอลลาร์ในเวียดนาม และ จ้างแรงงานในท้องถิ่นกว่า 5,000 คน ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวเวียดนาม (VNA)

เครือซีเมนต์ไทยก็ประสบความสำเร็จในหลายด้านและขยายกิจการในเวียดนามมาเป็นระยะๆ บริษัทที่มีอายุ 100 ปีแห่งนี้ ได้เข้าลงทุนใน 5 โครงการ ในแขนงเคมีภัณฑ์และผลิตวัสดุก่อสร้าง โดยใช้ จ.บิ่งซเวือง กับ จ.ด่งนาย เป็นฐาน

ปีนี้เครือซีเมนต์ไทยได้ลงทุนเพิ่มอีก 220 ล้านดอลลาร์ ผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์คุณภาพดีที่สวนอุตสาหกรรมหมีฟ๊วก (My Phuoc) ที่ จ.บิ่งซเวือง การก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่จะเริ่มในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ และ คาดว่าจะเริ่มเปิดสายการผลิตได้ในปี 2552

ผู้บริหารของเครือซีเมนต์ไทยกล่าวเมื่อต้นปีว่า อาจจะมีการพิจารณาลงทุนผลิตซีเมนต์ในเวียดนาม แต่ปัญหาก็คือเรื่องการขนส่ง เนื่องจากแหล่งผลิตอยู่ในภาคเหนือแต่ตลาดใหญ่ของซีเมนต์อยู่ในภาคใต้ของประเทศ และ ยังไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก

กลุ่มบริษัทไทยเคมีซึ่งลงทุนในเวียดนามมาหลายปีแล้ว มีโครงการร่วมทุนกับกลุ่มบริษัทน้ำมันและก๊าซ "ปิโตรเวียดนาม" ก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ที่ จ.บ่าเหรียะ-หวุงเต่า (Ba Ria-Vung Tao) ในภาคใต้โครงการปิโตรเคมีของฝ่ายไทยและเวียดนามนี้มีมูลค่าราว 1,500 ล้านดอลลาร์

บริษัทจากไทยอีกหลายแห่งรวมทั้งบริษัทซีเมนต์จำนวนหนึ่ง ก็ให้ความสนใจจะเข้าไปผลิตปูนซีเมนต์ในเวียดนาม ซึ่งอาจจะทำให้เงินทุนจากประเทศไทยเพิ่มขึ้นสูงถึง 3,000 ล้านดอลลาร์ในปีนี้ และ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 6,000 ล้านดอลลาร์ในอีกหลายปีข้างหน้า

นักลงทุน-นักธุรกิจไทย-เวียดนามไปมาหาสู่กันบ่อยครั้งขึ้น ตั้งแต่ต้นปีมานี้คณะจากไทยชุดใหญ่เดินทางเข้าเวียดนามแล้ว 2 คณะ

สถานทูตไทยในกรุงฮานอยได้เชิญชวนนักลงทุนของไทย ให้ใช้โอกาสที่อยู่ใกล้ชิดกันเข้าไปลงทุน โดยใช้ศักยภาพของเวียดนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์ของไทยมีโอกาสเข้าสู่ตลาดใหญ่จีนด้วย

นายฝ่ามหือว์ถัง (Pham Huu Thang) อธิบดีกรมการลงทุนต่างประเทศ กล่าวว่าทางการทั้งในระดับประเทศและในระดับจังหวัดจะพยายามต่อไปในการเชื้อเชิญและดึงดูดนักลงทุนจากประเทศไทย

การลงทุนในเวียดนามมีโอกาสที่ดีหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นการผลิตสินค้าเพื่อส่งออก อุตสาหกรรมแปรรูป บริการ รวมทั้งโครงการด้านการเกษตรและการพัฒนาชนบท ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีชีวภาพ รวมทั้งการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ด้วย

การเปิดใช้สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ข้ามแม่น้ำโขงระหว่าง จ.มุกดาหาร กับ แขวงสะหวันนะเขต ได้อำนวยความสะดวกให้แก่การไปหาสู่กัน มีการจัดการท่องเที่ยวทางบกระหว่างไทย-ลาว-เวียดนาม เพิ่มมากขึ้น

ปีนี้เป็นปีแรกที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้เปิดสำนักงานขึ้นในเวียดนาม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ จากความร่วมมือระหว่างสองฝ่าย

นายกรัฐมนตรีไทย พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้ไปเยือนเวียดนามอย่างเป็นทางการในเดือน ต.ค.2549 พร้อมด้วยตัวแทนภาคธุรกิจเอกชนคณะใหญ่

ในเดือน ธ.ค. นายกรัฐมนตรีเวียดนามก็ได้เดินทางเยือนไทย พร้อมด้วยตัวแทนภาคเอกชน เป็นการกระชับความสัมพันธ์ความร่วมมือ ระหว่างสองประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มอาเซียนด้วยกัน ในด้านการค้าและการลงทุน.