เครื่องบินโดยสารเช่าเหมาลำแบบ แอนโตนอฟ (AN-24) สายการบิน PMT Air พาผู้โดยสาร ลูกเรือและกัปตันรวม 22 ชีวิต โหม่งภูเขาในภาคมใต้กัมพูชา เมื่อวันจันทร์ (25 มิ.ย.) และ เจ้าหน้าที่กู้ภัยชุดแรกได้ขึ้นไปถึงจุดเกิดเหตุบนยอดเข้าโบกอร์แล้วเมื่อวันพุธนี้
ฝนตกหนักและอากาศวิปริตแปรปรวน เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุสยอง กับความเศร้าโศกที่ติดตามมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 13 ชีวิตบนเครื่องบินเป็นนักท่องเที่ยวจากเกาหลี
แอนโตนอฟ-24 ไม่ได้เลวร้ายอะไร เป็นเครื่องบินโดยสารที่มีคุณสมบุติครบตามมาตรฐานการบินระหว่างประเทศทุกประการ และ ยังคงใช้กันอย่างแพร่หลายในสายการบินต่างๆ ทั่วทุกทวีป ถึงแม้ว่าในวันนี่จะมีแอนโตนอฟรุ่นใหม่ๆ ออกมาแล้วก็ตาม
ตามข้อมูลในเว็บไซต์ สายการบิน MPT Air มีเครื่อง AN-24 อยู่เพียง 2 ลำ รวมทั้งลำที่ชะตาขาดเมื่อวันจันทร์นี้ด้วย นอกจากนั้นยังมี AN-12 รุ่นน้องที่ใช้เป็นเครื่องบินขนส่งสินค่าและพัสดุภัณฑ์อีกจนวน 2 ลำ เช่นเดียวกัน
สายการบินนี้ยังมีโบอิ้ง 737-200 อีก 1 ลำ และ MD-83 ของแม็คดอนแนลดักลาส อีก 1 ลำ ส่วน Y-7 คู่แฝดของ AN-24 ที่ผลิตในจีนนั้นไม่มีอยู่ในทำเนียบเครื่องบินของบริษัทนี้อีกแล้ว
ในเดือน พ.ย.2548 เครื่องบินโดยสารแบบ Y-7 ของ PMT Air ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ลำที่เช่าจากจีน ได้วิ่งแฉลบออกจากรันเวย์ ขณะที่ขึ้นบินจากสนามบินเมืองบันลุง จ.รัตนะคีรี ของกัมพูชา
เครื่อง AN-24 ของสายการบินนี้ ติดตั้งเก้าอี้แบบแถวคู่ จำนวน 4 แถวๆ รวม 48 ที่นั่ง เว้นทางเดินเอาไว้ตรงกึ่งกลาง สะดวกสบายทั้งผู้โดยสารและลูกเรือในการให้บริการ
ยังมีที่นั่งเสริมสำหรับลูกเรือเอาไว้ด้านหลังอีก 6 ที่ กับอีก 2 ที่นั่งในห้องควบคุมสำหรับกัปตันและผู้ช่วย ซึ่งเป็นมาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสื่อต่างๆ ระบุว่า เที่ยวบินมรณะในกัมพูชา มีกัปตันชะตาขาดชาวรัสเซียทำหน้าที่อยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น.. ไม่มีผู้ช่วย
แอนโตนอฟ-24 ใช้เครื่องยนต์แบบเทอร์โบพร็อพ (Turboprop) จำนวน 2 เครื่อง จะเรียกว่าเป็นแบบ "กังหันใบพัด" ก็คงไม่ผิด เพราะแทนที่จะใช้ไอพ่นในการขับดัน ก็เอาไอพ่นไปหมุนใบพัดแทน ประหยัดเชื้อเพลงและดูแลรักษาง่ายกว่า
นอกจากนั้นยังมีขนาดกระทัดรัด ไม่ต้องการทางวิ่งมากเหมือนพวกโบอิ้งหรือแอร์บัส จึงเหมาะสำหรับบินระยะสั้นๆ เชื่อมระหว่างเมืองหรือจังหวัดต่างๆ ในประเทศที่ยังไม่มีสนามบินขนาดใหญ่ หรือ จะบินไปยังปลายทางในประเทศใกล้เคียงที่อยู่ไม่ไกลออกไป ก็ยังได้
แอนโตนอฟ-24 ออกแบบมาเพื่อความคงทนแข็งแรง มีอายุใช้งานยาวนาน รับมือกับทุกสภาพรันเวย์ได้ ใช้งานง่าย ควบคุมง่าย ไม่ต่างกับของค่าย ATR จากฝรั่งเศสที่ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบพร็อพเช่นเดียวกัน แต่ค่ายรัสเซียราคาถูกกว่า จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
ตามราคาคุยของบริษัทผู้ผลิตนั้น แอนโตนอฟ-24 สามารถบินได้แม้ว่าจะเหลือเครื่องยนต์อยู่เพียงข้างเดียว หรือ ร่อนได้ไกลถึง 40 กิโลเมตรบนความสูงปกติ เพื่อหาที่ลงอย่างปลอดภัย ในกรณีที่เครื่องยนต์ขัดข้องดับไปทั้งสองข้าง
นอกจากนั้นยังมีระบบบังคับการบินอิเลกทรอนิกส์ครบครัน บินได้กระทั่งภายใต้ทัศนวิสัยที่เลวร้ายที่สุด นักบินมองไม่เห็นอะไรข้างหน้าเลยก็ตาม
เพราะฉะนั้นอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินกับผู้โดยสารชะตาขาด พุ่งเข้าชนยอดเขา เมื่อวันจันทร์นี้ คงต้องฟังรายงานจาก "กล่องดำ" ดูอีกที.
ตามข้อมูลในเว็บไซต์ สายการบิน MPT Air มีเครื่อง AN-24 อยู่เพียง 2 ลำ รวมทั้งลำที่ชะตาขาดเมื่อวันจันทร์นี้ด้วย นอกจากนั้นยังมี AN-12 รุ่นน้องที่ใช้เป็นเครื่องบินขนส่งสินค่าและพัสดุภัณฑ์อีกจนวน 2 ลำ เช่นเดียวกัน
สายการบินนี้ยังมีโบอิ้ง 737-200 อีก 1 ลำ และ MD-83 ของแม็คดอนแนลดักลาส อีก 1 ลำ ส่วน Y-7 คู่แฝดของ AN-24 ที่ผลิตในจีนนั้นไม่มีอยู่ในทำเนียบเครื่องบินของบริษัทนี้อีกแล้ว
ในเดือน พ.ย.2548 เครื่องบินโดยสารแบบ Y-7 ของ PMT Air ซึ่งเป็น 1 ใน 2 ลำที่เช่าจากจีน ได้วิ่งแฉลบออกจากรันเวย์ ขณะที่ขึ้นบินจากสนามบินเมืองบันลุง จ.รัตนะคีรี ของกัมพูชา
เครื่อง AN-24 ของสายการบินนี้ ติดตั้งเก้าอี้แบบแถวคู่ จำนวน 4 แถวๆ รวม 48 ที่นั่ง เว้นทางเดินเอาไว้ตรงกึ่งกลาง สะดวกสบายทั้งผู้โดยสารและลูกเรือในการให้บริการ
ยังมีที่นั่งเสริมสำหรับลูกเรือเอาไว้ด้านหลังอีก 6 ที่ กับอีก 2 ที่นั่งในห้องควบคุมสำหรับกัปตันและผู้ช่วย ซึ่งเป็นมาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากสื่อต่างๆ ระบุว่า เที่ยวบินมรณะในกัมพูชา มีกัปตันชะตาขาดชาวรัสเซียทำหน้าที่อยู่เพียงคนเดียวเท่านั้น.. ไม่มีผู้ช่วย
แอนโตนอฟ-24 ใช้เครื่องยนต์แบบเทอร์โบพร็อพ (Turboprop) จำนวน 2 เครื่อง จะเรียกว่าเป็นแบบ "กังหันใบพัด" ก็คงไม่ผิด เพราะแทนที่จะใช้ไอพ่นในการขับดัน ก็เอาไอพ่นไปหมุนใบพัดแทน ประหยัดเชื้อเพลงและดูแลรักษาง่ายกว่า
นอกจากนั้นยังมีขนาดกระทัดรัด ไม่ต้องการทางวิ่งมากเหมือนพวกโบอิ้งหรือแอร์บัส จึงเหมาะสำหรับบินระยะสั้นๆ เชื่อมระหว่างเมืองหรือจังหวัดต่างๆ ในประเทศที่ยังไม่มีสนามบินขนาดใหญ่ หรือ จะบินไปยังปลายทางในประเทศใกล้เคียงที่อยู่ไม่ไกลออกไป ก็ยังได้
แอนโตนอฟ-24 ออกแบบมาเพื่อความคงทนแข็งแรง มีอายุใช้งานยาวนาน รับมือกับทุกสภาพรันเวย์ได้ ใช้งานง่าย ควบคุมง่าย ไม่ต่างกับของค่าย ATR จากฝรั่งเศสที่ใช้เครื่องยนต์เทอร์โบพร็อพเช่นเดียวกัน แต่ค่ายรัสเซียราคาถูกกว่า จึงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย
ตามราคาคุยของบริษัทผู้ผลิตนั้น แอนโตนอฟ-24 สามารถบินได้แม้ว่าจะเหลือเครื่องยนต์อยู่เพียงข้างเดียว หรือ ร่อนได้ไกลถึง 40 กิโลเมตรบนความสูงปกติ เพื่อหาที่ลงอย่างปลอดภัย ในกรณีที่เครื่องยนต์ขัดข้องดับไปทั้งสองข้าง
นอกจากนั้นยังมีระบบบังคับการบินอิเลกทรอนิกส์ครบครัน บินได้กระทั่งภายใต้ทัศนวิสัยที่เลวร้ายที่สุด นักบินมองไม่เห็นอะไรข้างหน้าเลยก็ตาม
เพราะฉะนั้นอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เครื่องบินกับผู้โดยสารชะตาขาด พุ่งเข้าชนยอดเขา เมื่อวันจันทร์นี้ คงต้องฟังรายงานจาก "กล่องดำ" ดูอีกที.


