xs
xsm
sm
md
lg

Mr & Mrs Smith วิวาห์? เพื่อลูกบุญธรรมเวียดนาม

เผยแพร่:   โดย: MGR Online



หรือว่าถึงคราที่ แอนเจลินา โจลี (Angelina Jolie) กับ แบรด พิตต์ (Brad Pitt) สองคู่พระคู่นาง Mr & Mrs Smith จะต้องแต่งงานเป็นเรื่องเป็นราวเสียที เพื่อลูกบุญธรรมคนใหม่จากเวียดนาม

ตามรายงานของสำนักข่าวเวียดนามเอกซ์เพรส โจลี กับพิตต์ ได้ยื่นเอกสารต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแปลงสัญชาติ หรือ INS (Immigration and Naturalization Services) แห่งสหรัฐฯ แล้ว เพื่อแสดงเจตนาขอรับเด็กชายชาวเวียดนามคนหนึ่งเป็นบุตรบุญธรรม

นั่นเป็นขั้นตอนแรกสำหรับพลเมืองอเมริกันในการขอรับเด็กต่างชาติเป็นบุตรบุญธรรม

สำนักข่าวทางการเวียดนาม ที่มีชื่อภาษาอังกฤษ แต่ข่าวเป็นภาษาเวียดนามแห่งนี้ อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่เวียดนามผู้หนึ่ง หลังจากได้ยืนยันมาตลอด ว่า มีการติดต่อผ่านตัวแทนกันระหว่างโจลี กับเจ้าหน้าที่ในเวียดนามเอง นับตั้งแต่สองนักแสดงคู่ขวัญจากฮอลลีวูด ได้ไปเยี่ยมสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเติ่นบิ่ง (Tan Binh) หรือ “ตั่นบึ่น” เมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว

“แอนเจลินาต้องการรับเด็กชายวัย 3-4 ขวบ เป็นบุตรบุญธรรม และการติดต่อกับ INS นับเป็นขั้นตอนแรก” เวียดนามเอ็กซ์เพรส ระบุในรายงานเมื่อวันอาทิตย์ (25 ก.พ.)
<CENTER><FONT color=#990099> ครอบครัวอบอุ่นกับบุตรสาว 2 คนซาฮารา กับ ไชโล ส่วนพี่ชายแม็ดดอกซ์โตสามารถเดินเองได้แล้ว (ปรับปรุง/แก้ไข)  </FONT></CENTER>
อย่างไรก็ตาม กฎหมายเวียดนามคู่สมรสที่แต่งงานอยู่กินกันถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น จึงจะสามารถรับเด็กชาวเวียดนามไปเป็นบุตรบุญธรรมได้ .. ไม่มีทางอื่น

ปัจจุบันลูกๆ ของแอนเจลินา ทั้ง 3 คน คือ แมดด็อกซ์ (Maddox) บุตรชายชาวกัมพูชา วัย 5 ปี ซาฮารา (Sahara) ลูกสาววัย 2 ขวบจากเอธิโอเปีย กับลูกสาวแท้ๆ ของสองดารายอดนิยมคือ ไชโล (Shiloh) วัย 1 ขวบ ต่างใช้นามสกุล “โจลี-พิตต์” คือ ชื่อสกุลของคุณแม่กับคุณพ่อรวมกัน

แต่คุณพ่อกับคุณแม่ยังใช้นามสกุลดั้งเดิมของแต่ละคนกัน

ถึงคราวที่โจลี กับ พิตต์ จะต้องเข้าวิวาห์ให้เป็นเรื่องเป็นราวแล้วหรือ? เป็นคำถามที่แฟนๆ ในเวียดนามถามไถ่กันหนาหู เพราะถ้าหากเป็นเช่นนั้นจริง ก็จะไม่ใช่เหตุการณ์ธรรมดาสำหรับแฟนๆ ของ Mr & Mrs Smith ในประเทศนี้

นายหวูดึ๊กลอง (Vu Duc Long) หัวหน้าสำนักงานกิจการการรับบุตรบุญธรรมระหว่างประเทศ ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า นักแสดงคู่ขวัญ ได้ติดต่อเรื่องนี้กับ INS ในสหรัฐฯ แล้ว แต่ยังไม่ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในเวียดนาม เพราะเพิ่งจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายเท่านั้น

ส่วน นายเหวียนวันจุ่ง (Nguyen Van Trung) ผู้อำนวยการสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเติ่นบิ่ง กล่าวว่า ที่นั่นก็กำลังรอการติดต่อจากกระทรวงยุติธรรม และแผนกยุติธรรม ของนครโฮจิมินห์เช่นเดียวกัน

โจลี ได้กล่าวในการให้สัมภาษณ์มาหลายครั้ง ว่า เธออยากจะมีลูกอีกสักคน เพื่อจะได้เป็นครอบครัวหลากเชื้อชาติ และ สามี (ที่ยังไม่ได้แต่ง) ของเธอก็เห็นด้วย

ทั้งคู่พาลูกๆ เดินทางจากกรุงพนมเปญเข้านครโฮจิมินห์ในเดือน พ.ย.ในช่วงที่หยุดพักผ่อนหลังการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่เมืองมุมไบ (Mumbai) ประเทศอินเดีย ภาพที่สองดาราคู่ขวัญฮอลลีวูด ควบจักรยานยนต์ไปตามท้องถนนนครโฮจิมินห์ปรากฏออกไปทั่วโลก

โจลี เดินทางกลับเข้านครโฮจิมินห์อีกครั้งหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้ว ท่ามกลางข่าวเล่าลือ ว่า เธอกำลังจะไปเยี่ยมเด็กๆ ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนั้นอีก เพื่อเริ่มกระบวนการรับบุตรบุญธรรม
แต่โฆษกของโจลีแถลงในเวลาต่อมาว่า เธอไปร่วมประชุมเกี่ยวกับโครงการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขงของสหประชาชาติ โดยไปในฐานะตัวแทน “โครงการแม็ดดอกซ์ โจลี-พิตต์” (Maddox Jolie-Pitt Project) ที่ตั้งขึ้นตามชื่อบุตรชาย เพื่อการพัฒนาหลายท้องที่ในกัมพูชา

เจ้าหน้าที่เวียดนามได้ออกให้สัมภาษณ์ในช่วงนั้น ว่า วิธีที่จะรับเด็กชาวเวียดนามเป็นบัตรบุญธรรมได้ ก็คือ ทั้งคู่จะต้องแต่งงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายเสียก่อน