กรุงเทพฯ-- เพียงข้ามเดือนที่ผ่านมามีการปิดโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่มไปแล้วอย่างน้อย 12 แห่งในกัมพูชา ส่วนหนึ่งเป็นผลพวงจากความวิตกกังวลของนักลงทุนหลังจากที่เวียดนามได้เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO)
สิ่งนี้กำลังส่งผลกระทบต่อการส่งออกเสื้อผ้าจากกัมพูชาไปยังตลาดสหรัฐฯ อย่างไม่มีทางเลี่ยง หรือ ในเฉพาะหน้านี้อย่างน้อยที่สุดก็ในทางจิตวิทยา
ตามรายงานของหนังสือพิมพ์แคมโบเดียเดลี ที่อ้างรายงานของสมาคมผู้ผลิตเสื้อผ้าแห่งกัมพูชา หรือ CMAC (Garment Manufacturers Association of Cambodia) โรงงานที่ปิดตัวเองเหล่านั้นแต่ละแห่งจ้างแรงงาน 700-1,200 คน ทั้งหมดอยู่ในกรุงพนมเปญ จ.กัมปงสะปือ (Kampong Speu) และ จ.กันดาล (Kandal) ที่ล้วนอยู่ใกล้กับเมืองหลวง
จากการเปิดเผยของนายชาติ เขมรา (Cheat Khemara) ที่ปรึกษาด้านแรงงานของ GMAC ส่วนหนึ่งของการปิดโรงงานเกิดจากการนัดหยุดงานอย่างต่อเนื่องของคนงานที่เรียกร้องการขึ้นค่าจ้างและสวัสดิการ ทำให้ผู้ผลิตไม่สามารถผลิตสินค้าได้ทันตามความต้องการตลาด ทำให้การส่งมอบคลาดเคลื่อนจากฤดูกาล และ ผู้ซื้อในต่างประเทศไม่พอใจ
ในปี 2549 ที่ผ่านมามีการนัดหยุดงานที่นำโดยสหภาพแรงงานต่างๆ รวม 200 ครั้ง ปัจจุบันมีโรงงานประเภทต่างๆ ที่กำลังดำเนินกิจการในกัมพูชารวม 284 แห่ง จ้างแรงงาน 280,000 คน
อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถขอความเห็นของนายเจีย มุนี (Chea Mony) ผู้นำสหภาพแรงงานเสรี (Free Trade Union) แห่งกัมพูชาได้
เลขาธิการของ GMAC นายเคน ลู (Ken Loo) กล่าวว่า การเข้าเป็นสมาชิก WTO ของเวียดนาม ซึ่งเริ่มอย่างเป็นทางการในวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้ส่งกระทบร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าส่งออกในกัมพูชา
เวียดนามได้มีค่าใช้จ่ายต่างๆ ราคาอุปโภคบริโภคที่เป็นต้นทุนในการผลิต ต่ำลงเนื่องจากมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ค่าขนส่ง สินค้าทั้งทางบกและทางเรือ
ผลทางจิตวิทยาก็คือ เวียดนามกำลังจะเจาะตลาดสหรัฐฯ ได้อย่างกว้างขวาง และจะทำให้สินค้าจากกัมพูชาไม่สามารถแข่งขันได้ในที่สุด เนื่องจากประเทศนี้ยังไม่ได้เป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก
แต่ที่ปรึกษาแรงงานขององค์การแรงงานสากลประจำกัมพูชากล่าวว่า ยังไม่มีสัญญาณใดๆ ว่านักลงทุนต่างชาติกำลังจะถอนการลงทุนจากอุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าในกัมพูชาในระดับที่ใหญ่โต และการปิดโรงงานทั้ง 12 แห่งในช่วงที่ผ่านมาก็ไม่ได้ส่งสัญญาณอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขณะที่อุตสาหกรรมแขนงนี้ในกัมพูชา มีชื่อเสียงที่ดีในด้านสวัสดิการ และการจ้างงาน แม้ว่ายังมีจุดที่จะต้องปรับปรุงอยู่บ้างก็ตาม
นายเจฟ ไดเกิล (Jeff Daigle) โฆษกสถานทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงพนมเปญได้บอกกับหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ว่า ผู้นำเข้าในสหรัฐฯ จะยังสั่งซื้อผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเสื้อผ้าที่ผลิตในกัมพูชาต่อไป ตราบเท่าที่สภาพการจ้างงานมในกัมพูชายังคงไปได้ดีกับมาตรฐานความนึกคิดความรู้สึกของประชาชนชาวอเมริกัน
"เราไม่คิดว่าการเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกของเวียดนามจะส่งผลกระทบใดๆ ต่อการส่งออกเสื้อผ้าจากกัมพูชาไปยังตลาดสหรัฐฯ" นายไดเกิล กล่าวในการตอบคำถามทางอีเมล์
เช่นเดียวกันกับนายโสก หก (Sok Hok) แห่งสถาบันเศรษฐศาสตร์กัมพูชา (Economics Institute of Cambodia) ที่เป็นว่าผลกระทบจากการเข้าเป็นสมาชิก WTO ของเวียดนามนั้นอาจจะยังจำกัดอยู่ในชั้นนี้ ขณะที่ค่าจ้างแรงงานในกัมพูชาก็ยังอยู่ในระดับเดียวกันหรือยังต่ำกว่าในเวียดนาม
แต่ผู้ประกอบการไม่คิดเช่นนั้น
"เมื่อพูดกับผู้ซื้อก็จะไปลงเอยที่เรื่องราคาเสมอ" นายลูกล่าว โดยย้ำว่าการเข้าเป็นสมาชิก WTO ของเวียดนามเป็นการ "เข้าตลาด" เป็นการคุกคามโดยตรงต่อสินค้าจากกัมพูชา
"เวียดนามเป็นคู่แข่งโดยตรงของเรา และเรากำลังต่อสู้เพื่อแย่งชิ้นขนมพายที่มีขนาดเท่ากัน" เลขาธิการ GMAC กล่าว.


