กรุงเทพฯ - กลุ่มสิทธิมนุษยชนกลุ่มหนึ่งได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเวียดนามเกี่ยวกับการจับ และการกระทำที่รุนแรงต่อเด็กข้างถนนก่อนเหตุการณ์ที่สำคัญระดับชาติจะเกิดขึ้น นั่นคือการประชุม APEC ซึ่งมีขึ้นในสัปดาห์นี้
องค์การป้องกันสิทธิมนุษยชน (Human Rights Watch) กล่าวว่า จากการศึกษาช่วงปี 2546 - 2549 พบว่าเด็กเร่ร่อนถูกกักขังไว้ที่ศูนย์ที่มีชื่อเสียงไม่ดีนักแห่งหนึ่งนอกกรุงฮานอย เด็กเหล่านั้นถูกตีเป็นประจำ
ถูกว่ากล่าวด้วยวาจาที่รุนแรง และยังถูกทารุณโดยเจ้าหน้าที่หรือผู้คุมขัง
กลุ่มสิทธิมนุษยชนกล่าวว่าทราบข่าวเด็กข้างถนนหรือเด็กเร่ร่อนถูกจับกุม และเริ่มมีการใช้ความรุนแรงกับเด็กมากขึ้น เนื่องจากจะมีการจัดการประชุม APECในกรุงฮานอย โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ก็จะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย
เวียดนามได้มีการรณรงค์ต่อต้าน " ปีศาจสังคม" (social evils) เพื่อเตรียมบ้านเมืองให้พร้อมก่อนที่ผู้นำและคณะจากเขตเศรษฐกิจอีก 20 เขตได้มาเข้าร่วมการประชุมในกรุงฮานอย ที่ถือได้ว่าเป็นงานที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมาในเวียดนาม
เศรษฐกิจของเวียดนามเติบโตขึ้น 7 -8 %ในปีนี้ (2549) แต่เงินสนับสนุนจากรัฐเพียงเล็กน้อยทำให้เกิดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนมากขึ้น ส่งผลให้เด็กที่ครอบครัวมีฐานะยากจน และเป็นเด็กกำพร้าวต้องเข้าเมืองมาเพื่อแสวงหางานทำ
กระทรวงแรงงาน คนพิการ และปัญหาสังคมเวียดนามประเมิณว่า มีเด็กข้างถนนประมาณ 23,000 คนในประเทศ และมนจำนวนนั้น 1,500 คนอยู่กรุงฮานอย
องค์การป้องกันสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า เวียดนามได้พยายามดำเนินการปราบปรามอย่างรุนแรงเช่นในระยะที่ผ่านมากับเด็กที่รับจ้างขัดรองเท้า กระเป๋า ล้วงกระเป๋า ขายโปสการ์ด และหมากฝรั่งบริเวณสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงฮานอย เช่น วัด ตลาด สถานีรถโดยสาร หรือตามสถานีรถไฟ
จุดประสงค์ของการรณรงค์ครั้งนี้ คือ การเคลื่อนย้ายเด็กข้างถนนและคนจรจัดออกจากท้องถนน เพื่อไม่ให้ผู้มาเยือนจากประเทศต่างๆได้พบเห็นภาพเหล่านั้น กลุ่มผู้รณรงค์กล่าว
มีการกวาดล้างอย่างรุนแรงเช่นเดียวกันนี้ได้เคยมีมาแล้วครั้งหนึ่ง กับกลุ่มคนที่เวียดนามเรียกกันว่า "บุยดุ่ย" (bui doi) หรือ " เด็กกองขยะ" ในช่วงที่เวียดนามเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ปี 2546 และมีผลบังคับใช้ปีต่อมาเช่นเดียวกันในการประชุม เอเชีย -ยุโรป (Asia-Europe Summit Meeting)
กลุ่มรณรงค์กล่าวว่า ไม่อยากให้ผู้มาเยือนโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มสหประชาชาติและนักข่าวเห็นสภาพเช่นนี้ในสังคมเวียดนาม แต่ก็เป็นที่รู้กันดีว่ามาตรการที่ใช้นั้นขาดมาตรฐานในการปกป้องสิทธิเด็ก
อีกจุดหนึ่งที่สำคัญที่ได้ระบุไว้ในรายงานขององค์กรสิทธิมนุษยชน คือ ศูนย์การป้องกันสังคมด่งด่าว (Dong Dau) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือห่างจากกรุงฮานอยประมาณ 30 ก.ม.ที่นี่ก็เป็นสถานที่หนึ่งซึ่งจัดไว้สำหรับคุมขังคนขายบริการทางเพศ ผู้ติดยาเสพย์ติด คนพิการ และคนชราที่ไม่มีครอบครัวดูแลได้มาพักอาศัย
ผู้ถูกกักกันที่อายุตำกว่า 18 ปีติดอยู่ในความสกปรกนั้นนาน 23 ช.ม.ต่อวัน ในห้องเล็กๆ ที่ยัดเยียดไปด้วยคนจำนวนมาก บางครั้งเด็กเหล่านั้นก็อยู่รวมกันกับผู้ใหญ่ ในห้องนั้นมีเพียงถังใบหนึ่งสำหรับถ่ายอุจจาระ
เด็กที่ถูกกักกันยังรายงานอีกว่า มีการเปิดไฟทั้งกลางวันกลางคืน และพวกเขาถูกปล่อยออกมาแค่ 1ช.ม.ต่อวัน เพื่ออาบน้ำและกินข้าว ที่นี่ไม่มีการใช้ยารักษาโรค หรือการพักฟื้น หรือกิจกรรมใดๆ ทางการศึกษา
"เด็กๆ เล่าว่า เจ้าหน้าที่ของศูนย์ได้ตบ ต่อยและตีพวกเขาด้วยกระบองยาง ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎ นอกจากนี้ บางครั้งเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้อธิบายให้เด็กฟังว่าทำไมถึงทำเช่นนั้น " ทั้งนี้เป็นการอ้างอิงจากรายงานหน้า 88
องค์การป้องกันสิทธิมนุษยชน กล่าวว่าไม่มีเด็กคนไหนทราบว่าทำไมตนถึงถูกจับตัวมาอยู่ที่นี่ และพวกเขามีสิทธิ์อะไรจึงได้จับตัวเด็กพวกนี้มาอยู่ในศูนย์กักกัน และไม่มีใครพยายามที่จะช่วยเด็กเหล่านี้ให้ได้พบกับครอบครัว


