กรุงเทพฯ - ภัตตาคาร "ตำหนักลาว" ได้เป็นตัวอย่างของความสำเร็จในธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่มในนครหลวงลาวโดยเน้นสูตรลาวดั้งเดิมจากเมืองหลวงเก่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ลาบ" นั้น เป็นตำหรับจากหลวงพระบางแท้ๆ เป็นความแตกต่างที่โดดเด่นในตลาด จึงได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติและชาวลาวโพ้นทะเลมากขึ้นทุกวันๆ ในขณะที่การแข่งขันก็เพิ่มขึ้นเป็นเงา
ตามสถิติของแผนกท่องเที่ยวของนครหลวงนั้นในช่วง 5 ปีหลังนี้ การท่องเที่ยวได้ขยายตัวแบบก้าวกระโดด จำนวนร้านอาหารจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก การแข่งขันจึงสูงมากชนิดใครดีใครอยู่
"ตำหนักลาวเป็นร้านอาหารลาวขนานแท้และดั้งเดิมที่จัดเตรียมไว้ให้สำหรับผู้ที่มาเยือนประเทศของเรา ร้านเรามีความชำนาญอาหารลาวหลวงพระบาง อยากจะให้ผู้มาเที่ยวลาวได้ลิ้มชิมรสอาหารลาวที่แท้จริง เนื้อสัตว์และผักที่สะอาดปลอดสารพิษสดใหม่ทุกวัน" นายพอนปะเสิด ปะถำมะวง หนึ่งในผู้บุกเบิกภัตตาคารกล่าว
นางจันมาลี ภรรยาของนายพอนปะเสิด ก็เป็นอีกบุคคลหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการทำให้ตำหนักลาวเป็นร้านอาหารลาวดั้งเดิมอย่างแท้จริง โดยใช้แนวคิดพื้นฐานทำให้ร้านประสานกลมกลืนระหว่างการบริการ บรรยากาศที่ตกแต่งตามแบบลาว กับอาหารอร่อย
"ดิฉันเป็นคนหลวงพระบางจึงเป็นเหตุผลหลักว่าทำไมที่ร้านจึงเน้นอาหารท้องถิ่นหลวงพระบาง ด้วยรสชาติอาหารที่ไม่เผ็ดมากเหมือนอย่างภาคอื่นๆ ในลาว ชาวต่างชาติจึงสามารถรับประทานได้ง่าย" นางจันมาลี กล่าวในการสัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุเสียงอเมริกาภาคภาษาลาว
เจ้าของร้านยังบรรยายต่อไปว่ารายการอาหารที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษก็คือ "ลาบ" เพราะไม่เพียงแต่มีรสชาติแซบถูกใจลูกค้า แต่ยังมีความหมายมากกว่านั้นคือชื่ออาหารจานนี้ในภาษาลาวนั้นหมายถึง โชคดี ความเจริญรุ่งเรือง (โชคลาภ) มันจึงเป็นอาหารจานเด็ดสำหรับโอกาสพิเศษไม่ว่าจะงานฉลองวันเกิด มงคลสมรส ขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น
ชาวลาวเชื่อว่าการกินลาบจะนำโชคดี ความมั่งมี ประสบความสำเร็จในทุกๆ อย่างที่ทำ แต่ก็ยังมีอาหารอื่นๆ ที่ทำจากเนื้อสัตว์อีกหลากหลาย แล้วแต่ความต้องการของลูกค้า
สามี-ภรรยาเจ้าของตำหนักลาวได้เชิญชวนให้ทุกคนที่มีโอกาสไปเยือนลาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวลาวในต่างประเทศที่ห่างเหินจากบ้านเกิดไปนานให้กลับไปเยี่ยมบ้านเกิด อย่าลืมแวะที่ตำหนักลาวด้วย
ตามรายงานของสำนักข่าวสารปะเทดลาว (ขปล.) การท่องเที่ยวในเวียงจันทน์มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในช่วงเพียง 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดโรงแรม บ้านพักและห้องพักต่างๆ ร้านอาหาร ร้านกินดื่มเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกันกับสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว
เมื่อปี 2542 ในนครหลวงเวียงจันทน์มีโรงแรม 26 แห่ง บ้านพัก 64 แห่ง ร้านอาหาร 97 แห่ง สถานที่ท่องเที่ยว 29 แห่ง และร้านขายของที่ระลึก 8 แห่ง ในปี 2543 มีโรงแรม 26 แห่ง บ้านพัก 72 แห่ง ร้านอาหาร 97 แห่ง สถานที่ท่องเที่ยว 33 แห่ง และร้านขายของที่ระลึก 15 แห่ง
ต่อมาในช่วงปี 2544-2548 ทั่วนครหลวงเวียงจันทน์มีโรงแรมทั้งหมด 204 แห่ง บ้านพัก 642 แห่ง ร้านอาหาร 319 แห่ง สถานที่ท่องเที่ยว 182 แห่ง ร้านอาหารที่ระลึก 160 แห่ง
นักท่องเที่ยวก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกปีเช่นเดียวกัน โดยในปี 2542 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในนครหลวงเวียงจันทน์ทั้งหมด 431,962 คน รวมรายได้มากกว่า 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปี 2543 เพิ่มขึ้นเป็น 486,613 คน สร้างรายได้รวมเกิน 42 ล้านดอลลาร์ และ ปี 2544-2548 มีนักท่องเที่ยว 2,570,621 คน รายได้กว่า 225 ล้านดอลลาร์.


