กรุงเทพฯ- หากไม่นับรายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบแล้ว การส่งออกสินค้าประเภทสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูป รวมทั้งรองเท้าจากเวียดนามยังคงนำหน้าสินค้าส่งออกรายการอื่นๆ ในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2549 นี้ ในท่ามกลางการแข่งขันอย่างรุนแรงในตลาดโลก รวมทั้งถูกตอบโต้ด้วยมาตรการภาษีด้วย
ทางการกล่าวว่าผลการส่งออกที่เพิ่มมากขึ้นนี้ได้ทำให้การขาดดุลการค้าของประเทศลดฮวบลง ถึงแม้ว่าการนำเข้าจะยังพุ่งสูงอยู่ก็ตาม กล่าวคือ ตัวเลขขาดดุลในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค.ปีนี้มีมูลค่า 2.72 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 23.4% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2548 ซึ่งตัวเลขสูงถึง 3.55 พันล้านดอลลาร์
ตามตัวเลขของกรมใหญ่สถิติเวียดนาม การส่งออกช่วงระหว่างเดือน ม.ค.-ส.ค. เพิ่มขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา 24.3% เป็นมูลค่า 25.98 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่มูลค่าการนำเข้าสูงขึ้น 17.4% ที่ 28.7 พันล้านดอลลาร์
ในเดือน ส.ค. เดือนเดียวการส่งออกมีมูลค่าประมาณ 3.56 พันล้านดอลลาร์ และนำเข้า 4 พันล้านดอลลาร์ ทำให้การขาดดุลของเดือน ส.ค. เท่ากับ 440 ล้านดอลลาร์ สูงกว่าในเดือน ก.ค.ปีที่แล้ว 410 ล้านดอลลาร์
ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า ด้วยระดับการส่งออกที่เพิ่มสูงนี้ เวียดนามจะสามารถทำรายได้จากการส่งออกได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2549 คือที่มูลค่า 38,000 ล้านดอลลาร์
มูลค่าการส่งออกของสินค้าส่งออกหลัก 6 ประเภทของเวียดนามในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วย ข้าว อาหารทะเล สิ่งทอ-เสื้อผ้า รองเท้า ชิ้นส่วนอิเล็กโทรนิคและคอมพิวเตอร์ และผลิตภัณฑ์ไม้ ล้วนทำรายได้เกินกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ทั้งนี้เป็นตัวเลขของกระทรวงการค้าเวียดนาม
หากไม่รวมถึงรายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์จากสิ่งทอและเสื้อผ้า ทำรายได้มากเกือบ 4,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 28% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ผลิตภัณฑ์รองเท้าทำรายได้เข้าสู่ประเทศถึง 2,400 ล้านดอลลาร์ ทำให้รายได้ปีต่อปีเพิ่มขึ้น 22% ส่วนรายได้จากการส่งออกผลิตภัณฑ์ไม้ เพิ่มขึ้นถึง 56.5% จนสามารถทำรายได้จากการส่งออกสูงถึง 1,200 ล้านดอลลาร์
ข้าวยังคงทำรายได้มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ เช่น เดียวกันจากการส่งออกไปทั้งสิ้น 3.8 ล้านตัน ถึงแม้จะลดลง 10% ทั้งในส่วนของปริมาณและรายได้ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2548 ก็ตาม
เวียดนามเป็นประเทศผู้ส่งออกกาแฟโรบัสต้าและพริกไทยดำรายใหญ่ที่สุดของโลก เป็นประเทศส่งออกข้าวและเม็ดมะม่วงหิมพานต์อันดับ 2 ของโลก นอกจากนั้น ยังเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบ อันดับ 3 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นผู้ส่งออกรองเท้าและยางอันดับ 4 ของโลกด้วย.


