xs
xsm
sm
md
lg

พม่าหวั่นสิ่งปลูกสร้างยุคใหม่บดบังชเวดากอง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

<CENTER><FONT color=#009933> สภาพของเจดีย์มหาสุเลพญาที่อยู่ใกล้ท่าเรือย่างกุ้งในปัจจุบันถูกอาคารสูงบดบังรอบทิศทาง ทางการพม่าไม่อยากจะให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับเจดีย์ชเวดากอน สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง </FONT></CENTER>

กรุงเทพฯ - สถาปนิกพม่าต่างก็กำลังเป็นห่วงว่าบรรดาสิ่งปลูกสร้าง อาคารบ้านเรือนใหม่ ๆ ที่ผุดขึ้นราวกับดอกเห็ดบริเวณใกล้ ๆ กับเจดีย์ชเวดากองกำลังจะกลายเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ทัศนียภาพความสวยงามของเจดีย์ทองคู่บ้านคู่เมืองต้องเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมามีอาคารหลังใหม่ถูกปลูกสร้างขึ้นมาถึง 8 แห่ง และทุกแห่งมีขนาดความสูงไม่ 5 ก็ 6 ชั้น ด้วยรูปแบบการตกแต่งด้วยกระจกใสบางสถาปัตยกรรมแบบจีน ตั้งอยู่บนถนนสายรอบชเวดากอง ซึ่งได้กลายเป็นสิ่งกีดขวางทางเข้าด้านตะวันตกของเจดีย์ไปเสียแล้ว

นายซัน อู (Sun Oo) ประธานบริษัทดีไซน์ 2000 (Design 2000) ผู้ออกแบบงานสถาปัตยกรรมในกรุงย่างกุ้ง กล่าวว่า อาคารเหล่านั้นได้ก่อให้เกิด "มลพิษทางสายตา" (visual pollution) ทำให้บริเวณรอบ ๆ เจดีย์นั้นเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งในตอนนี้แออัดไปด้วยบ้านไม้ วัดวาอาราม ร้านขายของเกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนา และร้านน้ำชา

นายออง มินต์ (Aung Myint) สถาปนิกเจ้าของบริษัทอเมนิตี ดีไซน์ กรุ๊ป (Amenity Design Group) ในกรุงย่างกุ้ง กล่าวว่า อาคารที่ถูกก่อสร้างขึ้นมานั้นบนพื้นที่ของเอกชน ซึ่งอยู่ภายใต้การตรวจสอบจากคณะกรรมการพัฒนากรุงย่างกุ้ง (Yangon City Development Committee - YCDC) แต่หน่วยงานนี้ก็ไม่ได้เข้าไปดูเรื่องของรูปแบบของอาคารหลังใหม่ ๆ หรือแม้แต่ความเหมาะสมของบริเวณโดยรอบเลย
<CENTER><FONT color=#3366FF>สิ่งปลูกสร้างที่มีความสูงเกิน 6 ชั้น จะไม่ได้รับอนุญาตให้ตั้งอยู่ในเขตควบคุม (เส้นสีแดง)</FONT></CENTER>
"พวกเขาไม่มีการควบคุมรูปแบบให้มีความเหมาะสม" นายออง มินต์ กล่าว ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์เมียนมาร์ไทมส์

แต่ทางด้านนางเหลียง มอว์ อู (Hlaing Maw Oo) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวางแผน กรมการตั้งถิ่นฐานมนุษย์และบ้านเรือน (Department of Human Settlement and Housing) ซึ่งทำหน้าที่จัดการพื้นที่ของรัฐ กล่าวว่า YCDC ไม่สามารถให้การดูแลเรื่องการออกแแบบตัวอาคารได้มากนักเนื่องจากพวกเขามีภาระหน้าที่มากเกินพออยู่แล้ว จึงให้การดูแลได้เพียงว่ารูปแบบของอาคารนั้น ๆ เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่เท่านั้น

นอกจากนี้อาคารใหม่บางหลังได้บดบังทัศนียภาพขององค์เจดีย์ แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่าคือเรื่องของบริเวณรอบ ๆ ชเวดากองที่กำลังจะมีการก่อสร้างพื้นที่สำหรับคนเดินเท้า และการปรับปรุงเรื่องโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ซึ่งหมายรวมถึงการวางท่อระบายน้ำด้วย

ในพื้นที่หลายตารางไมล์รอบ ๆ เจดีย์ชเวดากอง จากสวนสาธารณะ (People’s Park) ข้ามไปทางด้านตะวันออกไปยังทะเลสาบกันดอว์จี (Kandawgyi Lake) และทางใต้เป็นทางรถไฟ ถูกจัดตั้งเป็นเขตอนุรักษ์ ซึ่งไม่อนุญาตให้มีการก่อสร้างอาคารสูงเกิน 6 ชั้นได้ในพื้นที่ดังกล่าว โดยที่ก่อนหน้านี้ไม่มีการควบคุมมาก่อนเลย

อย่างไรก็ตามเมื่อไม่นานมานี้นายออง มินต์ ได้ถูกว่าจ้างให้ออกแบบอาคารแฝดสูง 21 ชั้น ซึ่งจะสร้างอยู่บริเวณทางแยกของถนนห่างจากเจีดย์ชเวดากองไปทางตะวันตกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทั้งยังอยู่ในเขตควบคุม บนที่ดินของรัฐบาล แต่โครงการนี้จัดทำโดยบริษัทดากอน อินเตอร์เนชันแนล จำกัด (Dagon International Ltd.) ซึ่งได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่ระดับสูง

แต่หลังจากที่หลายฝ่ายออกมาแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการอนุญาตให้มีตึกสูงในพื้นที่ควบคุมเป็นจำนวนมาก จึงมีการออกแบบให้ลดขนาดลงเหลือเพียง 9 ชั้น โดยเป็นโครงการที่มีชื่อว่า แกรนด์ โกล์เดน วิว และอยู่ในขั้นตอนของการก่อสร้างในขณะนี้

บางคนยังกล่าวอีกว่า อาคารสูงรูปทรงทันสมัยที่สร้างขึ้นมานั้น ยังเป็นตัวลดบทบาทของเจดีย์ชเวดากองในฐานะที่เป็นดั่งศูนย์กลางที่ตั้งเด่นสูงตระหง่านกลางกรุงย่างกุ้งด้วย

"พวกเราทั้งหมดต่างก็กังวล โดยเฉพาะกลุ่มสถาปนิก ทุกเมืองควรมีสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งถ้าในย่างกุ้งก็ต้องเป็นเจดีย์ชเวดากองและโบราณสถานทางประวัติศาสตร์" นายจอว์ ลาต (Kyaw Latt) อาจารย์ผู้สอนวิชาออกแบบเมือง มหาวิทยาลัยเทคนิคย่างกุ้ง กล่าว