กรุงเทพฯ- ตำรวจกัมพูชากว่า 1,000 นาย พร้อมอาวุธและเครื่องป้องกันในการรับมือกับจลาจล เตรียมพร้อมรับมือกับชาวชาวกัมพูชาหลายร้อยครอบครัวที่ไม่ยอมออกจากย่านคนยากจนในย่านทะเลป่าสัก (Tonle Bassac) กรุงพนมเปญ ในวันอังคาร (6 มิ.ย.) เพื่อพัฒนาที่ดินดังกล่าวเป็นย่านธุรกิจหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ
เจ้าหน้าที่ รปภ.ได้เข้ารายล้อมพื้นที่สลัมตั้งแต่ยังเช้าตรู่ และตัดไฟในบริเวณดังกล่าว ก่อนจะเข้ารื้อเพิงพักของชาวบ้านที่ยากจน ที่แอบเข้าไปปลูกเอาไว้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้นำบุลโดเซอร์หลายคัน เข้าไถรื้อทิ้งสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่ และยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าชาวบ้านไร้ที่อยู่เหล่านี้จะไปอาศัยอยู่ที่ใดต่อไป
ทางการได้พยายามที่จะหาสถานที่แห่งใหม่ให้กับชาวบ้านที่ยากจนเหล่านี้กว่า 1,000 ครอบครัว ไปยังพื้นที่ที่ปลอดจากโครงการก่อสร้างของเอกชนที่อยู่ไกลจากเมืองหลวงออก
การขับไล่ชาวบ้านของทางการครั้งนี้ ได้รับการประณามจากกลุ่มรณรงค์ด้านสิทธิมนุษยชนทั้งในและต่างประเทศ แต่เจ้าหน้าที่รัฐบาลได้อ้างว่า กลุ่มคนเหล่านี้ไม่มีสิทธิที่จะอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งๆ ที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ที่นั่นมาหลายปี ก่อนที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในย่านนั้นจะกลายเป็นที่สนใจและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
ชุมชนแออัดซึ่งเป็นสถานที่อยู่อาศัยของคนยากจน ได้กลายเป็นแหล่งความตึงเครียด และเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงวุ่นวายมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เนื่องจากประชาชนหลายร้อยคนต่างปฏิเสธที่จะย้ายไปอยู่ในพื้นที่แห่งใหม่ในชานกรุงพนมเปญ ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 22 กม. โดยชาวบ้านให้เหตุผลว่า ที่ดินที่ทางการเสนอให้นั้น ไม่เหมาะที่จะอยู่อาศัย และยังอยู่ห่างไกลจากตลาดหรือแหล่งทำงานอีกด้วย
หลังจากที่ชุมชนได้ถูกทางการเข้ารื้อถอนครั้งแรกไปแล้ว ชาวบ้านได้กลับเข้าอาศัยในบริเวณเดิมอีก โดยอาศัยอยู่ใต้เพิงที่สร้างขึ้นอย่างลวกๆ มีผืนพลาสติกเป็นหลังคา และเสาไม้ไผ่ทำเป็นโครงบ้าน ท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านที่ถูกรื้อออกไปในครั้งแรก พร้อมทั้งสภาพอากาศในฤดูฝน ทำให้ชาวบ้านต้องเจอกับลมมรสุมและฝนที่ตกหนักเกือบทุกวัน จนทำให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นหลุมโคลน
สถานการณ์ระหว่างชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รัฐเริ่มเลวร้ายลงมากขึ้น จากเหตุการณ์ในวันพุธที่แล้ว (31 พ.ค.) ที่มีเด็กหญิงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส เพราะถูกท่อนไม้หล่นใส่ขณะที่เจ้าหน้าที่พยายามรื้อถอนบ้าน ทำให้ชาวบ้านหลายร้อยคนลุกฮือก่อจลาจล ด้วยเครื่องมือเกษตรและแท่งเหล็ก หวังเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่
ในวันอังคาร (6 มิ.ย.) ตำรวจ 300 นาย ได้ตั้งแถวใกล้กับประตูทางเข้าหลักของแหล่งชุมชนแออัด ในขณะที่เจ้าหน้าที่อีกหลายร้อยนายได้แบ่งกลุ่มกระจายออกไปรอบๆ บริเวณ เพื่อเข้าเคลียร์พื้นที่ ถนนรอบๆบริเวณ ได้ถูกปิดการจราจรทั้งหมด ด้านกลุ่มเรียกร้องสิทธิ พร้อมทั้งนักข่าวต่างชาติ และผู้สังเกตการณ์ ได้ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกันออกจากพื้นที่ด้วยเช่นกัน
"ประชาชนในพื้นที่ต้องย้ายออกไป" ผู้บัญชาการตำรวจกรุงพนมเปญ (Touch Naruth) คนหนึ่งกล่าวกับสำนักข่าวเอเอฟพี
ปัญหาการคอร์รับชัน และการไม่มีโฉนดที่ดินอ้างอิง เพราะโฉนดที่ดินส่วนใหญ่ได้ถูกทำลายไปในช่วงการปกครองของกลุ่มเขมรแดงนั้น ทำให้ข้อถกเถียงเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินเกิดขึ้นบ่อยครั้งในกัมพูชา.