xs
xsm
sm
md
lg

ร่าง กม.หนังเวียดนามหั่นเลิฟซีน-บู๊ล้างผลาญ

เผยแพร่:   โดย: MGR Online



ร่างกฎหมายภาพยนตร์ ที่ได้เสนอต่อรัฐสภาเวียดนาม ในวันที่ 23 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้ระบุให้ฉากที่มีเลือด บู๊ล้างผลาญ เซ็กส์ และฉากเปลือยระยะประชิด ล้วนเป็นฉากต้องห้ามในภาพยนตร์ แต่สมาชิกสภาหลายๆ คน กล่าวว่าการห้ามที่ระบุเจาะจงเช่นนี้จะเป็นสิ่งที่ขัดขวางความคิดสร้างสรรค์ของวงการภาพยนตร์เวียดนาม

มาตราที่ 11 ของกร่างฎหมายภาพยนตร์ ได้ระบุฉากและองค์ประกอบต้องห้ามต่างๆ เช่น การใช้เสียงและภาพที่เป็นนัยถึงการแสดงความสัมพันธ์ทางเพศระหว่างมนุษย์และสัตว์ หรือ ระหว่างพี่น้อง พ่อลูก หรือ แม่ลูก แม้แต่ฉากเพศสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่เป็นเพศตรงข้ามกัน และฉากเปลือยที่ถ่ายในระยะใกล้ ก็ถูกห้ามด้วย ในความเป็นจริงการแสดงฉากกิจกรรมทางเพศ ที่เป็นเรื่องปรกติตามธรรมชาติ กลับถูกรู้สึกว่าเป็นเรื่องน่ารังเกียจ ลามกอนาจาร

นอกจากนั้น มาตราดังกล่าว ยังได้ห้ามฉากที่แสดงให้เห็นถึงเลือดและเนื้อคนที่ฟุ้งกระจายหรือปลิวว่อนในอากาศ การหั่นคนออกเป็นชิ้นๆ การทุบตี ทำร้าย และอาชญากรรมที่รุนแรงดุเดือด

สส.หลายคนไม่เห็นด้วยกับข้อห้ามบางประการ ภายใต้ร่างกฎหมายฉบับนี้ นายเดื่องเจืองเกวื๊อก (Duong Truong Quoc) กล่าวว่า "กฎหมายไม่ควรระบุเจาะจงการห้ามฉากถ่ายทำในภาพยนตร์ เพราะกฎหมายไม่สามารถไล่ตามความเปลี่ยนแปลงพัฒนาการของชีวิตที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้"

"กฎหมายระบุห้ามฉากนู้ด แต่ยังมีฉากนู้ดอีกหลายฉากที่แสดงออกอย่างเป็นศิลปะ ในขณะที่บางฉากนักแสดงยังสวมเสื้อผ้าอยู่ก็ยังดูน่ารังเกียจมากกว่าอีก" นายเกวื๊อกกล่าว

สส.เหวียนถิฮ่ง (Nguyen Thi Hong) อ้างถึงภาพยนตร์เรื่อง Legend of Mother ว่า เป็นภาพยนตร์ที่มีฉากนู้ดมากมาย และเป็นฉากที่แสดงออกในทางศิลปะไม่ล่อแหลม หากกฎหมายไม่ยืดหยุ่นและเจาะจงห้ามฉากนู้นฉากนี้มากเกินไป ความคิดสร้างสรรค์ของบรรดาศิลปินจะเหือดหายไปหมด

ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม นายเหวียนหูทิง (Nguyen Huu Thinh) ก็ไม่เห็นด้วยกับการห้ามที่มีลักษณะหว่านแห ครอบคลุมฉากความรุนแรงต่างๆ โดยกล่าวว่ากฎหมายภาพยนตร์ จำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดชนิดของภาพยนตร์ด้วย เช่น ภาพยนตร์ประเภทแอ็คชั่น และสงคราม ซึ่งสำหรับภาพยนตร์สงครามนั้น ฉากทำร้าย ต่อสู้ และทรมาน จำเป็นจะต้องมีอยู่ในหนัง เพราะฉากเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์

"กฎหมายร่าง ได้ระบุฉากที่ห้ามไม่ให้ปรากฎในภาพยนตร์ แต่ผมไม่เห็นว่าจะมีข้อเสนอบทลงโทษต่อผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายเหล่านี้เลย" นายเจิ่นแค็งเจือง (Tran Khanh Chuong) กล่าว

ด้วยกระแสภาพยนตร์จากต่างประเทศ ทั้งสหรัฐ เกาหลี และจีน ที่เข้ามาฉายอยู่ตามโรงภาพยนตร์ และตามสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ของเวียดนาม ทำให้สมาชิกสภาหลายคนต่างวิตกกังวลถึงอนาคตของอุตสาหกรรมภายนตร์ของประเทศ

สส.ห่งวี (Hong Vy) กล่าวว่า คุณภาพของงานภาพยนตร์ที่สร้างด้วยเงินงบประมาณของรัฐนั้น เลวร้ายมาก

"มีภาพยนตร์หลายเรื่องที่ผลิตขึ้น เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับช่วงการปกครองในระบบศักดินา แต่นักแสดงกลับสวมรองเท้าแตะพลาสติกสีสดใสอยู่ในภาพยนตร์" นางวีกล่าว

สมาชิกสภาอีกราย คือ นายโด๋ห่งกวาน (Do Hong Quan) กล่าวว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องควบคุมจำนวนภาพยนตร์นำเข้าจากต่างประเทศ และอนุญาตให้เฉพาะภาพยนตร์ที่มีคุณภาพสูงเท่านั้น ในปัจจุบัน ภาพยนตร์ที่ผลิตภายในประเทศจะใช้เงินทุนในการสร้างประมาณ 3-10 พันล้านด่ง เทียบกับเงินจำนวน 500 ล้านด่ง

สำหรับนำเข้าภาพยนตร์ต่างประเทศ ดังนั้นหาก ปราศจากการควบคุมของรัฐ ภาพยนตร์ต่างประเทศก็จะเหนือกว่าภาพยนตร์ที่ผลิตในประเทศอยู่ต่อไป ไม่เช่นนั้นรัฐก็ต้องให้อิสระในการแสดงความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ สส.คนเดียวกันกล่าว

สมาชิกสภาอีกหลานคนต่างกล่าวว่า กฎหมายฉบับนี้ ถ้าจะทำเป็นบทบัญญัติ ก็จะต้องกำหนดมาตราการป้องกัน และ ทำให้การพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในประเทศเป็นไปได้ง่ายขึ้น.