ผู้จัดการรายวัน- ในที่สุดเป้าหมายที่ทางการเวียดนามตั้งเป้าเอาไว้ก็คืบใกล้เข้ามา คือ การที่จะมีข้าวคุณภาพดีส่งออกเพื่อแข่งขันกับข้าวหอมมะลิจากประเทศไทยในตลาดโลก ซึ่งตลาดระดับบนนี้ถูกครอบครองโดยข้าวคุณภาพดีของไทยมาโดยตลอด ขณะที่เวียดนามสามารถครองตลาดล่างได้เกือบทั้งหมดแล้ว
เวียดนามได้ตั้งเป้าผลิตข้าวคุณภาพสูงให้ได้ 1 ล้านตัน ในบริเวณพื้นที่ 7 จังหวัดทางภาคใต้ของประเทศ โดยจะลงต้นกล้าในช่วงฤดูเพาะปลูกปลายปี 2549 ถึงต้นปี 2550 ทั้งนี้เป็นการรายงานของหนังสือพิมพ์เวียดนามอีโคโนมิคไทมส์ โดยอ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบท
ตามรายงานของสื่อทางการเวียดนาม นักวิทยาศาสตร์ของกระทรวงเกษตรฯ ได้ซุ่มวิจัยและทดลองข้าวสายพันธุ์ใหม่ๆ หลายสายพันธุ์ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งมีการทดลองปลูกข้าวหอมจำนวน 6 สายพันธุ์ด้วยกัน โดยที่ยังไม่เคยเผยแพร่เกี่ยวกับคุณลักษณะและคุณภาพของข้าวสายพันธุ์เหล่านั้น
อย่างไรก็ตามกระทรวงเกษตรและพัฒนาชนบท กำลังจะปูพรมปลูกข้าวหอมพันธุ์ดีใน 7 จังหวัด บริเวณที่ราบปากแม่น้ำโขงซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของประเทศไปพร้อมกัน ซึ่งได้แก่ จ.ด่งท้าป (Dong Thap) อานยาง (An Giang) เตี่ยนยาง (Tien Giang) ลองอาน (Long An) ซ็อกจาง (Soc Trang) เกียนยาง (Kien Giang) และ จ.เกิ่นเทอ (Can Tho)
เจ้าหน้าที่ของทางการกล่าวว่าได้มีการกันที่นาไว้จังหวัดละ 1,800,000 ไร่ เพื่อใช้ในการปลูกข้าวหอมคุณภาพสูง ช่วงฤดูเพาะปลูกต้นปี เพื่อให้แน่ใจว่าจะสามารถผลิตข้าวพันธุ์คุณภาพดีให้ได้ 1 ล้านตันในต้นปีหน้า ซึ่งในนั้นจะส่งออกสู่ตลาดโลกถึง 500,000 ตันในปี 2550
ถ้าหากแผนการนี้ประสบความสำเร็จก็จะเป็นครั้งแรกที่เวียดนามสามารถส่งออกข้าวคุณภาพสูงเข้าแข่งขันในตลาดโลกได้ หลังจากปล่อยให้ข้าวหอมมะลิของไทยกับข้าวหอมพันธุ์ของสหรัฐฯ เป็นเจ้าตลาดมาโดยตลอด
เวียดนาม ซึ่งในปัจจุบันเป็นประเทศผู้ส่งออกข้าวอันดับ 2 ของโลก ถัดจากประเทศไทย ได้พยายามคิดค้นวิจัยพันธุ์ข้าวคุณภาพสูงออกจำหน่าย ในขณะที่พันธุ์ข้าวชนิดต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน มักจะให้ผลผลิตเมล็ดข้าวที่มีความยาวปานกลาง และคุณภาพไม่แน่นอน
ตามรายงานของกรมสถิติใหญ่เวียดนาม บริษัทค้าข้าวของเวียดนามได้ลงนามในสัญญาการส่งออกข้าวเป็นจำนวนถึง 3.5 ล้านตัน แล้วในขณะนี้ ซึ่งในช่วง 4 เดือนแรก (ม.ค.- เม.ย.) ของปี ได้มีการส่งออกแล้ว 1.7 ล้านตัน รวมมูลค่า 466 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ในปี 2548 ที่ผ่านมานั้น เวียดนามได้ส่งออกข้าวมากกว่า 5.2 ล้านตัน มีมูลค่าเกือบ 1.4 พันล้านดอลลาร์ แต่ในปี 2549 นี้ทางการเวียดนามได้ลดเป้าหมายการส่งออกลงให้เหลือเพียง 5 ล้านตัน เพื่อให้มั่นใจว่ายังมีข้าวสำรองเพียงพอสำหรับความต้องการภายในประเทศ ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ได้วางแผนที่จะผลิตข้าวทุกชนิดให้ได้ผลผลิตรวม 38-39 ล้านตันในปีนี้
ในต้นเดือน พ.ค.นี้ทางการเวียดนามได้ประกาศชัยชนะเหนือบริษัทจากไทยและสหรัฐฯ ในการประกวดราคาจำหน่ายข้าวล็อตใหญ่ให้แก่ฟิลิปปินส์ รวมเป็นจำนวนถึง 440,000 ตัน จากทั้งหมด 500,000 ตัน ซึ่งจะต้องส่งมอบก่อนครึ่งหลังของปีนี้ ทำให้ข้าวเวียดนามสามรรถครองตลาดใหญ่ฟิลิปปินส์ติดต่อกันเป็นปีที่สาม ซึ่งก่อนหน้านั้นตลาดใหญ่นี้เป็นของข้าวไทยมาโดยตลอด
หนังสือพิมพ์ไซ่ง่อนยายฟง (Saigon Giai Phong) หรือ "ไซ่ง่อนปลดปล่อย" รายงานในปลายเดือน ธ.ค. ปีที่แล้วว่า เวียดนามกำลังจะส่งข้าวงวดแรกจำนวน 342,500 ตันไปยังประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งยังคงเป็นประเทศนำเข้าข้าวเวียดนามรายใหญ่ที่สุด ซึ่งเมื่อรวมกับล็อตล่าสุดนี้แล้ว ในปี 2549 นี้เวียดนามก็จะขายข้าวให้แก่ฟิลิปปินส์ทั้งหมดจะ 782,500 ตัน
เมื่อปีที่แล้วฟิลิปปินส์ซื้อขาวจากเวียดนามและไทยรวม 875,000 ตัน ทั้งนี้เป็นรายงานของหนังสือพิมพ์แถ่งเนียน
อย่างไรก็ตามหลายหน่วยงานได้ประเมินเป้าส่งออกข้าวของเวียดนามเอาไว้ต่างกัน ตั้งแต่ 4.2-5 ล้านตัน เทียบกับเป้าหมาย 4.5 ล้านตันในปี 2548 แต่ยอดส่งออกจริงทั้งปีกลับสูงถึง 5.2 ล้านตัน
ตัวเลขของฝ่ายเวียดนามระบุว่า เมื่อปีที่แล้วไทยส่งข้าวออกรวมทั้งสิ้น 7.2 ล้านตัน ขณะที่นักวิเคราะห์ตลาดกล่าวว่า ปีนี้มีแนวโน้มที่ไทยจะส่งข้าวออกได้น้อยลงอีก ซึ่งจะทำให้ตัวเลขส่งออกระหว่างผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลกกับอันดับ 2 เข้าใกล้กันมากขึ้น.


