xs
xsm
sm
md
lg

สื่อลาวเคลื่อนคึกคักเงื้อแข้งสวน ‘หมากเตะ’

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

ฉากที่นักฟุตบอลทีมชาติลาวย้อมผมเป็นสีทองเกือบทั้งทีม เป็นส่วนที่สร้างความไม่พอใจแก่ชาวลาว ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องขัดต่อความเป็นจริง ขัดธรรมชาติของชาวลาว ดูไม่สวยไม่งาม ไม่เหมาะสม


ผู้จัดการรายวัน- สื่อมวลชนของทางการลาวเฝ้าจับตาภาพยนตร์ “หมากเตะโลกตะลึง” อย่างใกล้ชิด จัดการปรึกษาหารือกันคึกคักก่อนที่สมาคมนักข่าวจะออกกำหนดมาตรการในสัปดาห์นี้ เพื่อตอบโต้ หลังซุ่มเงียบมาเกือบ 1 สัปดาห์

นางปันญา จันนะคอน ผู้ประกาศข่าว สถานีโทรภาพแห่งชาติลาว สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว กล่าวว่าได้มีโอกาสดูโฆษณาภาพยนตร์เรื่องนี้ทางโทรทัศน์ช่องต่างๆ ของไทย ที่สามารถรับชมได้ใน สปป.ลาว แต่ก็เป็นเพียงโฆษณาเนื้อเรื่องบางตอนสั้นๆ เท่านั้น เท่าที่ได้ดูก็รู้สึกไม่พอใจเท่าใดนัก เพราะบางฉากไม่เหมาะสม เหมือนเป็นการดูถูกคนลาวที่คนไทยอาจจะมองว่าโง่ ทำตัวเปิ่น จนกลายเป็นตัวตลกของสังคมได้

อย่างไรก็ตามสื่อมวลชนใน สปป.ลาว ได้รับรู้ว่าเอกอัครราชทูตลาวในกรุงเทพฯ ได้ส่งหนังสือประท้วงถึงทางการไทย

นางปันญากล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้มีชาวลาวที่ได้ดูโฆษณาภาพยนตร์โทรศัพท์เข้าสอบถามเจ้าหน้าที่ของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติว่าภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวเป็นอย่างไร มีจุดประสงค์อะไร ส่วนใหญ่ดูแล้วไม่สบายใจ หวั่นว่าจะกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างไทย- ลาว เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน

บางอย่างที่ผู้สร้างอาจจะคิดว่าสนุก ตลก แต่มองอีกมุมกลับตรงกันข้าม ดังนั้นหากจะมีการฉายภาพยนตร์เรื่องหมากเตะฯ นี้จริงๆ ก็อยากจะให้มีการแก้ไขบางฉากบางตอนที่เสี่ยงต่อการกระทบกระเทือนความสัมพันธ์

ผู้ประกาศข่าวของโทรทัศน์แห่ชาติลาวยังกล่าวว่า ไม่อยากจะให้ความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับลาว ต้องพังลงเพราะภาพยนตร์เพียงแค่เรื่องเดียว หากผู้สร้างภาพยนตร์ไม่มีการแก้ไขปรับปรุง จะทำให้คนลาวส่วนใหญ่ไม่พอใจ แม้ว่าจะไม่ถึงขั้นก่อเหตุจลาจลเหมือนที่กัมพูชาก็ตาม

นางปันญา ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของสื่อมวลชนลาวได้มีการพูดคุยกันเรื่องนี้กันในวงกว้างตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีการนำเสนอข่าว เพราะรอดูท่าทีอยู่ว่าทางไทยจะดำเนินการอย่างไร และอยากฝากให้ทีมผู้สร้างภาพยนตร์แก้ไขในสิ่งที่ไม่เหมาะสมโดยเร็ว

ส่วนนายคำสวน จันทะลาด เจ้าหน้าที่ฝ่ายควบคุมเสียง สถานีวิทยุแห่งชาติลาว นครหลวงเวียงจันทน์กล่าวว่า เห็นตัวอย่างภาพยนตร์จากโฆษณาทางโทรทัศน์ แต่ยังไม่ได้ดูเนื้อเรื่องทั้งหมด และได้ยินว่ามีการคัดเลือกนักกีฬาทีมชาติลาวไปร่วมแสดงในภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย หากมองอีกมุมก็เป็นการดีที่เปิดโอกาสให้นักกีฬาลาวได้แสดงความสามารถถึงจะไม่ใช่สนามแข่งขันจริงก็ถือว่าดี

อย่างไรก็ตามต้องดูภาพยนตร์ทั้งเรื่องก่อนจึงจะสามารถวิจารณ์ได้ว่าเป็นการดูหมิ่น เหยียดหยามคนลาวมากน้อยแค่ไหน อย่างไรก็ตามอยากให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงความถูกต้องและความเหมาะสม

ส่วนมุมมองของนักธุรกิจ ในหนองคายที่ทำการค้ากับลาว นายทศพล เปรมประสพโชค ผู้จัดการ หจก.มายคอมพิวเตอร์จำกัด กล่าวว่าทางลาวคงจะได้ดูภาพยนตร์อื้อฉาวนี้หลังจากฉายในไทยอีกระยะหนึ่ง ต้องรอให้เป็นแผ่นวีซีดี หรือดีวีดีก่อน

ในปัจจุบันมีชาวลาวเป็นส่วนน้อยที่เข้ามาดูในโรงภาพยนตร์ใน จ.หนองคาย หรือ อุดรธานี แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบทางธุรกิจหรือยอดขายการส่งออกสินค้าจากไทยไปลาว เพราะมองว่าคนลาวที่ต่อต้านกับผู้สร้างภาพยนตร์เป็นบุคคลเฉพาะกลุ่ม ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของประเทศ และคนลาวมีวิจารณญาณคิดว่าอะไรคือเรื่องจริง อะไรคือเรื่องสมมติเพื่อความบันเทิง

อย่างไรก็ตามยังไม่มีสัญญาณว่าจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น คนลาวที่ข้ามมาซื้อสินค้ากับร้านก็มีการสอบถามถึงภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว ทางร้านเองก็อธิบายเรื่องย่อของภาพยนตร์ให้ฟัง คนลาวที่ได้ฟังก็พอใจ เห็นว่าเป็นการแสดงให้สนุกสนาน ไม่ได้คิดมากอะไร ส่วนการต่อต้านอาจจะเป็นด้านบวกหรือด้านลบขึ้นอยู่กับการบอกเล่าปากต่อปากของชาวลาวเอง เพราะยังไม่มีใครได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้ อาจจะฟังต่อๆ กันมา แล้วมาเล่าต่อ ซึ่งหากผู้สร้างฯมีการแก้ไขปรับปรุงบางฉากที่มีความละเอียดอ่อนต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ก่อนออกฉายจริงก็น่าจะดี ดีกว่าจะปล่อยให้เกิดเหตุการณ์บานปลายขึ้นแล้วไม่ทำอะไรเลย.

(ผู้ข่าวจังหวัดหนองคาย/ผู้จัดการรายวัน)