xs
xsm
sm
md
lg

เปิดสะพานรถไฟมะละแหม่งเชื่อมเหนือ-ใต้

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


สะพานรถไฟสาละวินจะทำให้การคมนาคมติดต่อระหว่างเมืองเกาะสอง (Kauwthaung) ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ใต้สุดของประเทศ (ฝั่งตรงข้ามกับ จ.ระนองของไทย) กับกรุงย่างกุ้ง โดยรถยนต์กับรถไฟนั้น กลายเป็นเรื่องง่าย

กรุงเทพฯ- ทางการพม่าได้เปิดใช้การสะพานรถไฟยุทธศาสตร์ข้ามแม่น้ำสาละวิน เชื่อมเมืองเมาะตะมะ (Mottama) กับเมืองมะละแหม่ง (Mawlamyine) พร้อมกับเปิดใช้สถานีรถไฟเมืองมะละแหม่ง ซึ่งจะทำให้การเดินทางจากเมืองเกาะสอง (Kawthaung) ที่อยู่ตรงข้ามกับ จ.ระนองของไทยเป็นไปโดยสะดวกยิ่งขึ้น

สะพานแห่งใหม่จะทำให้การเดินทางโดยรถไฟจากภาคเหนือลงสู่ใต้จากเมืองมี๊ตจีนา (Myitkyina) รัฐสะกาย (Sagaing) ลงไปยังเมืองทะวาย (Dawei) ในแคว้นตะนาวศรี (Taninthayi) เป็นไปโดยไม่สะดุด เป็นการเชื่อมระบบรถไฟในประเทศที่มีความยาวรวมกันเกือบ 5,000 กิโลเมตร หนังสือพิมพ์ “นิวไล้ท์อ๊อฟเมียนมาร์” ของรัฐบาลอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพม่าในฉบับวันพุธ (19 เม.ย.) ที่ผ่านมา

สะพานรถไฟสาละวินทางฝั่งเมืองมะละแหม่งมีความยาวเกือบ 2 ก.ม. ส่วนฝั่งเมาะตะมะความยาว 2.3 ก.ม. เมื่อรวมกับส่วนที่สร้างข้ามปากแม่น้ำสาละวินจะเป็นความยาวทั้งหมดกว่า 7.6 ก.ม. เป็นสะพานรถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศ เป็นสะพานที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคมของประเทศ พล.ท.หม่องโบ่ (Maung Bo) สมาชิกสภาเพื่อสันติภาพและการพัฒนาแห่งรัฐ (SPDC) กล่าว

เจ้าหน้าที่ระดับสูงผู้นี้กล่าวว่า สะพานรถไฟสาละวินจะทำให้การคมนาคมติดต่อระหว่างเมืองเกาะสอง (Kauwthaung) ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ใต้สุดของประเทศ (ฝั่งตรงข้ามกับ จ.ระนองของไทย) กับกรุงย่างกุ้ง โดยรถยนต์กับรถไฟนั้น กลายเป็นเรื่องง่าย ทั้งหมดเป็นผลงานของเหล่าวิศวกรรถไฟชาวพม่าเอง

พล.ท.หม่องโบ่ (Maung Bo) ได้เป็นประธานในพิธีเปิดใช้สะพานรถไฟและสถานีรถไฟดังกล่าวจัดขึ้นในวันอังคาร (18 เม.ย.) ที่ผ่านมา ที่เมืองมะละแหม่ง ซึ่ง มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก เช่น พล.ต.โซนาย (Soe Naing) ประธานคณะปกครองรัฐมอญ และ ผู้บัญชาการกองทัพภาคตะวันออกเฉียงใต้ พล.ต.อ่องมิน (Aung Min) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงขนส่งทางรถไฟ รวมทั้งรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก

ในวันที่ 5 ก.พ.2548 พล.อ.อาวุโสตานฉ่วยผู้นำสูงสุดของพม่าได้เป็นประธานทำพิธีเปิดใช้สะพานรถยนต์เมาะตะมะ-มะละแหม่ง ซึ่งเรียกว่า "สะพานมะละแหม่ง" เป็นสะพานที่ยาวที่สุดในพม่า ความยาวกว่า 3 ก.ม. อำนวยความสะดวกให้กับผู้คนและยวดยานต่างๆ ซึ่งก่อนหน้านั้นจะต้องลงแพขนานยนต์ข้ามลำน้ำถึง 3 สาย

แม่น้ำสาละวินได้เคยกั้นขวางระบบรถไฟแนวเหนือ-ใต้ของพม่า ประชาชนที่จะเดินทางโดยรถไฟไปยังกรุงย่างกุ้ง จะต้องเริ่มจากสถานีรถไฟทางฝั่งเมาะตะมะ และหากจะเดินทางไปยังเมืองเย้และทะวายหรือลงใต้ก็จะต้องเริ่มต้นที่ฝั่งมะละแหม่ง และจากเมืองทะวาย สามารถเดินทางไปยังเมืองเกาะสองได้ทั้งทางรถยนต์ เครื่องบินและทางน้ำ

เมื่อเปิดใช้สะพานรถไฟสาละวิน ก็จะทำให้ชาวพม่าสามารถเดินทางโดยรถไฟจากเมืองทะวายขึ้นไปจนถึงกรุงย่างกุ้ง และเมืองมี๊ตจีนาในภาคเหนือได้อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันกับการเดินทางไปยังเมืองพุกามหรือมัณทะเลย์

ในวันเดียวกันนี้ พล.ท.หม่องโบ่ ยังได้เป็นประธานในพิธีปล่อยขบวนรถไฟด่วนสายมะละแหม่ง-ย่างกุ้ง เที่ยวปฐมฤกษ์อีกด้วย โดยมีประชาชนให้ความสนใจเดินทางในเที่ยวนี้เป็นจำนวนมาก

พล.อ.หม่องโบ่กล่าวว่าการก่อสร้างสะพานและถนนของรัฐบาลมิได้มีเป้าหมายเพื่อสร้างผลกำไรทางเศรษฐกิจ แต่เพื่อการพัฒนาภูมิภาคและท้องถิ่นต่างๆ ของประเทศที่ถูกคุกคามจากการก่อการร้าย จนถึงปัจจุบันทั่วประเทศมีถนนรวมความยาวกว่า 93,000 ก.ม. ทางรถไฟอีกกว่า 4,800 ก.ม. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2531 ที่สภาปกครองทหารชุดปัจจุบันยึดอำนาจ ที่มีถนนยาวเพียง 33,000 ก.ม.เศษ และ ทางรถไฟความยาวรวมกันประมาณ 3,200 ก.ม.เท่านั้น

สะพานรถไฟและสะพานรถยนต์ที่มะละแหม่งจะเป็นประโยชน์โดยตรงต่อการพัฒนาในรัฐมอญกับรัฐกะเหรี่ยง (Kayin) กับเขตตะนาวศรี (Taninthayi) ซึ่งมีชายแดนติดกับประเทศไทย พล.ท.หม่องโบ่กล่าว

ในปี 2537 กระทรวงขนส่งทางรถไฟพม่าได้เริ่มการก่อสร้างทางรถไฟต่อจากเมืองเย้ (Ye) กับเมืองทะวาย ความยาวกว่า 160 ก.ม. การก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2541 และได้สร้างสะพานทางรถไฟข้ามแม่น้ำเย้ความยาวเกือบ 300 เมตร ทำให้ทางรถไฟสายเย้-ทะวาย เปิดใช้การได้ในเดือน พ.ย. 2546 อำนวยความสะดวกแก่การคมนาคมขนส่งระหว่างรัฐทางภาคใต้กับตะวันออกเฉียงใต้ กับกรุงย่างกุ้งและส่วนอื่นๆ ของประเทศ

ปัจจุบันกระทรวงการขนส่งทางรถไฟพม่า กำลังอยู่ระหว่างการการก่อสร้างทางรถไฟสายยาวระหว่างศูนย์กลางการบริหารแห่งใหม่ของรัฐบาลคือ เมืองเพียงมะนา (Pyinmana) ไปยังเมืองเมียวฮองด่วย (Myohaung Dwe) เป็นความยาวเกือบ 230 ก.ม. รวมทั้งทางรถไฟช่วงสั้นๆ เพื่อเชื่อมเมืองต่างๆ อีกหลายสายรวมความยาวเกือบ 100 ก.ม. ทั้งนี้เป็นการเปิดเผยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดังกล่าว.