xs
xsm
sm
md
lg

ทุนไทยแห่เข้าลาวผลิตเสื้อผ้าส่งออก

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


หญิงสาวชาวลาวในเวียงจันทน์ทอผ้าแบบพื้นเมือง ในปัจจุบันอุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าในลาวมีอัตราการเติบโตที่สูงมาก กว่าครึ่งหนึ่งของโรงงานที่นั่นเป็นการลงทุนของนักลง

ผู้จัดการรายวัน- จากที่ไม่เคยอยู่ในความสนใจของนักลงทุนจากประเทศไทยเลยเมื่อไม่กี่ปีก่อน สถานการณ์ผลิตเสื้อผ้าและสิ่งทอในสาธารณรัฐประชาชนลาวกำลังเปลี่ยนไปอย่างมากมาย นักลงทุนจากไทยกำลังมุ่งหน้าเข้าไปที่นั่นเพื่อใช้แรงงานราคาถูก ผลิตเสื้อผ้าตามสั่ง รวมทั้งใช้สิทธิพิเศษทางภาษี (GSP) ของลาวในการส่งเข้าตลาดยุโรป สมาคมฯ ของลาวกล่าวว่า อุตสาหกรรมแขนงนี้ยังขยายได้อีกถึง 1 เท่าตัว

ในปัจจุบันทั่วทั้ง สปป.ลาว ประเทศที่มีประชากรไม่ถึง 6 ล้าน มีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าทั้งหมดกว่า 100 แห่ง ซึ่งในลาวเรียกว่า "โรงงานตัดเย็บ" ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองหลวงเวียงจันทน์ และราว 50% เป็นการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากประเทศไทยและเป็นนักลงทุนรายใหม่ที่ยังไม่มีโรงงานในประเทศไทยมาก่อน แต่ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งเป็นการขยายสาขาการผลิตจากประเทศไทย ในลักษณะการร่วมทุน

นอกจากจะมีแรงงานราคาถูกแล้ว นักลงทุนส่วนใหญ่มองว่า สปป.ลาวตั้งอยู่ในจุดที่เหมาะสมสำหรับการผลิตเสื้อผ้าเพื่อส่งออก เนื่องจากมีทางหลวงเลข 9 เป็นทางผ่านในเขตเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridors- EWECs) สามารถออกสู่ท่าเรือในประเทศไทยหรือท่าเรือในเวียดนามได้โดยสะดวก ส่วนโรงงานที่ตั้งขึ้นโดยทุนภายในประเทศลาวเองนั้นยังมีอยู่น้อยมาก ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักงานส่งเสริมการค้าไทยในต่างแดน ณ กรุงเวียงจันทน์ ที่ "ผู้จัดการรายวัน" ได้รับในสัปดาห์ที่ผ่านมา

โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าที่มีขนาดใหญ่มีคนงานตั้งแต่ 1,000 คนขึ้นไป มีประมาณ 12 โรงเท่านั้น นอกนั้นเป็นโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีการจ้างคนงาน 400-500 คน โรงงานส่วนใหญ่จะอยู่ในนครหลวงเวียงจันทน์ อีก 5 แห่งอยู่ในแขวงสะหวันนะเขตทางภาคใต้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขตเศรษฐกิจพิเศษสะหวัน-เซโน

ราว 95% ของเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ผลิตใน สปป.ลาวส่งออกไปยังตลาดสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งได้แก่ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และอิตาลี นอกจากนั้นเป็นตลาดอาเซียนและญี่ปุ่น โดยใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นผ้าผืนที่นำเข้าจากตลาดในเอเชีย ซึ่ง 60% เป็นการนำเข้าจากไทย ที่เหลือเป็นตลาดอินโดนีเซีย จีน อินเดียและปากีสถาน

รายงานเรื่อง "โครงสร้างอุตสาหกรรมสิ่งทอของ สปป.ลาว" กล่าวว่ารัฐบาล สปป.ลาวให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมสิ่งทออย่างมาก ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมนำร่องที่สร้างงานสร้างรายได้ในอันดับต้นๆ โดยกำหนดให้การนำเข้าวัตถุดิบและการส่งออกในขั้นตอนการอนุมัตินั้นหน่วยงานภาครัฐต้องทำให้แล้วเสร็จภายใน 1 วัน นอกจากโรงงานที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนยังได้รับการยกเว้นอากรกำไรเป็นเวลา 2 ปี 5 ปี หรือ 7 ปี ตามระยะเวลาการลงทุน

อย่างไรก็ตามแม้ สปป.ลาวจะให้การส่งเสริมอุตสาหกรรมผลิตเสื้อผ้าอย่างดียิ่งก็ตาม แต่ทางการก็ยังคงระมัดระวังโดยศึกษาจากอุตสาหกรรมแขนงนี้จากบทเรียนของกัมพูชาและบังกลาเทศ เกรงจะเกิดปัญหาด้านการตลาดเนื่องจากไม่มีปัจจัยการผลิตเป็นของตนเอง โดยสมาคมเสื้อผ้าและสิ่งทอของลาวมองว่า การรักษาตลาดน้อยดีกว่าการรักษาตลาดใหญ่

ทางการตั้งเป้าหมายที่จะให้โรงงานตัดเย็บว่าจ้างแรงงานไม่เกิน 2% ของแรงงานทั่วทั้งประเทศ นั่นก็คือประมาณ 70,000 คน แต่ในปัจจุบันมีการจ้างแรงงานในโรงงานตัดเย็บต่างๆ เพียงประมาณ 30,000 คน เท่านั้น ซึ่งยังสามารถขยายได้อีกกว่า 1 เท่าตัวทีเดียว

"สปป.ลาวมีความระมัดระวังในการพัฒนาในการใช้ทรัพยากรโดยคำนึงถึงผลกระทบในทุกด้าน ไม่ผลีผลามทำอะไรที่เกินตัว นี่คือ ความพยายามที่น่ารักและแนวคิดของผู้คนในลาว ที่มีประชากรประมาณ 5.68 ล้านคน" รายงานของสำนักงานส่งเสริมการค้าไทย ณ เวียงจันทน์ กล่าว

หลังจากถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตมานานกง่า 30 ปีในวันที่ 4 ก.พ. 2548 ลาวได้รับฐานะประเทศคู่ค้าปกติ (Normal Trade Relation- NTR) จากรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ได้รับประโยชน์จากอัตราภาษีนำเข้าสินค้าที่ต่ำลง และหลายรายการที่ไม่สามารรถผลิตได้ในสหรัฐฯ ได้รับการยกเว้นภาษี จากเดิมที่ลาวต้องเสียภาษีนำเข้าสินค้าเสื้อผ้าไปยังประเทศนี้ 45-90%

ในปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้าในลาวได้ใช้สิทธิภาษี NTR ในตลาดสหรัฐฯ น้อยมาก คาดว่าปีนี้สหรัฐฯ จะเป็นตลาดที่ใหญ่ขึ้น
การได้รับสิทธิพิเศษด้านภาษี (GSP) จากสหภาพยุโรป มีผลทำให้ภาษีนำเข้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปจากลาวลดลงเหลือ 8-12% และ สปป.ลาวยังมีเวลาที่จะได้รับสิทธิประโยชน์นี้อีกนานหลายปี เนื่องจากยังเป็นประทศที่ยากจนและมีเป้าหมายจะขจัดความยากจนให้หมดไปในปี 2563 และเมื่อถึงเวลานั้นจริงก็ยังสามารถขอทบทวนสิทธิภาษีเป็นรายสาขาอุตสาหกรรมได้อีก

"ขณะนี้ทางสมาคมเครื่องนุ่งห่มของไทยและสมาคมเสื้อผ้าและสิ่งทอของลาวได้มีการเจรจาหารือที่จะนำไปสู่การเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจเป็นพันธมิตรทางการค้าเพื่อทำตลาดร่วมกันในอนาคต จึงนับเป็นนิมิตหมายที่ดีของนักลงทุนไทย" รายงานระบุ

นอกจากจะเข้าไปผลิตเพื่อใช้สิทธิทางภาษีส่งออกยังต่างประเทศแล้ว นักลงทุนไทยบางรายได้เข้าไปลงทุนผลิตเสื้อผ้าโดยใช้วัตถุดิบจากประเทศไทยนำเข้าลาว 100% แล้วใช้สิทธิพิเศษเพื่อนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย เป็นแรงจูงใจสำคัญให้นักธุรกิจจากไทยหันมาสนใจการลงทุนใน สปป.ลาวมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกันกับ นักลงทุนจากยุโรป เช่น อิตาลีและเยอรมนี ที่เริ่มทยอยเข้าไป.