กรุงเทพฯ - ทางการลาวอวดผลงานการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในโอกาสครบรอบ 30 ปี ภายใต้พรรคประชาชนปฏิวัติลาว ซึ่งทำให้เศรษฐกิจของประเทศมีความก้าวหน้า และเจริญเติบโตอย่างแข็งแรง และ มั่นคงมาตลอด หลังจากที่ค่อยๆ เปิดทำการค้ากับต่างประเทศมากขึ้น ปีนี้รายได้ต่อหัวประชากรทะลุ 500 ดอลลาร์
เศรษฐกิจลาวที่ถูกสงครามทำลายล้างยาวนานติดต่อกันหลายทศวรรษ เริ่มต้นจากศูนย์เมื่อฝ่ายคอมมิวนิสต์ยึดอำนาจในวันที่ 2 ธ.ค.2518 เติบโตอย่างต่อเนื่องไม่เคยต่ำกว่าปีละ 6% นับตั้งแต่เริ่มเปิดประเทศสู่โลกภายนอก การเติบโตนี้ดำเนินมาอย่างคงเส้นคงว่าแม้ในยามที่ภูมิภาคเอเชียมีวิกฤติทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้เป็นรายงานของสำนักข่าวทางการ ขปล.
ในช่วงปี พ.ศ.2528 จนถึงปัจจุบันถือได้ว่าเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่มีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศมีความชำนาญด้านการค้ามากขึ้น มีการลงทุนจากต่างประเทศมากขึ้น รวมทั้งลาวได้รวมตัวเองเข้าเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาค โดยเข้าเป็นสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน (ASEAN)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ปี 2529-2533 อัตราการเจริญเติบโตเฉลี่ย 4.8% ปี 2534-2538 เพิ่มขึ้นเป็น 6.4% ในปี 2539-2543 ซึ่งทั่วเอเชียเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ แต่เศรษฐกิจลาวก็ยังเติบโต 6.2% ต่อปี และในช่วงปี 2544-2548 อัตราเติบโตยังอยู่ในระดับ 6.2% อย่างมั่นคง
รายได้ประชากรก็มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 114 ดอลลาร์สหรัฐต่อหัวต่อปีในปี 2528 สูงขึ้นเกือบ 500 ดอลลาร์สหรัฐในปี 2548 นี้
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนชาวกำลังเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี นับตั้งแต่พรรคประชาชนปฏิวัติลาว (Lao People’s Revolutionary Party) ได้รับชัยชนะ และได้ออกรายงานทางเศรษฐกิจโดยชี้ว่า กำลังมีการขยายตัวในทุกๆ ด้าน
ตามรายงานของ ขปล. ผลผลิตข้าวทั่วประเทศเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างมาก ศักยภาพการผลิตพุ่งขึ้นไปถึง 2.529 ล้านตัน ในปี 2547 เพิ่มขึ้นถึง 26% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2519 โดยปริมาณผลผลิตข้าวต่อประชากรต่อเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ประมาณคนละ 450 กก. เมื่อปีที่แล้ว
ที่ผ่านมามีโครงการลงทุนใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือการลงทุนในเหมืองเซโปนผลิตทองและทองแดงในแขวงสะหวันนะเขต โครงการเหมืองแร่เหล็กและเตาหลอมในแขวงเวียงจันทน์ โรงงานปูนซีเมนต์ที่เมืองวังเวียง โรงงานผลิตชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ และโครงการผลิตกระแสไฟฟ้าใน 11 เขตด้วย
ในปี 2518 ลาวยังผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพียง 33 เมกกะวัตต์ แต่ในปี 2548 นี้ สามารถผลิตได้ถึง 690.2 เมกกะวัตต์ ในขณะที่โรงงานอุตสาหกรรมผลิตสินค้าก็เพิ่มขึ้นจากที่มีเพียง 100 แห่งในปี 2518 ในปัจจุบันมีมากถึง 26,200 แห่ง สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ไฟฟ้า แร่ต่างๆ เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย งานไม้
การค้าและบริการมีอัตราการขยายตัวเพิ่มประมาณ 10% ต่อปี รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศก็เพิ่มขึ้นถึง 4 ล้านคน หรือเพิ่มราว 9% ต่อปี สร้างรายได้เฉลี่ย 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี
เอกสารรายงานของลาวยังได้ขอบคุณในความช่วยเหลือจากมิตรประเทศทั่วโลก ตลอดจนความร่วมมือจากประชาชนในประเทศที่ทำให้ประสบความสำเร็จดังกล่าว.