เวียงจันทน์- กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมของลาวร่วมกับองค์การยูนิเซฟได้เปิดเผยผลการสำรวจเกี่ยวกับการค้าเด็กในลาวซึ่งได้พบตัวเลขที่น่าตกตะลึง กล่าวคือมีเด็กสาวหลายร้อยรายจาก 17 แขวงถูกแก๊งมิจฉาชีพลวงข้ามโขงมาขายเป็นทาสรับใช้ตามบ้านในฝั่งไทย จำนวนมากถูกบังคับให้ขายประเวณีหรือทำงานในสถานบันเทิงเริงรมต่างๆ ทางการเร่งแก้ไขรับมือกับปัญหา
ตัวเลขดังกล่าวได้รับการเปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับผู้แทนองค์การยูนิเซฟเมื่อวันอังคารที่ 26 ต.ค. ทั้งนี้เป็นรายงานของวิทยุแห่งชาติลาว ซึ่ง “ผู้จัดการรายวัน” รับฟังได้ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 ต.ค.นี้
ระหว่างการแถลงภายใต้หัวข้อ “สัญญาที่ถูกเมิน-ความฝันที่แตกสลาย” นั้น เจ้าหน้าที่ลาวระบุว่าผลการสำรวจเกี่ยวกับการค้าเด็กได้มาจากการสัมภาษณ์เด็กหญิงผู้ตกเป็นเหยื่อแก๊งค้าเด็กจำนวน 253 ราย พร้อมกับสมาชิกครอบครัวของเด็กผู้เคราะห์ร้าย ใน 17 แขวงชายแดนทั่วประเทศจากภาคเหนือจรดภาคใต้
ผลการสำรวจได้พบว่า 60% ของเด็กที่ตกเป็นเหยื่อเป็นเด็กหญิงอายุ 12-18 ปี ในจำนวนดังกล่าวมี 35% ถูกบังคับให้ขายประเวณี ซึ่งส่วนใหญ่ในนั้นเป็นเด็กหญิงชนเผ่าต่างๆ ในลาว
นายคำหมูน สุพันทอง หน.กรมสังคมสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานฯ กล่าวว่า ทางการภาคภูมิใจที่มีโอกาสได้เผยแพร่ผลการสำรวจนี้ เพราะเป็นก้าวที่สำคัญในการปราบปรามแก๊งค้าเด็กและสตรี ซึ่งต่อไปจะต้องมีการปฏิบัติกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมๆ กับฟื้นฟูผู้เคราะห์ร้ายจากการค้ามนุษย์
นายคำหมูนกล่าวด้วยว่าในปีที่ผ่านๆ มานั้น กระทรวงแรงงานฯ ได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานระหว่างประเทศหลายแห่ง รวมทั้งองค์กรที่ไม่สังกัดรัฐบาลต่างๆ ในโครงการป้องกันการค้าเด็กใน 5 แขวง และยังมีโครงการช่วยนำเด็กที่ตกเป็นเหยื่อเดินทางกลับบ้านอีกด้วย
ผู้แทนองค์การยูนิเซฟประจำลาวกล่าวว่ายินดีที่สภาแห่งชาติของลาวได้ผ่านกฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ออกมาบังคับใช้ ซึ่งจะช่วยแก้ไขอาชญากรรมนี้ได้อีกทางหนึ่ง
ข้อมูลขององค์การยูนิเซฟระบุว่า มีเด็กๆ จากลาวจำนวนมากถูกบังคับให้ค้าประเวณี หรือให้ทำงานในสถานบันเทิงต่างๆ ที่มีการเต้นรำ เต้นโชว์ โดยแก๊งอาชญากรรมจะใช้ความสนิทสนมกับครอบครัวของเหยื่อเพื่อสร้างความไว้วางใจ โดยให้ความหวังว่าจะมีงานดีๆ รออยู่ในต่างประเทศ
ยูนิเซฟระบุอีกว่าเด็กจำนวนไม่น้อยถูกบังคับให้ทำงานหนักแบบ เป็นทาสรับใช้ในครอบครัว นอกจากนั้นยังมีเด็กอีกจำนวนมากกำลังถูกใช้งานหนักและได้รับค่าแรงต่ำๆ ในโรงงานต่างๆ ในลาวอีกด้วย
ส่วนสหพันธ์แม่หญิงลาวมาส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแก่เด็กและสตรีขึ้นในนครเวียงจันทน์และกำลังจะขยายโครงการดังกล่าวออกไปให้บริการในทุกแขวงๆ ทั่วประเทศด้วย
ผู้แทนของกระทรวงแรงงานฯ กล่าวว่าในปัจจุบันได้มีการจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าตรวจตราและติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ เกี่ยวกับการค้าเด็ก ตัวแทนของเครือข่ายดังกล่าวกำลังปฏิบัติงานใน 75 หมู่บ้านในพื้นที่ที่มีความล่อแหลมทั่วประเทศ
กระทรวงแรงงานกำลังเร่งดำเนินโครงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ และ โครงการติดตามเด็กๆ ที่สูญหายและคาดว่าจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งค้ามนุษย์อีกทางหนึ่งด้วย.
ตัวเลขดังกล่าวได้รับการเปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับผู้แทนองค์การยูนิเซฟเมื่อวันอังคารที่ 26 ต.ค. ทั้งนี้เป็นรายงานของวิทยุแห่งชาติลาว ซึ่ง “ผู้จัดการรายวัน” รับฟังได้ในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 27 ต.ค.นี้
ระหว่างการแถลงภายใต้หัวข้อ “สัญญาที่ถูกเมิน-ความฝันที่แตกสลาย” นั้น เจ้าหน้าที่ลาวระบุว่าผลการสำรวจเกี่ยวกับการค้าเด็กได้มาจากการสัมภาษณ์เด็กหญิงผู้ตกเป็นเหยื่อแก๊งค้าเด็กจำนวน 253 ราย พร้อมกับสมาชิกครอบครัวของเด็กผู้เคราะห์ร้าย ใน 17 แขวงชายแดนทั่วประเทศจากภาคเหนือจรดภาคใต้
ผลการสำรวจได้พบว่า 60% ของเด็กที่ตกเป็นเหยื่อเป็นเด็กหญิงอายุ 12-18 ปี ในจำนวนดังกล่าวมี 35% ถูกบังคับให้ขายประเวณี ซึ่งส่วนใหญ่ในนั้นเป็นเด็กหญิงชนเผ่าต่างๆ ในลาว
นายคำหมูน สุพันทอง หน.กรมสังคมสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานฯ กล่าวว่า ทางการภาคภูมิใจที่มีโอกาสได้เผยแพร่ผลการสำรวจนี้ เพราะเป็นก้าวที่สำคัญในการปราบปรามแก๊งค้าเด็กและสตรี ซึ่งต่อไปจะต้องมีการปฏิบัติกฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมๆ กับฟื้นฟูผู้เคราะห์ร้ายจากการค้ามนุษย์
นายคำหมูนกล่าวด้วยว่าในปีที่ผ่านๆ มานั้น กระทรวงแรงงานฯ ได้มีความร่วมมือกับหน่วยงานระหว่างประเทศหลายแห่ง รวมทั้งองค์กรที่ไม่สังกัดรัฐบาลต่างๆ ในโครงการป้องกันการค้าเด็กใน 5 แขวง และยังมีโครงการช่วยนำเด็กที่ตกเป็นเหยื่อเดินทางกลับบ้านอีกด้วย
ผู้แทนองค์การยูนิเซฟประจำลาวกล่าวว่ายินดีที่สภาแห่งชาติของลาวได้ผ่านกฎหมายต่อต้านการค้ามนุษย์ออกมาบังคับใช้ ซึ่งจะช่วยแก้ไขอาชญากรรมนี้ได้อีกทางหนึ่ง
ข้อมูลขององค์การยูนิเซฟระบุว่า มีเด็กๆ จากลาวจำนวนมากถูกบังคับให้ค้าประเวณี หรือให้ทำงานในสถานบันเทิงต่างๆ ที่มีการเต้นรำ เต้นโชว์ โดยแก๊งอาชญากรรมจะใช้ความสนิทสนมกับครอบครัวของเหยื่อเพื่อสร้างความไว้วางใจ โดยให้ความหวังว่าจะมีงานดีๆ รออยู่ในต่างประเทศ
ยูนิเซฟระบุอีกว่าเด็กจำนวนไม่น้อยถูกบังคับให้ทำงานหนักแบบ เป็นทาสรับใช้ในครอบครัว นอกจากนั้นยังมีเด็กอีกจำนวนมากกำลังถูกใช้งานหนักและได้รับค่าแรงต่ำๆ ในโรงงานต่างๆ ในลาวอีกด้วย
ส่วนสหพันธ์แม่หญิงลาวมาส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแก่เด็กและสตรีขึ้นในนครเวียงจันทน์และกำลังจะขยายโครงการดังกล่าวออกไปให้บริการในทุกแขวงๆ ทั่วประเทศด้วย
ผู้แทนของกระทรวงแรงงานฯ กล่าวว่าในปัจจุบันได้มีการจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าตรวจตราและติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ เกี่ยวกับการค้าเด็ก ตัวแทนของเครือข่ายดังกล่าวกำลังปฏิบัติงานใน 75 หมู่บ้านในพื้นที่ที่มีความล่อแหลมทั่วประเทศ
กระทรวงแรงงานกำลังเร่งดำเนินโครงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ และ โครงการติดตามเด็กๆ ที่สูญหายและคาดว่าจะตกเป็นเหยื่อของแก๊งค้ามนุษย์อีกทางหนึ่งด้วย.


