ก้าวสู่ปีที่ 15 อย่างมั่นคงสำหรับโครงการ “Banpu Champions for Change” (BC4C) โดย บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ สถาบัน ChangeFusion ที่มุ่งมั่นบ่มเพาะและสนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างยั่งยืน ล่าสุดฉลองความสำเร็จ หนุนทุนต่อเนื่องให้แก่ 2 กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) ได้แก่ “Karen Design” และ “ช่างเอก” เพื่อนำนวัตกรรมพลังงานสะอาดเข้ามาแก้โจทย์ธุรกิจ ยกระดับการสร้างผลกระทบเชิงบวก (Positive Impact) ต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำกลยุทธ์ตามกรอบ ESG ของบ้านปูอย่างเป็นรูปธรรม
๐ เชื่อมโยงยุทธศาสตร์ ESG สู่การลงมือทำจริงเพื่อสังคม
ในยุคที่ทุกภาคส่วนตื่นตัวเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน โดยนำหลัก ESG (Environmental, Social, and Governance) มาเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจ พร้อมขยายแนวคิดดังกล่าวสู่สังคม ผ่านโครงการ Banpu Champions for Change (BC4C) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเพื่อสังคมเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับการส่งเสริม SE รุ่นใหม่ให้ใช้พลังงานสะอาด และนวัตกรรมในการแก้ปัญหาทางธุรกิจและชุมชน เป็นตัวอย่างชัดเจนของการสร้างคุณค่าร่วม (Creating Shared Value) ซึ่งช่วยขับเคลื่อนทั้งมิติด้าน สิ่งแวดล้อม (Environmental) จากการลดคาร์บอนและการลดขยะเกษตร, มิติด้าน สังคม (Social) ผ่านการสร้างงานและรายได้ที่มั่นคง และมิติด้าน ธรรมาภิบาลและการบริหารจัดการ (Governance) ด้วยการสร้างโมเดลธุรกิจที่โปร่งใสและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
๐ 2 กิจการเพื่อสังคม : ต้นแบบการใช้นวัตกรรมและพลังงานสะอาดพลิกโจทย์ธุรกิจ
ในการมอบทุนสนับสนุนและยกระดับกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise: SE) ครั้งนี้ “บ้านปู” ได้คัดเลือก 2 โมเดลธุรกิจที่มีศักยภาพสูง โดดเด่นด้วยวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนธุรกิจควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างยั่งยืน
"Karen Design" พลิกมุมคิด ใช้พลังงานแสงอาทิตย์ปลดล็อกอุปสรรค - เพิ่มรายได้ - คืนผืนป่าให้ชุมชน
จุดเริ่มต้นและโจทย์ความท้าทายของ “Karen Design” กิจการเพื่อสังคม ณ ชุมชนบ้านแม่โถน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เกิดขึ้นจากการต่อยอดภูมิปัญญาการทอผ้าของชาวกะเหรี่ยง เพื่อสร้างงานและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่สมาชิกในชุมชนราว 50 คน พร้อมทั้งช่วยลดการพึ่งพาการปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างข้าวโพด เพื่อบรรเทาวิกฤตฝุ่นละออง PM2.5 จากการเผาวัสดุทางการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยนำกำไรส่วนหนึ่งกลับมาดูแลและอนุรักษ์ผืนป่าในพื้นที่
โดยอุปสรรคสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่เป็นโจทย์ใหญ่คือชุมชนต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านระบบไฟฟ้าที่ไม่เสถียร โดยเฉพาะในฤดูฝนที่มักเกิดเหตุการณ์ไฟดับต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้กระบวนการผลิตหยุดชะงักและส่งมอบสินค้าได้ล่าช้า ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่ต้องแบ่งเวลาดูแลครอบครัวในช่วงกลางวัน กลางคืนจึงเป็นเวลาทองในการทอผ้า การขาดแคลนแสงสว่างและพลังงานจึงกระทบต่อรายได้โดยตรง
การใช้โซลูชันพลังงานสะอาดและการขับเคลื่อนตามกรอบ ESG เริ่มด้วยมิติด้านเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด (Environmental & Innovation) โดยเตรียมติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) พร้อมแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานรวม 4 จุด ซึ่งแต่ละจุดสามารถรองรับและกระจายพลังงานให้แก่ครัวเรือนในกลุ่มทอผ้าได้ราว 7–8 ครัวเรือน ช่วยให้สมาชิกมีกระแสไฟฟ้าสำรองที่มั่นคงสำหรับการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง
สำหรับมิติด้านเศรษฐกิจและสังคม (Economic & Social Impact): ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบพลังงาน กิจการยังเดินหน้าลงทุนในด้านวัตถุดิบ ค่าแรง การบริหารสต๊อกสินค้า และการตลาด เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและการส่งมอบสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
โดย Positive Impact ที่สร้างขึ้นคือการตั้งเป้าเพิ่มรายได้ทะยานสู่หลัก 1 ล้านบาทภายในระยะเวลา 1 ปี ยกระดับคุณภาพชีวิตให้สมาชิกมีรายได้ต่อเนื่อง พร้อมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนในการบริหารจัดการระบบพลังงานสะอาดด้วยตนเอง เพื่อต่อยอดเป็นโมเดลต้นแบบในการขยายผลสู่ชุมชนใกล้เคียงในอนาคต
“ช่างเอก” พลิกโจทย์ด้วยนวัตกรรมพลังงานสะอาดเพื่อผู้สูงวัย - การพึ่งพาตนเองของชุมชน
จากความตั้งใจที่จะปลดล็อกข้อจำกัดของเกษตรกรสูงวัย “ช่างเอก” ได้เปลี่ยนเครื่องมือเกษตรแบบเดิมที่ทั้งหนัก ดัง และเต็มไปด้วยมลพิษ ให้กลายเป็นเครื่องมือเกษตรพลังงานสะอาดที่น้ำหนักเบาและใช้งานง่าย จนได้รับความไว้วางใจส่งมอบเครื่องตัดหญ้าไฟฟ้าไปแล้วเกือบ 1,000 เครื่องทั่วประเทศ และพร้อมเดินหน้ายกระดับกำลังผลิตและมาตรฐานภายใต้โปรแกรมพิเศษ BC4C เพื่อนำผลกำไรมาหมุนเวียนสร้างนวัตกรรมเพื่อสังคมอย่างไม่หยุดยั้ง
หัวใจสำคัญของการเดินทางครั้งนี้คือการส่งต่อผลกระทบเชิงบวกในทุกมิติ เริ่มจากการคืนศักยภาพและความภาคภูมิใจให้ผู้สูงอายุได้กลับมาพึ่งพาตนเองและสร้างรายได้ ควบคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมผ่านการคืนชีวิตให้แผงโซลาร์เซลล์ใช้แล้ว นำมารังสรรค์เป็นระบบไฟสำรอง 12 โวลต์ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้บ้านผู้สูงวัยยามฉุกเฉิน พร้อมทั้งจับมือกับมหาวิทยาลัยเพื่อสร้าง "ช่างพลังงานชุมชน" มอบทักษะอาชีพยุคใหม่ให้คนรุ่นใหม่ได้เติบโตและเป็นกำลังสำคัญในการดูแลพลังงานสะอาดให้แก่บ้านเกิดอย่างยั่งยืน
๐ บ้านปู มุ่งขับเคลื่อน Eco-system เพื่อความยั่งยืน เน้นให้เกิด "Positive Impact"
นายรัฐพล สุคันธี ผู้อำนวยการสายอาวุโส – สื่อสารองค์กร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงเบื้องหลังการคัดเลือกกิจการในวาระครบรอบ 15 ปีของโครงการฯ ว่า โปรแกรมพิเศษนี้มีความตั้งใจหลักในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการนำ “พลังงานสะอาด” ไปต่อยอดเพื่อขยายขีดความสามารถทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการสร้างอิมแพกต์ที่จับต้องได้ให้กับสังคม เนื่องจากบ้านปูเชื่อมั่นว่าพลังงานคือรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต
“ทั้งสองกิจการที่เราคัดเลือกเข้ามามีความโดดเด่นอย่างมากในเรื่องความเข้าใจบริบทของชุมชน มีแนวทางการนำพลังงานมาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด และมีพื้นฐานทางธุรกิจที่พร้อมเติบโต เมื่อตัวธุรกิจมีความมั่นคง ก็จะสามารถสร้างอาชีพ ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งต่อโอกาสให้กับผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง” นายรัฐพล ระบุ
สำหรับทิศทางการดำเนินงานในระยะต่อไป ผู้อำนวยการสายอาวุโสสื่อสารองค์กรของบ้านปู ระบุว่า ทางโครงการฯ จะทำงานร่วมกับทีมเมนทอร์ (Mentor) อย่างใกล้ชิด เพื่อให้คำปรึกษาแก่ทั้งสองทีมครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่การวางแผนดำเนินงาน การบริหารจัดการงบประมาณ ไปจนถึงการวัดผลทางธุรกิจและประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับจริง พร้อมทั้งมีการติดตามความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาและปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์
“เราเชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์และความมุ่งมั่นของผู้ประกอบการ ผสานกับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากบ้านปู จะช่วยให้ทั้ง Karen Design และช่างเอก สามารถเดินหน้าธุรกิจบรรลุตามเป้าหมายที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน” นายรัฐพล กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถร่วมติดตามความก้าวหน้าและการเติบโตของสองกิจการเพื่อสังคมต้นแบบอย่าง Karen Design และ ช่างเอก รวมถึงความเคลื่อนไหวต่างๆ ของโครงการ Banpu Champions for Change (BC4C) ได้ทาง เฟซบุ๊กแฟนเพจ: Banpu Champions for Change


