xs
xsm
sm
md
lg

ซันโทรี่ เปิดตัว เทคโนโลยี FtoP ในประเทศไทย ปักธงเริ่มผลิตขวด PET รีไซเคิล 100% ภายในปี 2571

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ (Suntory Holdings) ประกาศเตรียมนำเทคโนโลยีรีไซเคิลจากเกล็ดพลาสติกสู่พรีฟอร์ม หรือที่เรียกว่า Flake-to-Preform (FtoP) Direct Recycling สำหรับผลิตขวด PET รีไซเคิล 100% มาใช้ในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป

บริษัท อินโดวิดา (ไทยแลนด์) จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) และบริษัท อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 เพื่อผลิตพรีฟอร์ม (PET preforms) *1 ด้วยเทคโนโลยี FtoP โดยใช้เกล็ดพลาสติก (PET flakes) ส่วนใหญ่จากอินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) ซึ่งบริษัท อินโดวิดา (ไทยแลนด์) จำกัด คาดว่าจะมีกำลังการผลิตพรีฟอร์ม (PET preforms) ประมาณ 400 ล้านชิ้นต่อปี โดยบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด มีแผนจัดซื้อพรีฟอร์ม (PET preforms) ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว เพื่อนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการใช้วัสดุรีไซเคิล พร้อมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการรีไซเคิล และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นการนำเทคโนโลยี FtoP มาใช้ในเชิงพาณิชย์สำหรับการผลิตขวด PET เป็นครั้งแรก *2 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


เกี่ยวกับเทคโนโลยี Flake-to-Preform (FtoP)
จากการพัฒนาร่วมกันระหว่างซันโทรี่และอีก 3 บริษัทพันธมิตร ซึ่งรวมถึง เคียวเอ อินดัสทรี (Kyoei Industry Co., Ltd.) บริษัทรีไซเคิลจากญี่ปุ่น ทำให้เทคโนโลยีที่ได้รับการจดสิทธิบัตรอย่าง FtoP สามารถผลิตพรีฟอร์ม (PET preforms) ได้โดยตรงจากขวด PET ที่เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิล ด้วยการลดขั้นตอนบางส่วนในกระบวนการแบบเดิม เช่น การตกผลึก (crystallization) และการอบแห้ง (drying) โดยคาดว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) จากกระบวนการผลิตได้ราว 70%*3 เมื่อเทียบกับการผลิตขวดพลาสติกใหม่จากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยซันโทรี่ได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในการผลิตขวด PET สำหรับเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 2561


การขยายการใช้งานสู่ตลาดนอกประเทศญี่ปุ่น
ที่ผ่านมา เทคโนโลยี FtoP จำเป็นต้องอาศัยการจัดหาขวด PET ใช้แล้วที่มีคุณภาพเป็นไปตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้การนำเทคโนโลยีดังกล่าวไปใช้ในตลาดมีข้อจำกัด เนื่องจากระบบการเก็บรวบรวมและรีไซเคิลในแต่ละประเทศมีความแตกต่างจากระบบที่พัฒนาแล้วในประเทศญี่ปุ่น

ในโครงการนี้ ซันโทรี่ได้ร่วมมือกับผู้ผลิตเครื่องจักร ได้แก่ NGR (Next Generation Recyclingmaschinen GmbH) และ Husky Technologies™ เพื่อปรับเทคโนโลยีให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมและระบบการรีไซเคิลขวด PET ในประเทศไทย โดยได้ปรับปรุงทั้งเกณฑ์การคัดเลือกขวด PET ที่เก็บรวบรวมได้ และกระบวนการกำจัดสิ่งปนเปื้อน ส่งผลให้ในปัจจุบันเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถรองรับขวด PET ใช้แล้วที่มีคุณภาพแตกต่างกันได้ ขณะเดียวกันยังคงรักษามาตรฐานด้านคุณภาพและความปลอดภัยในระดับเดียวกับที่ดำเนินการในประเทศญี่ปุ่น ทำให้สามารถแปรรูปเกล็ดพลาสติกใช้แล้ว (recycled PET flakes) ให้เป็นพรีฟอร์ม (PET preforms) คุณภาพสูงได้โดยตรง

นายอาลก โลเฮีย
นายอาลก โลเฮีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งความร่วมมือกับซันโทรี่ กรุ๊ป และอิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น ในครั้งนี้ ได้นำเอานวัตกรรมและความเชี่ยวชาญระดับโลกมาผสานกัน ทำให้การผลิตพลาสติก PET แบบหมุนเวียนในระดับพาณิชย์เกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทย รวมถึงยังช่วยเสริมศักยภาพให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำระดับภูมิภาคด้านบรรจุภัณฑ์แบบหมุนเวียน พร้อมทั้งสร้างคุณค่าให้แก่สิ่งแวดล้อม ลูกค้า และเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว”

นายเคนจิ โมโตโอริ
นายเคนจิ โมโตโอริ ผู้อำนวยการ กรรมการบริหารอาวุโส และกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจวัสดุ บริษัท อิวาตานิ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “บริษัทฯ มีความยินดีที่ได้ริเริ่มโครงการนี้ร่วมกับซันโทรี่ กรุ๊ป เพื่อผลักดันการนำเทคโนโลยี FtoP มาใช้เชิงพาณิชย์ในประเทศไทย ผ่านการร่วมทุนกับอินโดรามาเวนเจอร์ส บริษัทฯ จะเดินหน้าสนับสนุนโครงการดังกล่าว โดยการจัดหาพรีฟอร์ม (PET preforms) ที่ได้จากพลาสติกรีไซเคิลคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ ควบคู่ไปกับการทำงานร่วมกับพันธมิตรของเราอย่างใกล้ชิด เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดขึ้นได้จริง”

แผนการดำเนินงานและแนวโน้มในอนาคต
ซันโทรี่ กรุ๊ป จะเริ่มนำเทคโนโลยี FtoP มาใช้ในประเทศไทยในปี 2571 โดยความร่วมมือกับบริษัท อินโดวิดา (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมสำรวจโอกาสในการขยายการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวสู่ตลาดอื่น ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต

นายจุน อาซากิ
นายจุน อาซากิ ประธานเจ้าหน้าที่ด้านความยั่งยืน บริษัท ซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า “การนำเทคโนโลยี FtoP มาใช้ในประเทศไทยครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายหลักของซันโทรี่ กรุ๊ป ในการผลักดันการใช้ขวด PET ในฐานะบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืน เรามุ่งสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายภาคส่วน เพื่อส่งเสริมให้ขวด PET เป็นโซลูชันด้านบรรจุภัณฑ์ที่ยั่งยืนทั้งในประเทศไทยและทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมร่วมขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมเศรษฐกิจหมุนเวียน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม”

ในฐานะองค์กรที่ดำเนินธุรกิจโดยอาศัยทรัพยากรจากธรรมชาติและสายน้ำ พร้อมยึดมั่นในเป้าหมาย “เพื่อจุดประกายความสดใสของชีวิต โดยการสร้างประสบการณ์ที่หลากหลาย ให้ผู้คนได้อยู่กับธรรมชาติอย่างสมดุล” ทำให้ซันโทรี่ กรุ๊ป มุ่งมั่นเดินหน้าสร้างสังคมที่ยั่งยืนมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัท ภายใต้นโยบายด้านพลาสติกของซันโทรี่ กรุ๊ป (Suntory Group Plastic Policy) ที่ประกาศใช้ในปี 2562 กลุ่มบริษัทตั้งเป้าหมายให้ขวด PET ทั้งหมดที่ใช้ทั่วโลกผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุชีวภาพ (Recycled or Bio-based materials) ภายในปี 2573 พร้อมยกเลิกการใช้พลาสติกใหม่ที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิล (Virgin Fossil-based materials)

ภายใต้กลยุทธ์ 2R+B (Reduce/Recycle + Bio) ซันโทรี่ กรุ๊ป ได้ดำเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ การทำให้ขวด PET มีน้ำหนักเบาลง การรีไซเคิลขวด PET เพื่อนำมาผลิตเป็นขวดใหม่ (“bottle-to-bottle” horizontal recycling) ในประเทศญี่ปุ่น และการนำขวด PET ที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล (ขวด rPET) มาใช้ โดยซันโทรี่ กรุ๊ป จะยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนการดำเนินงานดังกล่าว เพื่อร่วมสร้างสังคมหมุนเวียนและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

*1 พรีฟอร์ม (PET preform) มีรูปทรงคล้ายหลอดทดลอง ผลิตจากเรซิ่น PET โดยจะถูกขึ้นรูปเป็นขวด PET ผ่านการให้ความร้อนแล้วเป่าลมแรงดันสูงเข้าไป
*2 อ้างอิงจากรายงานการประเมินของซันโทรี่ โฮลดิ้งส์ (ข้อมูล ณ เดือนกรกฎาคม 2569)
*3 คำนวณจากฐานข้อมูลในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น