ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังจับตาความเสี่ยงจากภาวะซูเปอร์เอลนีโญ หลังนักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศเตือนว่า กรุงเทพฯ อาจเผชิญค่าดัชนีความร้อนสูงถึง 50-54 องศาเซลเซียสในช่วงระหว่างเดือนมีนาคมถึงเมษายน 25704 ประเด็นนี้อาจถูกมองในมิติของภาคการเกษตร หรือสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก แต่สำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพ ความร้อนสูงและสภาพอากาศที่ผันผวนยังสะท้อนอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญ คือ ความพร้อมของซัพพลายเชนยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์
ในมุมธุรกิจของผู้ให้บริการขนส่งและกระจายสินค้าประเภทยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ความร้อนสูงไม่ใช่เพียงปัจจัยแวดล้อม แต่คือ ความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อสินค้าในกลุ่มที่มีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิ เช่น อินซูลิน วัคซีน ชีวเภสัชภัณฑ์ด้านมะเร็ง รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนการทดลองยาวิจัย ซึ่งต้องอาศัยมาตรฐานห่วงโซ่ความเย็น (Cold Chain) อย่างเคร่งครัด เพราะอุณหภูมิที่คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลต่อคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ได้โดยตรง
พักตร์นลิน บูลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิลลิค ฟาร์มา จำกัด กล่าวว่า “ความพร้อมของระบบสุขภาพต้องถูกสร้างก่อนวิกฤตจะเกิดขึ้น สำหรับซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ประเทศไทย สิ่งนี้หมายถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในบุคลากร ระบบ โครงสร้างพื้นฐาน พันธมิตร และการดำเนินงานอย่างยั่งยืน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีคุณภาพได้อย่างปลอดภัย เชื่อถือได้ ผ่านการควบคุมมาตรฐานอย่างต่อเนื่องในการจัดส่งไปยังสถานพยาบาลและผู้ป่วย แม้ในวันที่สภาพแวดล้อมภายนอกมีความท้าทายมากขึ้น”
๐ สร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตรด้วยโซลูชันสุขภาพครบวงจรภายใต้แนวทาง #OneZuelligPharma
ภูมิทัศน์ของระบบสุขภาพไทยกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งในด้านมาตรฐานการรักษา การเข้าถึงนวัตกรรม และการขยายตัวของเศรษฐกิจสุขภาพ โดยการจัดอันดับจาก CEOWORLD ด้าน Health Care Index ปี 2567 ระบุว่า ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 3 ของอาเซียนและอันดับ 83 ของโลก2 ขณะที่ตลาดรักษ์สุขภาพของไทยมีมูลค่า 42,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ อยู่ในอันดับ 9 จาก 45 ประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก3 ในปี 2567
ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ผู้นำด้านโซลูชันสุขภาพแบบครบวงจรในประเทศไทยที่ให้บริการอยู่ในระบบสุขภาพมากว่า 70 ปี เป็นผู้ดูแลคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตั้งแต่กระบวนการจัดเก็บ การกระจายสินค้า การควบคุมอุณหภูมิ การสนับสนุนด้านกฎระเบียบและการนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาด ไปจนถึงการช่วยให้พันธมิตรนำนวัตกรรมทางการแพทย์ไปถึงผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางนี้สะท้อนผ่านแนวทาง #OneZuelligPharma ซึ่งผสานความเชี่ยวชาญด้านการกระจายสินค้า (Distribution) การนำเข้าสู่ตลาดเชิงพาณิชย์ (Commercialization) และการสนับสนุนการทดลองยาวิจัย (Clinical Trial Support) ภายใต้การให้บริการโซลูชันสุขภาพแบบครบวงจร ที่ไม่ใช่เพียงผู้ขนส่งสินค้า แต่ช่วยให้พันธมิตรลดความซับซ้อน เพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น
๐ ชูเทคโนโลยีโลจิสติกส์อัจฉริยะ เสริมการเข้าถึงยา ช่วยรับมือปัญหา NCD ที่กัดกินเศรษฐกิจไทย 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของระบบสุขภาพยังเกิดขึ้นควบคู่กับแรงกดดันด้านภาระโรค โดยข้อมูล
จากสำนักสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพ (สสส.) ระบุว่า โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs ยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขสำคัญของไทย ซึ่งส่งผลให้คนไทยเสียชีวิตมากกว่า 400,000 คนต่อปี หรือเฉลี่ยมากกว่า 1,000 คนต่อวัน และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.6 ล้านล้านบาทต่อปี5 จากข้อมูลดังกล่าวทำให้บทบาทของซัพพลายเชนในอุตสาหกรรมสุขภาพไม่ได้ถูกวัดเพียงความรวดเร็วหรือประสิทธิภาพด้านต้นทุน แต่รวมถึงการสร้างความมั่นใจว่า ผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นสามารถนำส่งถึงผู้ป่วยได้อย่างปลอดภัย
หนึ่งในหัวใจสำคัญของความพร้อมดังกล่าว คือ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของศูนย์กระจายสินค้า โดยเฉพาะระบบอาคารและระบบควบคุมอุณหภูมิที่ถูกออกแบบให้รับมือกับสภาพแวดล้อมร้อนชื้นของประเทศไทย ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุอาคาร ระบบหลังคา ฉนวนกันความร้อน สีสะท้อนความร้อน1 บริษัทอยู่ระหว่างปรับปรุงห้องเย็นและระบบปรับอากาศเพื่อลดภาระความร้อนและการใช้พลังงานให้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้อุปกรณ์ทำงานได้ตามความต้องการที่แท้จริงพร้อมประหยัดพลังงาน รวมไปถึงการใช้สารทำความเย็นที่มีค่า GWP ต่ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาวะโลกร้อนน้อยลงตามมาตรฐานสากล
ในด้านเทคโนโลยีอาคารและการบริหารความเสี่ยง ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) มีระบบตรวจติดตามอุณหภูมิของห้องเย็นทำงานตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดความคลาดเคลื่อนของอุณหภูมิ ระบบจะแจ้งเตือนไปยังทีมงานในประเทศและระดับภูมิภาคทันที เพื่อให้สามารถดำเนินการแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว
ความพร้อมของศูนย์กระจายสินค้ายังครอบคลุมมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความยั่งยืน โดยซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ประเทศไทยนอกจากจะได้รับการรับรองมาตรฐานสากลมากมาย รวมถึง GDP (Good Distribution Practice) และ GIP+ แล้ว บริษัทยังได้รับการรับรอง ISO 14001 ด้านระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม และ ISO 45001 ด้านอาชีวอนามัยและความปลอดภัย1 รวมถึงการรับรอง TAPA Facility Security Requirements เวอร์ชันล่าสุดปี 2566 เพื่อป้องกันความเสี่ยงต่อสินค้าที่มีมูลค่าสูงในห้องเย็นจากการโจรกรรมหรือการปลอมแปลงระหว่างการจัดเก็บ
ในระดับภูมิภาค ซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1 และ 2 ได้ 42% เร็วกว่าเป้าหมายเดิม 4 ปี คิดเป็นปริมาณเทียบเท่าการปลูกต้นกล้าไม้ 3.3 ล้านต้นและปล่อยให้เติบโตเป็นเวลา 10 ปี1 นอกจากนั้นยังได้รับรางวัล EcoVadis ระดับ Platinum ต่อเนื่องกันเป็นปีที่ 5 ซึ่งเป็นการรับรองในระดับสูงสุด และในปี 2568 ยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มแนวหน้าที่มีเพียง 1% จากกว่า 160,000 บริษัทที่ถูกประเมินรางวัลนี้จากทั่วโลก รวมถึงการคว้าตำแหน่งในทำเนียบ ‘A’ List ประจำปี 2568 ขององค์กรไม่แสวงหากำไรด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกอย่าง CDP เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งส่งผลให้บริษัทฯ ก้าวขึ้นเป็นองค์กรแรกในภาคธุรกิจการขนส่งทางบกที่บรรลุความสำเร็จนี้
๐ นวัตกรรม eZCooler บรรจุภัณฑ์แห่งความยั่งยืน
นวัตกรรม eZCooler ยังเป็นอีกตัวอย่างที่ตอบโจทย์ทั้งคุณภาพและความยั่งยืน โดยเป็นบรรจุภัณฑ์ควบคุมอุณหภูมิแบบนำกลับมาใช้ซ้ำได้ พัฒนาขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ยาและเวชภัณฑ์ที่ไวต่ออุณหภูมิ สามารถรักษาอุณหภูมิที่ต้องการทั้งช่วง -15 ถึง -25 องศาเซลเซียส และ 2 ถึง 8 องศาเซลเซียส ได้นานอย่างน้อย 72 ชั่วโมง ผ่านการทดสอบการใช้งานในเส้นทางไปกลับระยะทางสูงสุด 1,985 กิโลเมตรในประเทศไทย และมีขนาดให้เลือกตั้งแต่ 8 ลิตรถึง 960 ลิตร เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า
“ระบบห่วงโซ่ความเย็นของเรานั้นเป็นมากกว่าเพียงระบบโลจิสติกส์ แต่คือ หัวใจสำคัญส่วนหนึ่ง
ของระบบสุขภาพ ซึ่งเป้าประสงค์ของซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) จะสำเร็จอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อผู้ป่วยสามารถเข้าถึงยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้อย่างทั่วถึง และเชื่อมั่นว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับนั้นปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้การดำเนินงานตามแนวทาง #OneZuelligPharma ของเราเรามุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้ระบบสุขภาพไทยพร้อมรับมือ
กับความท้าทายในอนาคต พร้อมกับช่วยยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพ” พักตร์นลิน กล่าวเสริม
ความท้าทายจากซูเปอร์เอลนีโญเป็นเพียงสัญญาณหนึ่งของโลกที่ผันผวนมากขึ้น สำหรับอุตสาหกรรมสุขภาพ คำถามสำคัญ คือ ระบบซัพพลายเชนหลังบ้านมีความพร้อมเพียงใดในการรักษาคุณภาพยา วัคซีน เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้ถึงมือผู้ป่วยอย่างปลอดภัย สำหรับซิลลิค ฟาร์มา (Zuellig Pharma) ประเทศไทย ความมั่นคงของระบบสุขภาพจึงเริ่มต้นตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤต เพื่อให้ระบบสุขภาพไทยสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นคงแม้ต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงที่ยากต่อการคาดการณ์


