สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมกับสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) และศูนย์บริการวิชาการแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ ครั้งที่ 5 ภายใต้โครงการ “การบริหารจัดการเป้าหมาย แผนงานน้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด และเตรียมจัดทำกลยุทธการจัดการน้ำเชิงพื้นที่เสนอต่อคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ” ณ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) โดยมีคณะนักวิจัยและผู้เกี่ยวข้องจากทั่วประเทศเข้าร่วมกว่า 120 คน
ศาสตราจารย์ ดร.คมกฤต เล็กสกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวถึงความสำคัญของแผนงานการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรมตามเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. "น้ำมั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง" ใน 10 จังหวัด ว่า กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และสกสว. มุ่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ "น้ำไม่แล้ง ไม่ท่วม" ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญภายใต้ 9 ยุทธศาสตร์ปี 2568–2569 โดยพร้อมจัดสรรงบประมาณสนับสนุนความร่วมมือระหว่าง สทนช. วช. และเครือข่ายนักวิจัยกว่า 200 ชีวิตทั่วประเทศ เพื่อผลักดันงานวิจัยแก้ปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้ง เช่น การบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ ทั้งนี้ นอกจากการนำเทคโนโลยี AI มาช่วยพยากรณ์และประมวลผลข้อมูลน้ำแล้ว สกสว. ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญในการปรับเปลี่ยน แนวคิดและการสื่อสารสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อให้มีความพร้อมและตระหนักรู้ในการรับมือภัยพิบัติได้อย่างยั่งยืน
ขณะที่นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการด้านบริหารจัดการนํ้า สทนช. เน้นย้ำว่าระบบบริหารจัดการน้ำที่ดี คือฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจทั้งภาคเกษตร อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว ซึ่งช่วยลดงบประมาณการเยียวยาภัยพิบัติของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย สทนช. มุ่งขับเคลื่อนการบูรณาการข้อมูลผ่านเทคโนโลยี AI และซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เชื่อมโยงแผนงานจากระดับท้องถิ่นสู่ส่วนกลางตาม พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พร้อมเตรียมเร่งรับมือสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงด้วย 9 มาตรการรับมือฤดูแล้ง สนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เร่งขุดเจาะและฟื้นฟูแหล่งน้ำ บ่อบาดาล พร้อมวางแผนควบคุมการทำนาปรังในช่วงหน้าแล้ง เพื่อกักเก็บน้ำสำรองไว้ใช้ในการอุปโภคบริโภคของประชาชนได้อย่างเพียงพอ
ด้านนายอลงกต มีแก้ว ผู้อำนวยการกลุ่มงานประสานยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เผยแนวทางการจัดทำแผนยุทธศาสตร์รับมือสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำแล้ง โดยเน้นการพัฒนาพื้นที่ที่เชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่ระดับ อปท. จังหวัด และส่วนกลางเข้าด้วยกันตลอดห่วงโซ่คุณค่า หากโครงการแก้ปัญหาใดเกินศักยภาพของ อปท. สามารถขอรับการจัดสรรงบประมาณจากจังหวัดได้ และหากเกินกำลังของจังหวัดก็สามารถส่งต่อแผนไปเป็นคำขอของกระทรวงในส่วนกลางได้ นอกจากนี้กลไกดังกล่าวยังช่วยยกระดับการจัดการน้ำให้มองภาพใหญ่ระดับลุ่มน้ำที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งเขตปกครอง ซึ่งจะเอื้อให้จังหวัดปลายน้ำอย่างอยุธยาสามารถประสานงานและเสนอแนะแผนร่วมกับจังหวัดต้นน้ำอย่างนครสวรรค์และพิษณุโลกได้ นำไปสู่การแก้ปัญหาทรัพยากรน้ำของประเทศที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
สำหรับความสำเร็จของแผนงานวิจัย รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผู้อำนวยการแผนงานการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรมตามเป้าหมายสำคัญตามยุทธศาสตร์ ววน. นํ้ามั่นคง ไม่ท่วม ไม่แล้ง ใน 10 จังหวัด เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานปีแรกในการลงพื้นที่ 10 จังหวัด และ 1 ลุ่มน้ำ ครอบคลุมกว่า 300–400 ตำบล เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และสร้างอาชีพชุมชน ผ่านการพัฒนานักวิจัยท้องถิ่น การวางระบบเตือนภัย และการส่งเสริมเทคโนโลยีปั๊มโซลาร์เซลล์ ส่วนในระยะที่ 2 ทีมวิจัยเตรียมยกระดับการทำงานมุ่งเน้นปัญหาสำคัญที่มีผลกระทบสูง พร้อมถอดบทเรียนกรณีหาดใหญ่ เตรียมจัดทำ "สมุดปกขาว" ประจำแต่ละจังหวัด เพื่อระบุปัญหา ทางออก และกำหนดทิศทางงานวิจัยสำหรับการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืนในระยะ 4–5 ปีข้างหน้า ./


