xs
xsm
sm
md
lg

มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ปั้นหลักสูตรความยั่งยืน ถอดบทเรียน 4 ทศวรรษโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ส่งต่อความรู้สู่องค์กรยุคใหม่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในพระบรมราชูปถัมภ์ ต่อยอดบทเรียนการพัฒนาจากพื้นที่จริงของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ จังหวัดเชียงราย ที่สั่งสมประสบการณ์มายาวนานเกือบ 4 ทศวรรษ สู่ “มหาวิทยาลัยที่มีชีวิต” หรือ Doi Tung Living University พื้นที่เรียนรู้ด้านความยั่งยืนที่ถอดองค์ความรู้จากการทำงานจริง ทั้งการฟื้นฟูธรรมชาติ การพัฒนาคนและชุมชน การสร้างอาชีพ ธุรกิจเพื่อสังคม และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน ให้เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา และองค์กรที่สนใจ สามารถนำไปปรับใช้กับการขับเคลื่อน ESG, Sustainable Leadership, Nature Positive, Circular Economy และการพัฒนาชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม


๐ ไม่ใช่เพียงพื้นที่โครงการพัฒนา แต่เป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ที่มีชีวิต

นางสาววิสิษฐ์อร รัชตะนาวิน ผู้อำนวยการฝ่ายศูนย์พัฒนาและเผยแพร่องค์ความรู้ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากการแก้ปัญหาเพียงด้านใดด้านหนึ่ง แต่ต้องเข้าใจความเชื่อมโยงของคน ธรรมชาติ เศรษฐกิจ และสังคมไปพร้อมกัน

“ดอยตุงไม่ใช่เพียงพื้นที่โครงการพัฒนา แต่เป็นห้องเรียนขนาดใหญ่ที่มีชีวิต ต้นไม้ทุกต้นและพื้นที่ทุกตารางนิ้วมีองค์ความรู้แฝงอยู่จากการลงมือทำจริง ทั้งความสำเร็จ บทเรียน ความท้าทาย และแนวทางที่สามารถนำไปปรับใช้ในบริบทอื่นได้ มหาวิทยาลัยที่มีชีวิตจึงเกิดขึ้นเพื่อทำหน้าที่รวบรวม ถอดบทเรียน และถ่ายทอดองค์ความรู้เหล่านี้ออกไปให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ประเทศ และโลก” นางสาววิสิษฐ์อร กล่าว

“มหาวิทยาลัยที่มีชีวิต” ไม่ใช่มหาวิทยาลัยในความหมายของสถาบันอุดมศึกษาที่ออกปริญญา แต่เป็นพื้นที่เรียนรู้จากประสบการณ์จริงของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ที่เปิดให้ผู้เรียนได้สัมผัสพื้นที่ ฟังเสียงชุมชน และเรียนรู้จากนักพัฒนา ผู้ปฏิบัติงาน และปราชญ์ชาวบ้าน เพื่อทำความเข้าใจหลักคิดและกระบวนการพัฒนาที่ยั่งยืนจากคนทุกกลุ่ม ก่อนนำองค์ความรู้กลับไปปรับใช้กับองค์กร พื้นที่ หรือภารกิจของตนเอง


๐ “กระบวนการ” เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง แกนหลักการเรียนรู้

แกนสำคัญของการเรียนรู้คือการทำให้ผู้เข้าร่วมได้เห็น “กระบวนการ” เบื้องหลังการเปลี่ยนพื้นที่ที่เคยเผชิญปัญหาความยากจน การทำไร่หมุนเวียน และการเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ให้กลายเป็นพื้นที่ที่คนและป่าอยู่ร่วมกันได้ ผ่านแนวทาง “ปลูกป่า ปลูกคน” ที่เชื่อมการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมเข้ากับการสร้างอาชีพ รายได้ ความภาคภูมิใจ และการมีส่วนร่วมของชุมชนตลอดกระบวนการ

ความท้าทายขององค์กรยุคใหม่ไม่ใช่เพียงการทำกิจกรรมเพื่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อมเป็นครั้งคราว แต่คือการนำหลักคิดด้านความยั่งยืนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานจริง ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ การบริหารผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การพัฒนาผู้นำเป็นรุ่นต่อรุ่น การออกแบบโครงการเพื่อสังคมที่ได้ประโยชน์เป็นรูปธรรม ไปจนถึงการวัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับคน ชุมชน และธรรมชาติ

“หลายองค์กรมีเป้าหมายด้าน ESG หรือความยั่งยืนที่ชัดเจนขึ้น แต่คำถามสำคัญคือ จะทำอย่างไรให้แนวคิดเหล่านั้นไม่อยู่เพียงในรายงาน แต่เกิดเป็นการเปลี่ยนแปลงจริงในพื้นที่ มหาวิทยาลัยที่มีชีวิตจึงพยายามทำให้องค์ความรู้จากดอยตุงกลายเป็นเครื่องมือที่ผู้เรียนสามารถนำกลับไปคิดต่อ ออกแบบต่อ และลงมือทำต่อได้ ซึ่งปัจจุบัน มหาวิทยาลัยที่มีชีวิตได้พัฒนาองค์ความรู้จากดอยตุงเป็นหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ด้านความยั่งยืนที่ปรับให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายและบริบทของแต่ละองค์กร” นางสาววิสิษฐ์อร กล่าว


๐ Experiential Learning จุดเด่นหลักสูตร

ด้านนางสาววราภรณ์ ธนะสุริยะเกียรติ ผู้จัดการโครงการพัฒนาผู้นำรุ่นใหม่ในเมือง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวว่า จุดเด่นของหลักสูตรภายใต้มหาวิทยาลัยที่มีชีวิต คือการออกแบบการเรียนรู้ให้ผู้เข้าร่วมไม่ได้เป็นเพียงผู้รับฟัง แต่ได้มีส่วนร่วมผ่าน Experiential Learning หรือการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทั้งการลงพื้นที่ การแลกเปลี่ยนกับผู้ปฏิบัติงาน การถอดบทเรียนร่วมกัน และการเชื่อมโยงสิ่งที่เรียนรู้กับโจทย์จริงขององค์กร

“เราไม่ได้ต้องการให้ผู้เรียนกลับไปพร้อมคำตอบสำเร็จรูป แต่ต้องการให้เขาเห็นวิธีคิด เห็นกระบวนการ และเห็นปัจจัยความสำเร็จที่ทำให้การพัฒนาเกิดขึ้นได้จริง หลักสูตรจึงออกแบบให้มีทั้ง Learn, Understand, Engage, Do และ Apply เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเชื่อมโยงบทเรียนจากดอยตุงกับบริบทของตนเองได้ บทเรียนจากดอยตุงทำให้เห็นว่า ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในองค์กร แต่เกี่ยวข้องกับวิธีคิด วิธีทำงาน และวิธีตัดสินใจของทุกคน การถ่ายทอดองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยที่มีชีวิตจึงเป็นการชวนองค์กรและผู้สนใจกลับมาตั้งคำถามว่า เราจะใช้ชีวิตที่ทำให้คนอยู่ได้ ธรรมชาติอยู่รอด และองค์กรเติบโตอย่างมีความหมายได้อย่างไร”


๐ หลากหลายหลักสูตรภายใต้ “มหาวิทยาลัยที่มีชีวิต”

ตัวอย่างหลักสูตรด้าน Sustainability เปิดให้ผู้เรียนทำความเข้าใจหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านกรณีศึกษาจริง เห็นความเชื่อมโยงระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมถึงแนวทางการวัดผลลัพธ์การพัฒนา ขณะที่หลักสูตร Sustainability Leadership และ Sustainability Impactful เหมาะสำหรับผู้บริหาร ทีมความยั่งยืน ทีม CSR ทีม HR หรือผู้รับผิดชอบโครงการด้านความยั่งยืนขององค์กร ที่ต้องการเข้าใจบทบาทของผู้นำ การทำงานกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และการขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริงภายในองค์กร สามารถนำไปใช้ในการดำเนินงานตรงหรือถ่ายทอดต่อให้บุคลากรอื่นๆในองค์กร

ในด้านสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยที่มีชีวิตยังมีหลักสูตรที่ถอดบทเรียนจากการจัดการของเสียในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เช่น Sustainable Waste Management, Zero Waste to Landfill และ Community Engagement for Zero Waste Initiatives เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจรากของปัญหาขยะ การจัดการของเสียตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ การต่อยอดสู่ Circular Economy และแนวทางการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนหรือองค์กรในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ

ขณะที่หลักสูตรด้าน Social Enterprise ถ่ายทอดบทเรียนจากธุรกิจเพื่อสังคมภายใต้แบรนด์ดอยตุง ซึ่งดำเนินธุรกิจโดยยึดหลัก Profit with Purpose ใช้กลไกตลาดควบคู่กับการสร้างอาชีพและคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชน สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจสามารถเป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างผลกระทบเชิงบวกทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้ หากออกแบบให้เชื่อมโยงกับปัญหาและศักยภาพของพื้นที่อย่างแท้จริง


นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบ Sustainability Workshop ที่สามารถออกแบบเนื้อหาและกระบวนการให้เหมาะกับบริบทของแต่ละองค์กร เช่น ESG, SDGs, Biodiversity, Sustainable Leadership, Key Success Factors หรือประเด็นความยั่งยืนเฉพาะด้าน โดยใช้เครื่องมือการเรียนรู้เชิงประสบการณ์ เกมจำลอง การลงมือปฏิบัติ และการสะท้อนคิด เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้กับงานจริงขององค์กรได้มากขึ้น

อีกทั้ง ยังมีหลักสูตรสำหรับเด็กและเยาวชนในเมือง เพื่อเปิดโลกแห่งธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพ และความหลากหลายทางสังคม ให้กับเด็กในเมือง เพื่อสร้างผู้นำในอนาคตที่ตระหนักถึงความยั่งยืน เข้าใจธรรมชาติ และพร้อมเติบโตและใช้ชีวิตไปพร้อมกับรักษาธรรมชาติให้คนรุ่นต่อไป

หลักสูตรภายใต้ “มหาวิทยาลัยที่มีชีวิต” ถ่ายทอดบทเรียนจากการทำงานจริงของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ สู่องค์ความรู้และเครื่องมือที่องค์กรสามารถนำไปปรับใช้ตามบริบท เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต่อคน ชุมชน ธรรมชาติ และองค์กรในระยะยาว หากหน่วยงานหรือองค์กรที่สนใจเรียนรู้เพิ่มเติม หรือปรึกษาแนวทางการออกแบบกระบวนการเรียนรู้ด้านความยั่งยืนให้เหมาะกับบริบทขององค์กร สามารถติดต่อ Sustainable Living Academy มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ โทร. 053-767-015-7 ต่อ 23700 หรืออีเมล klc@doitung.org