ประเทศไทยชอบพูดเรื่องอนาคตบ่อยมาก
- เราอยากเป็นศูนย์กลาง Data Center
- อยากเป็นฐานอุตสาหกรรมสีเขียว
- อยากดึง AI อยากดึง semiconductor อยากดึงการลงทุนคุณภาพสูง
แต่อีกด้านหนึ่ง เรากลับยังฝากหัวใจของระบบไฟฟ้าไว้กับเชื้อเพลิงที่ราคาแกว่งตามตลาดโลก และเส้นทางเดินเรือที่เราไม่ได้ควบคุม
ที่กำลังส่งสัญญานการเปลี่ยนแปลงมาถึงประเทศไทยเชื้อเพลิงที่มีศักยภาพอย่างหนึ่งก็คือ SMR หรือ Small Modular Reactor เริ่มถูกยกจากขอบโต๊ะขึ้นมาอยู่กลางโต๊ะนโยบายมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งจากทิศทางของร่าง PDP ก่อนหน้า และจากการขยับของแผนใหม่ที่ขยายกรอบไปถึงปี 2050 เพื่อรับเป้าหมาย Net Zero ที่เร็วขึ้น รวมถึงความต้องการไฟฟ้าจากเศรษฐกิจดิจิทัลยุค AI และ Data Center ที่จะกินไฟมากกว่ายุคเดิมอย่างมีนัยสำคัญ
นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก และผมเห็นว่านี่คือทิศทางที่ถูก เพราะถ้าเรามองอย่างไม่แกล้งลืม ระบบไฟฟ้าไทยยังพึ่งพาก๊าซธรรมชาติอย่างหนัก Reuters รายงานว่าไทยใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตไฟฟ้าราวสองในสามของระบบ ขณะที่ IEA ก็ชี้ชัดว่าไทยจำเป็นต้องลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงาน ปัญหาคือก๊าซธรรมชาติอาจเป็นเชื้อเพลิงที่เราคุ้นเคย แต่ไม่ใช่เชื้อเพลิงที่เราคุมชะตาได้โดยเฉพาะเมื่อก๊าซธรรมชาติในประเทศลดลง และ LNG ที่จำเป็นต้องนำเข้าจากต่างประเทศกลายเป็นความเปราะบางของพลังงานไทย
บ้านที่ยังเปิดไฟได้ ไม่ได้แปลว่าบ้านนั้นมั่นคงเสมอไป ถ้าสวิตช์ยังอยู่ในมือคนอื่น นี่เองคือเหตุผลว่าทำไมการหันมามอง SMR จึงไม่ควรเป็นความฟุ้งฝัน พลังงานหมุนเวียนต้องมาแน่นอน และต้องมาแรงกว่าเดิมด้วย แต่อนาคตประเทศจะหวังพึ่งพาไฟฟ้าที่ผลิตจากแดดกับลมเพียงอย่างเดียวให้อุ้มเศรษฐกิจทั้งระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง ก็ไม่ต่างจากความฝันที่เป็นไปไม่ได้ โรงงานอุตสาหกรรมหนักหยุดไม่ได้ Data Center ไฟตกไม่ได้ เมืองอัจฉริยะอยู่กับไฟมาบ้างหายบ้างไม่ได้ และประเทศไม่อาจพึ่งระบบไฟที่เอาแน่เอานอนไม่ได้
IAEA อธิบายว่า SMR ถูกออกแบบให้ยืดหยุ่นกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบดั้งเดิม มันไม่ใช่แค่ “โรงไฟฟ้าเล็กลง” แต่มันคือความพยายามสร้างพลังงานฐานรูปแบบใหม่ ที่จะอยู่ร่วมกับพลังงานหมุนเวียน
ถ้าพลังงานหมุนเวียนคือ “ลมในใบเรือ” SMR ก็อาจเป็น “กระดูกงูเรือ” ที่ช่วยไม่ให้เรือลำนั้นคว่ำกลางทะเล นี่แหละคือเหตุผลที่ PDP ใหม่ควรให้ที่ทางแก่ SMR อย่างจริงจัง ไม่ใช่เพื่อแทนที่พลังงานหมุนเวียน
แต่เพื่อทำให้พลังงานหมุนเวียนไปได้ไกลกว่าเดิม เพื่อสร้างระบบไฟฟ้าที่ทั้ง Net Zero และมั่นคงพอจะรองรับเศรษฐกิจใหม่ได้จริงและระยะแรกควรดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐที่มีความมั่นคงในระดับประเทศ ความน่าเชื่อถือในระดับสากล และมีความเชี่ยวชาญด้านการผลิตไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าโรงไฟฟ้า SMR โรงแรก มีคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ
รศ.ดร.ภิญโญ มีชำนะ
นักวิชาการอิสระ ด้านพลังงานและเทคโนโลยีถ่านหินสะอาด
หมายเหตุ :
•PDP (Power Development Plan) หรือ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ คือ แผนแม่บทระยะยาว (ครอบคลุมระยะเวลา 15-20 ปี) ของกระทรวงพลังงาน โดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ใช้เป็นกรอบในการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้า และวางแผนจัดหาโรงไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า รวมถึงการรับซื้อพลังงานรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ประเทศมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ มั่นคง และสอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ
•SMR (Small Modular Reactor) คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ เป็นเทคโนโลยีพลังงานสะอาดที่ย่อส่วนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แบบดั้งเดิมให้มีขนาดกะทัดรัด สามารถผลิตไฟฟ้าได้สูงสุด 300 เมกะวัตต์ (MW) ต่อเครื่อง ซึ่งคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วไป
ที่มา : เพจเฟซบุ๊ค ดร.ภิญโญ
มีชำนะ


