สำหรับชุมชนในหลายพื้นที่ของประเทศไทย "ป่า" คือ ทรัพยากรธรรมชาติ ที่เป็นทั้งแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ รากฐานสำคัญของวิถีชีวิต ที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ ทำหน้าที่เป็นทั้งบ้านของสัตว์น้อยใหญ่ ช่วยรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ รักษาสมดุลระบบนิเวศ เป็นแหล่งกักเก็บคาร์บอน เป็นเกราะป้องกันผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยและอยู่ใกล้ชิด พึ่งพาทรัพยากรป่าไม้มากที่สุด จึงเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยดูแล รักษา ฟื้นฟู ป่าไม้ในประเทศไทย
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แนวคิด "ป่าชุมชน" พิสูจน์ให้เห็นว่าเมื่อคนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการดูแล และบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ สามารถคงความอุดมสมบูรณ์ ควบคู่ไปกับการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้คนได้ ภาครัฐโดยกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงเดินหน้าส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการป่าชุมชนอย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนเข้ามาเป็นแรงสนับสนุนสำคัญ ทั้งด้านองค์ความรู้ เทคโนโลยี กำลังคน และงบประมาณ เพื่อช่วยให้การดูแลทรัพยากรธรรมชาติเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม และพลังสำคัญ ที่มาจากชุมชนในพื้นที่
หนึ่งในตัวอย่างของความร่วมมือ ระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เกิดขึ้นแล้วในพื้นที่จังหวัดลำพูน ภายใต้ “โครงการป้องกันไฟป่าและแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5” ซึ่งจากความร่วมมือของสำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) กรมป่าไม้ และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ร่วมกันพัฒนาต้นแบบการจัดการป่าชุมชน ที่มุ่งสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการระดับคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่
โครงการดังกล่าว ครอบคลุมพื้นที่ป่าชุมชน นำร่องพื้นที่ตำบลทาปลาดุกและตำบลทาสบเส้า รวม 12 หมู่บ้าน บนพื้นที่กว่า 20,000 ไร่ ดำเนินงานต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3 ปี (พ.ศ.2569–2571) มุ่งเน้นการป้องกัน เฝ้าระวังไฟป่า และแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 สร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเข้ามาเป็นกลไกสำคัญของการป้องกันไฟป่าในระยะยาว นอกจากสนับสนุนอุปกรณ์ดับไฟป่า การจัดตั้งจุดเฝ้าระวัง ยังมุ่งพัฒนาองค์ความรู้ ให้กับชุมชน อาทิ การแปรรูปเศษวัสดุจากธรรมชาติและการเกษตร เช่น กิ่งไม้และใบไม้แห้ง ให้กลายเป็นเชื้อเพลิงชีวมวลในครัวเรือน ช่วยลดการเผาในที่โล่ง ลดความเสี่ยงเกิดไฟป่า สร้างรายได้เสริมให้กับครัวเรือนในชุมชน
ผลการดำเนินงานที่มีความต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม ทำให้ในปีนี้ กรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่องค์กรที่ร่วมสนับสนุนภารกิจด้านป่าชุมชน โดยมี "บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)หรือซีพีเอฟ" เป็นหนึ่งในองค์กรที่ได้รับยกย่อง จากการร่วมขับเคลื่อนโครงการป้องกันไฟป่าและแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ร่วมกับชุมชนในจังหวัดลำพูน
การรวมพลังของภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน เพื่อแก้ปัญหาไฟป่าและฝุ่น PM 2.5 จากการดับไฟป่า สู่การป้องกันไฟป่าตั้งแต่ต้นทาง ผ่านกระบวนการสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน ไม่เพียงวัดผลลัพธ์ได้จากป่าไม้ที่คงอยู่ แต่หมายถึงคุณภาพชีวิตของผู้คนที่ดีขึ้น จากการที่ป่ากลับมาสร้างคุณค่า หล่อเลี้ยงชีวิต และทำให้คนและป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน


