xs
xsm
sm
md
lg

BSI เปิดรายงานวิจัย ! ชี้ “ธุรกิจไทย มี ESG” คือหนทางรอด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



•รายงานวิจัยล่าสุดของ BSI ระบุว่า 83% ของผู้นำธุรกิจในกลุ่มประเทศ G7 ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero โดยการลดต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันในตลาดกำลังกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

•ธุรกิจไทยที่เริ่มวางกรอบการดำเนินงานด้าน ESG ที่น่าเชื่อถือตั้งแต่ระยะต้น มีโอกาสสร้างความได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางข้อกำหนดด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นและตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลง

รายงานวิจัยฉบับล่าสุดจาก BSI (British Standards Institution) บริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาธุรกิจและมาตรฐาน เผยให้เห็นว่าองค์กรในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลกกำลังมองความยั่งยืนในมุมที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยถูกมองว่าเป็นพันธกิจด้านสิ่งแวดล้อม ไปสู่การเป็นกลยุทธ์หลักทางธุรกิจและการเงิน สำหรับผู้นำธุรกิจ ความเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนให้เห็นว่า ESG ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านความยั่งยืนอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความสามารถในการแข่งขัน ความยืดหยุ่นขององค์กร และผลการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ขณะเดียวกัน ในบริบทของประเทศไทยที่กฎระเบียบด้าน ESG กำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว และการลงทุนด้าน ESG เติบโตอย่างต่อเนื่อง ความพร้อมด้าน ESG จึงมีบทบาทมากขึ้นต่อการจัดสรรเงินทุน และกำลังกลายเป็นแหล่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันสำหรับธุรกิจที่เริ่มลงมือก่อน

รายงาน BSI G7 Net Zero Temperature Check: Business Insights 2026 ซึ่งสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงมากกว่า 7,000 คนจากกลุ่มประเทศ G7 พบว่า 83% ของผู้นำธุรกิจยังคงมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมาย Net Zero ตามกรอบเป้าหมายของประเทศตน ที่สำคัญ 69% ระบุว่าองค์กรได้เพิ่มระดับการดำเนินงานด้าน Net Zero ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ 74% เห็นว่าความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจากการไม่เปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero มีมากกว่าความเสี่ยงจากการลงมือเปลี่ยนผ่าน

ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงเหตุผลเชิงพาณิชย์ที่กำลังเปลี่ยนไป เบื้องหลังความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของภาคธุรกิจ โดยการลดต้นทุนเป็นแรงจูงใจที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในการดำเนินงานด้าน Net Zero (27%) ตามมาด้วยความสามารถในการแข่งขันในตลาด (21%) และข้อกำหนดจากห่วงโซ่อุปทาน (18%) ซึ่งชี้ให้เห็นว่าธุรกิจต่าง ๆ กำลังมองการลดการปล่อยคาร์บอนผ่านมุมมองด้านการเงินและการดำเนินงาน มากกว่าการมองเป็นประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมเพียงอย่างเดียว แนวคิดนี้ยังสะท้อนผ่านมุมมองในวงกว้าง โดย 78% ระบุว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจและเป้าหมาย Net Zero สามารถเกิดขึ้นควบคู่กันได้ และ 75% เชื่อว่าความพยายามด้านความยั่งยืนจะเปิดโอกาสสู่ตลาดใหม่ ๆ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ขณะที่สัดส่วนใกล้เคียงกันที่ 73% ระบุว่าการเดินหน้าด้าน Net Zero อย่างต่อเนื่องจะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน หากคู่แข่งเลือกที่จะชะลอหรือถอยห่างจากการดำเนินงานในด้านนี้

รายงานฉบับนี้ยังเผยให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงสำคัญในเหตุผลที่ธุรกิจเลือกลงมือดำเนินการ โดยระบุถึงแนวปฏิบัติที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่าง “climate-coding” หรือการปรับกรอบการสื่อสารด้านความยั่งยืนใหม่ ไม่ใช่เพียงในมิติของผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงกับความยืดหยุ่นของธุรกิจ การสร้างนวัตกรรม และการบริหารความเสี่ยง เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจ การมีส่วนร่วม และแรงสนับสนุนต่อโครงการด้าน Net Zero และความยั่งยืน ในกลุ่มประเทศ G7 ผู้บริหารธุรกิจ 61% ระบุว่าได้ปรับวิธีการสื่อสารเกี่ยวกับความพยายามด้านความยั่งยืน โดยหันมาให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องทางธุรกิจ เสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน และผลการดำเนินงานทางการเงินมากขึ้น


• ESG กำลังทวีความสำคัญในฐานะปัจจัยทางการเงินของภาคธุรกิจไทย

ซูซาน เทย์เลอร์ มาร์ติน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ BSI กล่าวว่า “เหตุการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ในช่วงที่ผ่านมาได้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความจำเป็นที่สังคมต้องเปลี่ยนผ่านไปสู่แหล่งพลังงานหมุนเวียน อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีกรอบคิดด้านความยืดหยุ่นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้นการลดความเสี่ยง การบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต สิ่งที่ชัดเจนคือ ผู้นำธุรกิจจำนวนมากกำลังคิดในทิศทางนี้อยู่แล้ว และตระหนักว่าต้นทุนของการไม่ลงทุนใน net zero อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ขั้นต่อไปคือการเชื่อมช่องว่างระหว่างความมุ่งมั่นกับการลงมือปฏิบัติ ผ่านมาตรการปรับตัวต่อความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศ”

“ความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันกำลังกลายเป็นลักษณะสำคัญของเศรษฐกิจโลก บทบาทของ BSI คือการมอบความชัดเจน ความสม่ำเสมอ และความเชื่อมั่นผ่านมาตรฐาน ในขณะที่ธุรกิจทั่วโลกกำลังเผชิญความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคตแบบ Net Zero”

การเผยแพร่รายงานฉบับนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของประเทศไทย เมื่อความเคลื่อนไหวในตลาดและกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นกำลังเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน สินทรัพย์ของกองทุนที่เกี่ยวข้องกับ ESG มีมูลค่าประมาณ 103,000 ล้านบาท ณ เดือนมกราคม 2569 หรือเติบโต 249% ภายในหนึ่งปี ขณะที่ยอดคงค้างของตราสารหนี้ ESG กำลังเข้าใกล้ระดับ 1 ล้านล้านบาท ในด้านการกำกับดูแล พระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฉบับแรกของประเทศไทย ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในช่วงต้นปี 2570 จะกำหนดให้มีการรายงานการปล่อยก๊าซเรือนกระจกภาคบังคับ การกำหนดราคาคาร์บอน และระบบซื้อขายสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้ปล่อยก๊าซเรือนกระจกขนาดกลางและขนาดใหญ่

ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้กำหนดข้อกำหนดการรายงานความยั่งยืนแบบเป็นขั้นตอนที่สอดคล้องกับมาตรฐาน ISSB โดยเริ่มจากบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม SET50 ตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป

สำหรับธุรกิจไทย ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนถึงแนวทางใหม่ในการประเมินองค์กร ไม่ใช่เพียงจากหน่วยงานกำกับดูแลเท่านั้น แต่ยังรวมถึงนักลงทุนและพันธมิตรทางธุรกิจที่พิจารณาความสามารถในการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว ความพร้อมด้าน ESG จึงกำลังกลายเป็นปัจจัยที่จับต้องได้มากขึ้น ทั้งในด้านการวางตำแหน่งในตลาดและการเข้าถึงเงินทุน ทำให้ ESG เป็นประเด็นทางธุรกิจที่สำคัญไม่แพ้ประเด็นด้านความยั่งยืน


นายกุลธัช บุญบงการ ผู้จัดการประจำประเทศไทยของ BSI กล่าวว่า “ธุรกิจในประเทศไทยกำลังก้าวข้ามการมอง ESG เป็นเพียงเรื่องของการปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือการสื่อสารองค์กร และหันมาให้ความสำคัญกับคุณค่าเชิงพาณิชย์มากขึ้น ในตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผลการดำเนินงานด้าน ESG ที่แข็งแกร่งกำลังถูกมองโดยนักลงทุนว่าเป็นสัญญาณที่ชัดเจนของคุณภาพธุรกิจและความพร้อมต่อการลงทุน”

ในขณะที่ความคาดหวังของตลาดและกฎระเบียบด้าน ESG ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง BSI ทำงานร่วมกับองค์กรต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้อย่างมั่นใจ มาตรฐาน การฝึกอบรม การให้คำปรึกษา และบริการให้ความเชื่อมั่นของ BSI ช่วยมอบกรอบการทำงานที่จำเป็นสำหรับธุรกิจในการแสดงผลการดำเนินงานด้าน ESG ได้อย่างน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ BSI ในประเทศไทยได้สนับสนุนองค์กรไทยในการยกระดับผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมผ่านมาตรฐาน ISO 14001, ISO 50001, ISO 14064 บริการทวนสอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG Emission Verification), Net Zero Pathway และบริการอื่น ๆ พร้อมทั้งให้บริการให้ความเชื่อมั่นอย่างเป็นอิสระต่อการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืน เพื่อเสริมสร้างความไว้วางใจให้กับนักลงทุนและตลาด

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการด้านมาตรฐาน ESG และความยั่งยืนของ BSI ในประเทศไทย สามารถค้นหาได้ที่ https://www.bsigroup.com/th-TH/ หรือคลิกที่นี่ เพื่ออ่านรายงาน “BSI G7 Net Zero Temperature Check: Business Insights 2026” ฉบับสมบูรณ์