นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งการให้ ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (กรมลดโลกร้อน) เดินหน้าเร่งขับเคลื่อน Green Investment** เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืน สู่เป้าหมาย NDC 3.0
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ดร.พิรุณฯ หารือกับ Mr. Aaron Batten, Country Director สำนักงานผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชียประจำประเทศไทย (ADB Thailand Resident Mission) ณ ห้องประชุม 304 ชั้น 3 อาคารกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม โดย ADB ได้นำเสนอความคืบหน้าโครงการความช่วยเหลือทางวิชาการ (Technical Assistance) ระยะที่ 2 ซึ่งรวมถึงแนวทางสนับสนุนการจับคู่ผู้ลงทุนจากต่างประเทศ (Investor Matching) เพื่อปิดช่องว่างการลงทุนภายใต้ NDC 3.0 รวมทั้งช่วยระดมเงินลงทุนและเทคโนโลยีต่างประเทศ สนับสนุนมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยจะเร่งพัฒนาโครงการศักยภาพสูงในทุก Sectors จากทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ตาม Conditional targets ของ NDC 3.0
ในระยะถัดไป ADB ร่วมกับ EXIM Bank จะเสริมสร้างระบบการเงินด้านภูมิอากาศของไทยให้เข้มแข็ง โดยพัฒนา Green Investment Platform (GIP) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มด้านการเงินและองค์ความรู้ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชนผ่านภาคธนาคาร และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวและยั่งยืนมากขึ้น เพื่อช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่ รัฐวิสาหกิจ และ SMEs เข้าถึงผลิตภัณฑ์ทางการเงินด้านการเปลี่ยนผ่าน รวมถึงสามารถรองรับการปรับตัวต่อมาตรการการค้าระหว่างประเทศ เช่น Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) และ European Union Deforestation Regulation (EUDR)
ดร.พิรุณ กล่าวเน้นย้ำว่า นอกเหนือจากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องเข้าถึงแพลตฟอร์มสำหรับการลงทุนและแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมงานกับ ADB และ EXIM Bank จะช่วยผลักดันเป้าหมายเชิงนโยบายไปสู่การลงทุนที่เป็นรูปธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
ทั้งนี้ เป้าหมายการมีส่วนร่วมที่ประเทศกำหนด (Nationally Determined Contribution: NDC 3.0) ของประเทศไทย คือการเร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 47% หรือให้เหลือไม่เกิน 152 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี ค.ศ. 2035 (พ.ศ. 2578) เมื่อเทียบกับปีฐาน ค.ศ. 2019 ซึ่งเป็นการปูทางไปสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050
รายละเอียดสำคัญภายใต้กรอบ NDC 3.0 คือ
-ระยะเวลาการดำเนินงาน: ตั้งเป้าหมายบรรลุการลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกภายในปี ค.ศ. 2035
-ครอบคลุมทุกภาคส่วน: ครอบคลุมก๊าซเรือนกระจกหลักทั้ง 7 ชนิด (รวมถึง CO2,CH4,N2O) ในทุกสาขาเศรษฐกิจ
-การยกระดับภาคพลังงาน: มีกลยุทธ์สำคัญ เช่น การเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน และการลดการพึ่งพาพลังงานจากถ่านหิน
-ภาคการดูดกลับก๊าซ: เพิ่มการกักเก็บและดูดกลับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคป่าไม้และการใช้ประโยชน์ที่ดิน (LULUCF)
แผนดังกล่าวเป็นข้อตกลงที่ประเทศไทยนำเสนอในเวทีการประชุมสภาพภูมิอากาศระดับสากล เพื่อร่วมจำกัดอุณหภูมิโลกและขับเคลื่อนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ
**หมายเหตุ : Green Investment (การลงทุนสีเขียว) หมายถึง การจัดสรรเงินทุนไปยังโครงการ ธุรกิจ หรือกองทุนที่มุ่งเน้นการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน โดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนความยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนทางการเงินในระยะยาว


